20 พ.ค. 2569 | 12:56 น.

KEY
POINTS
เสียงดนตรีมักทำงานกับความเงียบเสมอ และในความสงัดนั้น โน้ตเพียงตัวเดียวที่ถูกกรีดผ่านสายลวดบาง ๆ อาจขับขานเรื่องราวได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพรรณนานับพัน
สำหรับประชาคมดนตรียุคปัจจุบัน นามของ ‘มาเตอุส อาซาโต’ (Mateus Asato) คือปรากฏการณ์น่าอัศจรรย์ใจ ย้อนกลับไปไม่ปีก่อนหน้า ในยุคที่โลกดิจิทัลเริ่มเข้ามาจัดระเบียบและลดทอนความสัมพันธ์ของมนุษย์ให้เหลือเพียงหน้าจอสี่เหลี่ยมสั้น ๆ เด็กหนุ่มคนหนึ่งเลือกที่จะใช้พื้นที่บนอินสตาแกรม เป็นเสมือน ‘สมุดบันทึกส่วนตัว’ ถ่ายทอดสุ้มเสียงกีตาร์ขนาดยาวไม่กี่สิบวินาทีจากห้องนอนเล็ก ๆ ของเขา
ทว่า แรงสั่นสะเทือนจากปลายนิ้วสัมผัสกลับก้องกังวานข้ามทวีป ปลุกเร้าความซาบซึ้งในใจของผู้คนนับล้าน และเปลี่ยนนิยามคำว่า ‘Guitar Hero’ ของศตวรรษที่ 21 ไปโดยสิ้นเชิง
ความยอดเยี่ยมของเขาไม่ใช่เรื่องของการปั่นความเร็วอันน่าตื่นตาตื่นใจ แต่คือสุนทรียภาพแห่งท่วงทำนองที่สะอาด บริสุทธิ์ ลื่นไหลราวกับเสียงอ่านบทกวี แม้กระทั่ง ‘จอห์น เมเยอร์’ (John Mayer) ศิลปินและมือกีตาร์ระดับไอคอนของโลก ยังต้องเอ่ยชื่นชม
“เขาคือหนึ่งในมือกีตาร์ที่ดีที่สุดในยุคนี้”
ในวันที่ 2 สิงหาคม 2026 กรุงเทพมหานครกำลังจะได้เปิดประตูต้อนรับหมุดหมายสำคัญในการทัวร์เอเชียของเขา นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่แฟนเพลงชาวไทยจะได้ก้าวข้ามโลกเสมือนจริงในหน้าจอ สู่การรับรู้ด้วยโสตประสาทอย่างซาบซึ้ง เพื่อสัมผัสภาษาดนตรีอันพิสุทธิ์จากตัวตนที่แท้จริงของเขาบนเวทีคอนเสิร์ต
หากเราเชื่อว่า อัตลักษณ์ของดนตรีไม่อาจตัดขาดจากรากเหง้าและปูมหลังชีวิต ท่วงทำนองอันลุ่มลึกและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของ มาเตอุส ก็ถูกหล่อหลอมมาจากเบ้าหลอมแห่งความเพียรและสายเลือดอย่างแนบแน่น
เด็กหนุ่มผู้มีนัยน์ตาอบอุ่นคนนี้ เติบโตขึ้นที่เมืองกัมปูกรันจี (Campo Grande) ประเทศบราซิล ภายใต้ร่มเงาของครอบครัวเชื้อสายญี่ปุ่น (โอกินาวา) วิถีตะวันออกที่เน้นย้ำเรื่องความประณีตและความเพียรพยายาม ได้เข้ามาผสานเข้ากับวัฒนธรรมดนตรีอันเร่าร้อนเปี่ยมอารมณ์ของฝั่งอเมริกาใต้
“ตอนอายุเก้าขวบ ฟุตบอลคือสิ่งเดียวที่ผมอยากเล่า” มาเตอุส เล่า แต่แล้วการได้เห็นลูกพี่ลูกน้องเล่นกีตาร์ในวันหนึ่งก็จุดประกายความสนใจขึ้นมา “มันเป็นวัยที่อยากเลียนแบบพี่ ๆ ทุกอย่าง แล้วเขาก็โผล่มาพร้อมกีตาร์โปร่ง กำลังฟังวงร็อกของบราซิลอยู่"
จุดเริ่มต้นการจับเครื่องดนตรีชิ้นแรกอยู่บนเงื่อนไขและข้อตกลงกับคุณแม่ ผู้ตั้งกติกาให้เขาต้องพิสูจน์ความตั้งใจจริงด้วยการฝึกฝนกีตาร์โปร่งให้เชี่ยวชาญเสียก่อน ก่อนที่คุณแม่จะยอมซื้อกีตาร์ไฟฟ้าตัวแรกให้ บทเรียนแรกเริ่มนี้เองที่สอนให้เขารู้จักการสัมผัสเนื้อไม้ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับข้อจำกัด ก่อนจะก้าวไปสู่ความกว้างใหญ่ของเสียงสังเคราะห์
เบ้าหลอมที่สำคัญที่สุดในชีวิตดนตรีของ มาเตอุส คือ ‘โบสถ์’ ดนตรีที่นั่นอบอวลไปด้วยพลังแห่งความศรัทธาและการเยียวยาจิตใจ ซึ่งได้กลายเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ที่สอนให้เขาเข้าใจว่า ดนตรีมีหน้าที่เพื่อ ‘การสื่อสารและมีความหมาย’ มากกว่าการแข่งขันหรืออวดอ้างเทคนิคอันว่างเปล่า
เส้นทางดนตรีดำเนินไปอย่างก้าวกระโดด ราวกับจอมยุทธ์ที่ค้นพบเพลงกระบี่ของตนเอง หลังจากตัดสินใจรับทุนแล้วเดินทางมาศึกษาต่อที่สถาบัน Musicians Institute (MI) ในลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ประตูบานใหญ่ก็เปิดต้อนรับเขาในทันที ฝีมืออันจัดจ้านรอบตัว ส่งผลให้เขาหลุดพ้นจากวิถีของนักดนตรีทั่วไปที่ต้องตระเวนเล่นตามร้านเหล้าหรือคลับเล็ก ๆ เพื่อสะสมชื่อเสียง แต่เขากลับก้าวข้ามจากห้องเรียนดนตรีขึ้นสู่เวทีระดับโลกและหน้าสปอตไลท์ในฐานะมือกีตาร์มืออาชีพอย่างรวดเร็ว
อาซาโต เคยเล่าย้อนถึงเส้นทางของตัวเองในทำนองว่า เขาไม่มีประสบการณ์ประเภทที่ต้องไปเล่นตามงานเล็ก ๆ หรือเผชิญความยากลำบากเหล่านั้นเพื่อสร้างตัวตน เขาโชคดีมากที่กระโดดจากโรงเรียนดนตรีขึ้นสู่เวทีใหญ่เลย
ในโลกดนตรีปกติ เส้นทางของมือกีตาร์มักเริ่มต้นด้วยการตระเวนเล่นตามคลับ เพื่อรอวันสะดุดตาสตูดิโอใหญ่ ทว่าสำหรับ มาเตอุส โลกดิจิทัลได้หยิบยื่นโอกาสใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ในช่วงเวลาที่เขาศึกษาดนตรีอยู่ที่ลอสแองเจลิส มาเตอุส เริ่มต้นใช้อินสตาแกรมเป็นเสมือน ‘สมุดบันทึกส่วนตัว’ เพื่อบันทึกพัฒนาการและสุ้มเสียงดนตรีของเขา ผ่านคลิปวิดีโอสั้น ๆ ความยาวเพียง 60 วินาที ทว่า ความประณีตในการจัดวางตัวโน้ตและรสนิยมอันผุดผาดในหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นั้น กลับกลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลกออนไลน์ ดึงดูดความสนใจจากทั้งมือกีตาร์ด้วยกัน ไปจนถึงโปรดิวเซอร์สายตาเฉียบคมในอุตสาหกรรมดนตรี และเปลี่ยนสถานะของเขาจากเด็กหนุ่มผู้รักสันโดษในห้องนอน ให้กลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญของมือกีตาร์เจเนอเรชั่นใหม่
ความมหัศจรรย์ของโลกเสมือนสลายลง กลายเป็นความจริง เมื่อเขาได้ตระหนักถึงพลังแห่งตัวตนดนตรีของเขาในต่างแดน เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเข้าใจว่าดนตรีบรรเลงที่ไร้เนื้อร้องนั้น ได้ก้าวข้ามกำแพงภาษาและพรมแดนวัฒนธรรมไปเรียบร้อยแล้ว ดังที่เขาเคยรำลึกถึงห้วงยามแห่งความอัศจรรย์ใจครั้งนั้นไว้ว่า
“ผมไม่รู้เลยว่าวิดีโอสั้น ๆ บนอินสตาแกรมมันมีอิทธิพลแค่ไหน จนกระทั่งผมได้ไปเกาหลีใต้... มีคน 500 คนมารอแค่เพื่อจะดู ‘ผู้ชายที่ชื่อ Mateus Asato’ คนนี้ มันเปลี่ยนชีวิตของผมไปโดยสิ้นเชิง”
ปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์ไม่ได้หยุดแค่จำนวนผู้ติดตาม แต่กลายเป็นใบเบิกทางชั้นเลิศที่ส่งให้เขาได้รับการทาบทามเข้าสู่ทำเนียบนักดนตรีแบ็คอัพ (Sideman) ให้แก่ศิลปินป๊อปแถวหน้า (A-List) ของโลกอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การร่วมทัวร์และสร้างสีสันในคอนเสิร์ตให้แก่ ‘โทรี เคลลี’ (Tori Kelly) และ ‘เจสซี เจ’ (Jessie J) จนถึงการร่วมงานในโปรเจกต์และทัวร์ที่เกี่ยวเนื่องกับ ‘บรูโน มาร์ส’ (Bruno Mars) และ ‘ซิลค์ โซนิก’ (Silk Sonic รวมถึงการร่วมแสดงในโชว์ระดับสเตเดียมอย่าง Tokyo Dome ประเทศญี่ปุ่น
การก้าวเดินในฐานะคนเบื้องหลังของศิลปินระดับโลกเหล่านี้ ไม่เพียงพิสูจน์ชั้นเชิงดนตรีที่ยืดหยุ่นและรอบตัวของเขาในทุกบริบทของดนตรีป๊อปสมัยใหม่ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า ซาวนด์กีตาร์ของเด็กหนุ่มจากเมืองกัมปูกรันจีคนนี้ ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ
หากจะค้นหาเหตุผลว่าเหตุใดเสียงกีตาร์ของ มาเตอุส จึงสามารถสะกดใจผู้ฟังได้อย่างอยู่หมัด คำตอบนั้นไม่ได้ซ่อนอยู่ในตารางฝึกซ้อมคอร์ดที่สลับซับซ้อน หรืออุปกรณ์เอฟเฟกต์ราคาแพง หากแต่อยู่ที่ ‘วิธีคิด’ ในการเข้าหาเครื่องดนตรีชิ้นนี้
มาเตอุส ผสมผสานรากเหง้าดนตรีที่หลากหลาย ทั้งความหนักแน่นของร็อก ชั้นเชิงของบลูส์ ความลื่นไหลของป๊อป และจิตวิญญาณอันลุ่มลึกของ Neo-Soul เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นสุ้มเสียงที่มีลายเซ็นเฉพาะตัวอย่างเด่นชัด เขาฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของมือกีตาร์สาย ‘ปั่น’ เน้นความเร็วสูง ด้วยการหันมาเน้นเทคนิค Hybrid Picking (การใช้ทั้งปิ๊กและนิ้วมือขวาผสมผสานในการดีดสายพร้อม ๆ กัน) และการจัดวางคู่เสียงแบบ Double Stops ที่นุ่มนวล ทรงพลัง ผนวกกับการสไลด์นิ้วที่พลิ้วไหวราวกับสายน้ำ
ทว่า เสน่ห์อันเป็นอัตลักษณ์ขั้นสูงสุด คือความสามารถในการทลายเส้นแบ่งระหว่าง ‘เครื่องดนตรีบรรเลง’ กับ ‘เสียงร้องของมนุษย์’ ลีลาการหยิบวางท่วงทำนอง (Melodic Phrasing) ของ มาเตอุส มีไดนามิกหนักเบา มีจังหวะจะโคนของการเว้นวรรคหายใจ ราวกับว่าเขากำลังเปล่งเสียงร้องเพลงออกมาจริง ๆ !
แฟนเพลงจำนวนไม่น้อยมักรู้สึกตรงกันว่า ทุกครั้งที่หลับตาฟัง มาเตอุส โซโล่กีตาร์ พวกเขาคล้ายจะได้ยินเสียงวรรคตอนและถ้อยคำกวีซ่อนอยู่ภายใต้สำเนียงเพลงเหล่านั้น
“ผมรู้ตัวมาตลอดว่าผมไม่ได้จะเป็นนักร้อง ผมเลยอยากทำให้แน่ใจว่า ผมสามารถพูดผ่านกีตาร์ของผมได้”
สำหรับ มาเตอุส กีตาร์จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือเพื่อประลองความเร็วหรือโชว์ความเหนือชั้นทางเทคนิก แต่เป็นเสมือน ‘กล่องเสียง’ ของจิตวิญญาณ ที่เขาใช้ขับขานความรัก ความหม่นเศร้า ความหวัง และบทสนทนาแห่งชีวิตส่งตรงถึงหัวใจของผู้ฟังทุกคน
“พอเรียนจบจากวิทยาลัยดนตรี ผมก็เริ่มต้นเป็นนักดนตรีรับจ้างทันทีเลย” เขาเล่า “พอเป็นแบบนั้น คุณก็ไม่ได้คิดในฐานะศิลปินอีกต่อไป ไม่ได้มองภาพรวม คุณแค่ให้บริการใครบางคนเท่านั้นเอง”
“ผมทำงานอยู่ในโลกของคำสัญญามานานมาก” มาเตอุส พูดถึงเส้นทางอันยาวนานกว่าที่เขาจะได้ออกเพลงของตัวเอง “ผมบอกทุกคนอยู่ตลอดว่า ‘ปีหน้าจะออกอัลบั้มแล้ว’ มันผ่านมาสิบปี เต็มไปด้วยความสงสัยและคำถาม… รวมถึงวิกฤตอัตลักษณ์บางอย่างเกี่ยวกับตัวเองในฐานะนักดนตรีว่า ตกลงแล้วฉันเป็นใครกันแน่”
บนเส้นทางดนตรีอาชีพ มีห้วงยามที่ศิลปินต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญเกี่ยวกับตัวตน (Identity Crisis) สำหรับ มาเตอุส การเดินทางอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์ในฐานะคนเบื้องหลังของศิลปินระดับโลก แม้จะมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมและรายได้อันมั่นคงให้ แต่ลึกลงไปในจิตวิญญาณ เขายังคงได้ยินเสียงเพรียกจากภายในที่เรียกร้องให้เขากลับมาหยัดยืนและบอกเล่าเรื่องราวในฐานะ ‘ศิลปินเดี่ยว’ อย่างแท้จริง
หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความลังเลใจและการค้นหาความหมาย ในที่สุด มาเตอุส ตัดสินใจประกาศศักดาตัวตนที่แท้จริง ด้วยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในชีวิต ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมาว่า อัลบั้ม ‘ASATO’ เป็นเสมือนสมุดบันทึกการเดินทาง ไดอารี่แห่งความทรงจำ และการตกผลึกทางความคิดตลอดระยะเวลา 10 ปีที่เขาโลดแล่นอยู่ในวงการดนตรีระดับสากล
หนึ่งในความน่าทึ่งของอัลบั้ม ‘ASATO’ คือแทร็คที่ชื่อว่า HENDRIX ดนตรีบรรเลงที่เขาจงใจสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงความเคารพและสดุดีต่อ ‘จิมิ เฮนดริกซ์’ (Jimi Hendrix) วีรบุรุษกีตาร์ในดวงใจตลอดกาล ทว่าแทนที่จะเป็นการลอกเลียนแบบซาวนด์ยุคเก่า มาเตอุส กลับเลือกที่จะตีความฮีโร่ของเขาผ่านมุมมองที่สดใหม่และร่วมสมัย ด้วยสมมติฐานเชิงสร้างสรรค์
“ถ้าเฮนดริกซ์ยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ และเราเป็นเพื่อนกัน... ในวัยไล่เลี่ยกัน... เขาจะเขียนเพลงบรรเลงออกมาแบบไหนกันนะ?!”
“มันเป็นเหมือนการบำบัดที่ดีมากสำหรับผม ที่ทำให้เข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แค่ต้องเข้าใจว่าศิลปะคือหนทางอันงดงามในการแสดงออกถึงตัวเอง และทุกสิ่งก็กลายเป็นเรื่องส่วนตัวและสัมพัทธ์ไปโดยปริยาย ผมยังมีความเป็นนักแข่งอยู่ แต่เข้าใจแล้วว่ามันเหนือกว่าการแข่งขันไปมาก นี่คือเรื่องของการส่งต่อบางอย่างให้แก่โลก”
ท่ามกลางกระแสธารอันเชี่ยวกรากของโลกยุคใหม่ ที่ผู้คนมักตัดสินคุณค่ากันด้วยตัวเลข ยอดไลก์ หรือความหวือหวาฉาบฉวย สิ่งที่ทำให้ มาเตอุส หยัดยืนได้อย่างสง่างามเหนือกระแสโซเชียล คือ ‘ทัศนคติและปรัชญา’ ในการดำเนินชีวิตที่ลุ่มลึก
เขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่ให้ความสำคัญกับคำถามที่ว่า “เล่นทำไม (Why)” มากกว่า “เล่นอย่างไร (How)” ในยุคที่มือกีตาร์จำนวนไม่น้อยพยายามยัดเยียดเทคนิคการปั่นความเร็วสูง (Shredding) เพื่อแสดงความเหนือชั้น มาเตอุส กลับเลือกที่จะหันหลังให้กับแนวทางเหล่านั้น เขามองว่าดนตรีคือการสื่อสารและความรู้สึก ไม่ใช่สนามแข่งขันเพื่ออวดอ้างอัตตา
“เพลงบรรเลงกีตาร์ก็เหมือนกับของหวานนั่นแหละ ของหวานที่ดีต้องมีความหวานในระดับที่พอเหมาะ แต่บางครั้งถ้าของหวานมันชิ้นใหญ่ไปหรือหวานเลี่ยนเกินไป คุณก็กินมันไม่หมดหรอก”
ซาวนด์กีตาร์ของเขาจึงเป็น ‘ของหวานที่กลมกล่อม’ ไม่หวานเลี่ยนด้วยเทคนิคที่ล้นเกิน แต่ละโน้ตที่เขาเลือกหยิบวางมีหน้าที่และเหตุผลในการดำรงอยู่ของมันอย่างประณีต
ช่วงปี 2021 มาเตอุส เคยตัดสินใจ ‘ลบ’ บัญชี Instagram ที่มีผู้ติดตามหลักล้านคนไปพักใหญ่ เพื่อทำ Digital Detox และหนีจากความกดดันของโลกออนไลน์ที่ต้องคอยป้อนคลิปสั้นตามอัลกอริทึม เขาเคยเปรียบเปรยความเป็นไปบนโลกออนไลน์ว่า การยึดติดกับยอดผู้ติดตามหรือชื่อเสียงในโลกดิจิทัล ทำให้เราสูญเสียเสรีภาพและตัวตนที่แท้จริง การรักษาความอ่อนน้อมถ่อมตน และการกล้าที่จะก้าวออกจากกรงขังสมมติเหล่านั้นต่างหาก ที่เป็นเรื่องสำคัญ
“บ้านเกิดผมอยู่แถวชนบทในบราซิล” เขาย้อนนึก “แน่นอนว่ามีความฝัน แต่ไม่เคยคิดแบบว่า ‘โอ้โห อยากดัง อยากเล่นให้คนเยอะ ๆ ฟัง’ ผมแค่อยากเป็นนักกีตาร์ที่เก่ง อยากมีความสุขทุกครั้งที่เล่นกีตาร์ และโชคดีที่นั่นคือสิ่งที่ผมได้ทำมาตลอด ด้วยความกตัญญูอย่างสุดหัวใจ”
เรื่องราวชีวิต ปรัชญาความคิด และท่วงทำนองอันลุ่มลึกทั้งหมดของ มาเตอุส อาซาโต กำลังจะถูกถ่ายทอดและขับขานผ่านเสียงกีตาร์จริง ในคอนเสิร์ต Mateus Asato Asia Tour 2026 Live in Bangkok ณ M Theatre ในวันที่ 2 สิงหาคม 2026 นี้ เริ่มจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป (ลิงก์จำหน่ายบัตร https://cutt.ly/OtCYky67)
แล้วไปพิสูจน์กันว่าเสียงกีตาร์ที่พูดได้นั้นงดงามเพียงใด
เรื่อง: อนันต์ ลือประดิษฐ์
ภาพ: อินสตาแกรม Mateus Asato
ที่มา:
"I Know Now That It's Not About Competition: Mateus Asato Is Ready to Be an Artist." Pro Music News, 2026.
"Mateus Asato: Redefining Guitar Music, Creativity, Connection and What’s Next." FAME Magazine, 2024.
"The Return of the Melodic Genius: An Interview with Mateus Asato on his Debut Album." Guitar World, Future Plc, Feb. 2026.