04 ก.พ. 2569 | 18:00 น.

KEY
POINTS
คุณยังจำ ‘โชแชง’ รักแรกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้ไหม?
วันนี้เธอปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะ ‘เลดี้อรามินตา’ แม่เลี้ยงใจร้ายของ ‘โซฟี แบค’ รักแรกพบของเบเนดิกต์ บริดเจอร์ตันในซีรีส์ Bridgerton ซีซัน 4
ตัวจริง เธอชื่อ ‘เคธี่ เหลียง’ (Katie Leung) นักแสดงชาวสกอตแลนด์ที่ใช้ชีวิตในแสงไฟตั้งแต่วัยรุ่น เดินทางผ่านเสียงวิจารณ์ การค้นหาตัวตน และสร้างเส้นทางของตัวเอง จนกลายเป็นนักแสดงที่ทั้งโลกชื่นชม
เพราะสำหรับเธอ การแสดงเป็นโลกที่สอนให้เธอเข้าใจคำว่าชีวิต เรียนรู้ความเปลี่ยนแปลง และเติบโตไปพร้อมกับทุกการตัดสินใจในชีวิต
เคธี่เป็นลูกสาวคนเล็กของนักธุรกิจและนักบัญชีชาวฮ่องกงที่อพยพเข้ามาใช้ชีวิตในยุโรป หลังจากพ่อแม่แยกทางกันตอนอายุ 3 ขวบ เธอจึงใช้ชีวิตวัยเด็กกับพ่อและคุณย่า
แม้จะไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่เคธี่ยอมรับว่า การที่ไม่ได้มีแม่คอยอยู่ข้าง ๆ (แม้จะยังคงคุยกันตลอด) คือประสบการณ์ที่ทำให้เธอเป็นตัวเธอในทุกวันนี้
“เรื่องราวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนฉัน มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะมองข้ามแล้วบอกว่ามันไม่มีผลกับชีวิตเลย เพราะตอนนี้ฉันมีความสุขกับสิ่งที่ฉันเป็น และการที่ฉันได้มาอยู่ตรงนี้ แต่ฉันก็ไม่อยากให้ชีวิตแบบอื่นเลย”
เคธี่เรียนมัธยมปลายที่โรงเรียน Hamilton College ในสกอตแลนด์ ขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันกำลังค้นหาตัวตน แต่เคธี่เป็นคนไม่ชอบไปโรงเรียน ขี้อาย และไม่ชอบเป็นจุดสนใจ เธอเข้าร่วมกิจกรรมในโรงเรียนน้อยมาก ๆ มีแค่มิวสิคัลเรื่อง Bugsy Malone งานโรงเรียนที่เธอขึ้นไปแสดงในฐานะนักเต้น
“พ่อกับแม่ไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว ตอนนั้นฉันตื่นเต้นมาก เพราะในความคิดของเด็กอายุ 16 ปี ฉันยังแอบคิดว่า มันอาจมีโอกาสที่พวกเขาจะกลับมาคืนดีกันได้”
เรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ในห้องออดิชัน เคธี่ทำได้ดี การแสดงของเธอเข้าตากรรมการ และได้รับบท ‘โชแชง’ รักแรกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ มาได้ ท่ามกลางผู้สมัครมากกว่า 3,000 คน
แต่ใครจะรู้ว่า การปรากฏตัวของวัยรุ่นหน้าเอเชียคนหนึ่งในภาพยนตร์แฟรนไชส์ระดับโลกจะเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล และลึก ๆ บทบาทที่เปิดประตูสู่โลกภาพยนตร์ใบนี้ก็ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ในใจของเคธี่มาจนถึงวันนี้
Harry Potter and the Goblet of Fire ถือเป็นภาพยนตร์ตระกูลแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่หลายคนรอคอย และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกคนรู้จัก ‘โชแชง’ และนักแสดงหญิงวัย 16 ปีที่ชื่อว่า ‘เคธี่ เหลียง’
สำหรับเคธี่ที่ไม่อินกับการไปโรงเรียน การได้ไปใช้ชีวิตในกองถ่ายกลายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เธอมีความสุขกับชีวิตวัยรุ่นมากขึ้น
ทว่าการใช้ชีวิตในสปอตไลท์เร็วเกินไป เคธี่กลับต้องเผชิญกับคำวิจารณ์จากบทบาทแจ้งเกิดอย่างหนักก่อนที่ภาพยนตร์จะฉายอย่างเป็นทางการ
พอภาพยนตร์ฉายจริง คำวิจารณ์และคำเหยียดเชื้อชาติก็มีมากขึ้น บางคนบอกว่า ตัวละครโชแชงไม่ได้สะท้อนวัฒนธรรมเอเชีย การเพิ่มตัวละครนี้เข้ามาอาจเป็นความต้องการของคนสร้างหนังที่จะอยากทำให้มีตัวละครเอเชียมากกว่าการใช้เป็นภาพแทนของชาว ‘เอเชีย’ จริง ๆ ขณะที่บางคนมองว่า ตัวละครนี้อ่อนไหวเกินไป ซึ่งเป็นการผลิตซ้ำความเป็นเอเชียแบบเดิม ๆ
“ฉันจำได้ว่าไปค้นหาชื่อตัวเองใน Google อ่านคอมเมนต์ทั้งหมด และมีข้อความเชิงเหยียดเชื้อชาติเยอะมาก ฉันยังเป็นวัยรุ่น การอยู่ในจุดสนใจตอนอายุเท่านั้นเอง ชอบคิดว่าคนจะคิดยังไงกับฉัน มันเป็นเรื่องที่แย่มาก”
แล้ววันนั้น เธอเลือกพูดสิ่งที่เห็นกับผู้ใหญ่ แต่กลับถูกมองข้าม บอกให้เงียบ เธอเลยทำเหมือนว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และทุกอย่างปกติดี เพราะคิดว่ามันจะดีอย่างที่พูดจริง ๆ
“ตอนที่ฉันเอาเรื่องนี้ไปคุยกับทีมประชาสัมพันธ์ พวกเขากลับบอกให้ฉันเงียบและยิ้มไว้ พวกเขาบอกว่าพวกเราไม่เคยเห็นเว็บไซต์ที่คนกำลังพูดถึงเลย แล้วถ้าใครถามถึงเรื่องนี้ ก็ให้บอกว่าไม่จริง ไม่มีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้น”
“ฉันแค่พยักหน้า และตอบว่า โอเค แม้ว่าฉันจะเห็นมันด้วยตาของตัวเองก็ตาม ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่า จะบอกว่าทุกอย่างดีทั้งหมด’”
แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด มีคนไม่ชอบ ก็ต้องมีคนชอบ แฟนหนังบางกลุ่มชื่นชมว่า โชแชงไม่ได้เป็นตัวละครที่ไร้เหตุผล แต่เป็นการสะท้อนความใจดีและความสุภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง และทำให้เคธี่ เหลียงได้รับคำชมไม่น้อย โดยเฉพาะฉากที่ต้องถ่ายทอดความอ่อนไหวออกมา ซึ่งทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ผู้คนจดจำได้มาถึงปัจจุบัน
เคธี่รับบทเป็นโชแชงต่อเนื่องมาอีก 4 ภาคจนถึง Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 แม้ความสำเร็จจะเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่บาดแผลและคำพูดร้าย ๆ ของคนอื่นยังคงฝังลึกในใจ
“ฉันกลัวว่าคนอื่นจะคาดหวังในตัวฉัน มันจึงสำคัญมากที่ฉันจะบอกตัวเองว่า ชีวิตจะเริ่มต้นจากตรงนี้ แล้วฉันก็รู้ว่า เพื่อนร่วมชั้นไม่ได้คาดหวังอะไรจากฉันเลย ทุกอย่างมันอยู่ในหัวฉันคนเดียว”
สุดท้าย เคธี่กลับเข้าไปเรียน Royal Conservatoire of Scotland โรงเรียนการแสดงในสกอตแลนด์ได้ ช่วงเวลานั้นเธอลองเปิดใจให้ตัวเองโอบกอดความเปราะบางที่ซ่อนอยู่
“การได้อยู่ในพื้นที่ที่ฉันสามารถเปิดใจได้อย่างเต็มที่ เป็นประสบการณ์ที่ฉันไม่เคยมีมาก่อน ที่นั่นคุณไม่จำเป็นต้องตั้งการ์ดหรือปกป้องตัวเอง แต่ต้องยอมเปิดใจรับทุกอย่างเข้าไป และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ฉันได้เรียนรู้จากโรงเรียนการแสดง”
พอมองย้อนกลับไปวันที่เธอเป็นโชแชง นักแสดงหน้าใหม่ที่ถูกรายล้อมไปด้วยคนที่ฝึกฝนมาอย่างดี การที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่ใช่เพราะโชคช่วยอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเคธี่ไม่เคยหยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง
“ตอนเล่น Harry Potter การได้อยู่ท่ามกลางนักแสดงที่ผ่านการฝึกฝนมา ทำให้ฉันเหมือนเป็นมือสมัครเล่น แต่ตอนที่ฉันกำลังจะเรียนจบ ฉันรู้เลยว่า การแสดงต้องอาศัยทักษะฝีมือ คุณไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ ถ้าไม่ผ่านการฝึกฝน”
หลังเรียนจบ เคธี่โลดแล่นและฝึกฝนการแสดงอยู่ในโรงละคร เธอเป็นนักแสดงละครเวทีที่โด่งดังหลายเรื่อง เช่น Wild Swans, The World of Extreme Happiness, และ You For Me For You ปรากฏตัวในซีรีส์และมินิซีรีส์อยู่บ้าง เช่น Run, Father Brown, และ One Child
การจะเป็นเคธี่วันนี้ไม่ง่าย แต่อย่างหนึ่งที่เธอทำได้ คือ การปล่อยให้ความกลัวมากำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเอง
หลังจากร้างจอไปนาน เคธี่กลับมาเล่นหนังอีกครั้งด้วยบทนักแสดงสมทบที่เราจะเห็นแค่บางช่วงของเรื่องใน T2 Trainspotting ภาพยนตร์ภาคต่อจาก Trainspotting โดยผู้กำกับแดนนี่ บอยล์ รวมถึงการเล่นเป็นลูกสาวของแจ็คกี้ ชานจากเรื่อง The Foreigner
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังเป็นนักพากย์ด้วยการพากย์เสียงตัวละครที่ชื่อ ‘เคทลิน คิรามัน’ (Caitlyn Kiramman) ในซีรีส์แอนิเมชันเรื่อง Arcane ของ Netflix ในปี 2021
ซึ่งในเรื่อง เคทลินถือเป็นตัวละครหลัก เป็นผู้คุมกฎหมายที่มุ่งมั่นและเป็นนักผดุงความยุติธรรม อีกทั้งยังเป็นการพากย์เสียงครั้งแรกของเธอด้วย
“การได้มาพากย์เสียงใน Arcane เป็นประสบการณ์ที่ฉันชอบมาก โดยเฉพาะการทำงานในสตูดิโออัดเสียงและการได้ร่วมงานกับทีมครีเอทีฟที่ยอดเยี่ยม ทุกคนให้การสนับสนุนกันอย่างเต็มที่”
“งานภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ไม่ค่อยให้ความรู้สึกแบบนี้ ทุกคนในโปรเจกต์นี้มีแพสชันมาก ทำให้รู้สึกว่า เป็นการร่วมมือกันจริง ๆ นั่นคือเหตุผลที่ฉันภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Arcane”
ต่อมาในปี 2022 เธอกลับมาด้วยบทบาทของ ‘ASH’ ตัวละครจากโลกอนาคตที่ฉลาดและมีทักษะด้านเทคโนโลยีสูงซีรีส์ไซไฟ The Peripheral ออริจินัลคอนเทนต์ของ Prime Video ที่ได้กระแสตอบรับดีจากผู้ชม
เธอไม่ได้เป็นนักแสดงที่ผลงานทุกปี แต่เลือกและรับเฉพาะบทที่อยากเล่นและเหมาะกับตัวเอง จนในที่สุดก็มาถึงบทที่ปลุกชื่อของเธอให้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งผ่านซีรีส์รักโรแมนติกอย่าง ‘Bridgerton’ ที่นับเป็นบทใหม่ในเส้นทางการแสดงของ ‘เคธี่ เหลียง’
ทุกคนรู้ Bridgerton เป็นซีรีส์รักโรแมนติกที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของพี่น้องตระกูลขุนนางอังกฤษช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และดำเนินเรื่องมาถึงซีซันที่ 4 แล้ว
นอกจากเส้นเรื่องที่ราวกับอยู่ในเทพนิยายเรื่อง ‘ซินเดอเรลล่า’ บอกเล่าชีวิตรักต่างชนชั้น สิ่งที่หลายคนรอคอย คือ เราจะได้เห็นเคธี่ เหลียงกลับคืนจอในซีรีส์ระดับโลกที่หลายคนรอคอย
ใน Bridgerton ซีซัน 4 เคธี่รับบทเป็นเลดี้อรามินตา (Lady Araminta Gun) หรือแม่เลี้ยงของ ‘โซฟี’ นางเอกของเรื่อง พร้อมสร้างหมุดหมายสำคัญด้วยการเป็นครั้งแรกที่ซีรีส์มีครอบครัวเชื้อสายเอเชียปรากฏตัว เพิ่มอีกเฉดสีและความหลากหลายของตัวละครในเรื่องนี้
“เราได้เห็นตัวละคร 4 คนที่มีบุคลิกแตกต่างกันแทนที่จะเป็นเพียงตัวละครเอเชียหนึ่งคนที่ถูกใส่มาแบบเป็นสัญลักษณ์ สามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมได้จริง เพราะพลวัตของครอบครัวเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจร่วมกันได้”
ชาวเน็ตส่วนใหญ่ชื่นชมบอกว่า เคธี่เหมาะสมกับการเป็นเลดี้อรามินตาด้วยความน่าเกรงขามและการถ่ายทอดอารมณ์ที่หนักแน่น ทำให้ตัวละครมีมิติมากกว่าบทตัวร้ายทั่วไป
“เหตุผลที่เธอมีหลายมิติ เป็นเพราะเธอมีชีวิตอีกด้าน ถูกหักหลัง แล้วเหตุการณ์บอบช้ำเหล่านั้นคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เราเป็นในแบบที่เป็นอยู่ สำหรับนักแสดงหาโอกาสได้ยากที่จะได้พาผู้ชมเข้าไปสัมผัสประสบการณ์เหล่านั้นไปพร้อมกับตัวละคร และฉันก็โชคดีที่ได้ทำสิ่งนั้นผ่านบทอรามินตา” เคธี่ให้สัมภาษณ์กับ DeadLine
ขณะเดียวกัน ถึงผู้กำกับจะวางคาแรกเตอร์ให้เป็นแม่เลี้ยงใจร้าย แต่คนดูกลับบอกว่า โกรธไม่ลง เพราะสำหรับพวกเขาเคธี่ยังเป็นโชแชงในใจของพวกเขาตลอดมา
เพราะการกลับมาของ ‘เคธี่ เหลียง’ ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การพลิกบทมาเล่นเป็นตัวร้าย แต่การปรากฏตัวของเธอใน Bridgerton ก็ทำให้หลายคนได้มองเห็นเส้นทางที่นักแสดงหญิงคนนี้เดินผ่านมา ตั้งแต่การรับมือกับความโด่งดังในวัยเด็ก การเติบโตผ่านกาลเวลา ไปจนถึงความกล้าที่จะก้าวเข้าสู่พื้นที่ใหม่อย่างมั่นคง
จนท้ายที่สุด เธอพิสูจน์ว่า บทบาทที่ทรงพลังไม่จำเป็นต้องเป็นตัวละครที่แสนดี แต่อาจจะเป็นตัวละครที่ดูมีอยู่จริง มีมิติ และทิ้งร่องรอยความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจผู้ชมได้
แม้แต่ในบทบาทของแม่เลี้ยงใจร้ายที่ใครหลายคนบอกว่า รักและคิดถึง…
ภาพ : อินสตาแกรม _katieleung_
อ้างอิง
Harry Potter’s Katie Leung Says Publicists Told Her To Deny Receiving Racist Hate From Fans / BUSTLE
Katie Leung on her BAFTA award, acting, and “One Child” / Muggle Net
Katie Leung on what drew her to Caitlyn when voicing her in Arcane / UNGEEK
Exclusive: From Hogwarts to Piltover — how Harry Potter’s Katie Leung became Caitlyn / ONE ESPORTS