13 ก.ย. 2569 | 16:00 น.

KEY
POINTS
เสียงพูดคุยยามบ่ายของกลุ่มเพื่อนเก่าที่ต่างอยู่ในวัยทำงาน อันนานทีปีหนจะรวมตัวกันได้ในช่วงหยุดยาวราวปาฏิหาริย์ มันได้สะดุดลงเมื่อมีเสียงหนึ่งพูดความทรงจำในวัยเด็กถึงขนมโตเกียวหน้าโรงเรียนว่า... ความทุกข์ที่สุดในวัยเด็กเห็นจะเป็นการที่ขนมโตเกียวร้านเด็ดหน้าโรงเรียนหมดเกลี้ยง หลังจากที่ตนเองง่วนอยู่กับการทำความสะอาดเวรประจำวัน
ก่อนที่เพื่อนอีกคนในกลุ่มที่ได้ย้ายไปทำงานยังกรุงโตเกียวจะพูดแทรกขึ้นว่า เขาเคยลองเดินตามหาขนมนี้ทั่วตลาดในญี่ปุ่นก็ไม่มี แต่กลับพบเพียงขนมท้องถิ่นที่หน้าตาคล้ายกัน แต่ไม่ใช่รสชาติที่คุ้นเคยเลยสักนิด คนทั้งกลุ่มได้แต่ยิ้มและหัวเราะพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย เพราะรู้คำตอบอยู่แล้ว
ในครั้งนี้จึงอยากจะพาท่านผู้อ่านนั่งไทม์แมชชีนของเจ้าโดราเอมอน ย้อนเวลากลับไปทำความรู้จักขนมหน้าโรงเรียนในตำนาน ที่ทุกครั้งเมื่อได้กลิ่นและลิ้มรสของมัน ก็เหมือนได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาหนึ่งของวัยเด็กอีกครั้ง
เจ้าขนมโตเกียวที่เรารู้จักกันมาราว 7 ทศวรรษนี้ มีการตั้งข้อสันนิษฐานกันว่า ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณราวปี พ.ศ. 2507 - พ.ศ. 2510 ที่ห้างไดมารู อันเป็นยุคแรก ๆ ที่ญี่ปุ่นได้เข้ามาเปิดกิจการห้างในไทย ซึ่งเคยตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าราชดำริ ย่านราชประสงค์ และในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวคือบริเวณบิ๊กซี ราชดำริ ใกล้กับเซ็นทรัลเวิลด์ในปัจจุบัน
โฆษณาห้างฯ ไทย ไดมารู / ภาพด้านหลังคืออาคารห้างสรรพสินค้า,
ถ่ายเมื่อพ.ศ. 2509 (ภาพจาก หอภาพยนตร์ และ The National Library of Australia)
มีความเชื่อว่ามีคนนำเอาขนมหน้าตาคล้ายกับขนมโตเกียวที่เรารู้จักมาทำขายในห้างไดมารู และคาดว่าได้มีการดัดแปลงจาก ‘ขนมโดรายากิ’ ของญี่ปุ่น หรือในวัยเด็กของกลุ่มคนที่ในปัจจุบันถูกเรียกว่า Gen X , Gen Y และต้องเป็น Gen Z ที่มีอายุประมาณ 20-29 ปี อาจได้เคยรู้จักและคุ้นเคยกันในชื่อขนมแสนโปรดของเจ้าแมวฟ้าโดราเอมอน ในการ์ตูนเรื่อง Doraemon ที่เป็นหุ่นยนต์แมวสีฟ้าตัวอ้วนน่าตาน่ารักที่ได้มาจากโลกอนาคต และได้กลายเป็นขวัญใจทั้งเด็กๆและผู้ใหญ่หลายคนในเวลานั้น ส่งผลทำให้เกิดกระแสขนมโดรายากิขึ้น ถ้าสังเกตให้ดีในร้านขนมโตเกียวที่เราพบเห็นในปัจจุบันหลายๆร้านไม่ได้ขายแค่ขนมโตเกียวอย่างเดียวดื้อๆ แต่มักจะมีแพนเค้กและขนมเบื้องพ่วงมาด้วย
dorayaki Japanese red bean pancake public domain image.
แหล่งที่มา: sakura.co
คาดว่าพ่อค้าแม่ค้าในยุคนั้นอาจได้ดัดแปลงจากขนมโดรายากิ ที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายแป้งของแพนเค้กอยู่ไม่น้อย เราสามารถพบเห็นได้ตามร้านรถเข็นขายขนมโตเกียวทั่วไป และใครหลายคนก็มักไปสั่งเมนูกับพ่อค้าแม่ค้าว่า ‘ขอแพนเค้กทาแยม’ หรือ ‘ขนมของโดเรมอนสักที่’ แล้วมันก็ได้พัฒนาผ่านกาลเวลาจนกลายเป็นขนมโตเกียวตอนช่วงเวลาใดก็ไม่มีใครทันได้สังเกตเห็น
และกรรมวิธีการใช้แป้งกับไส้ก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก หากแต่รูปลักษณ์ของขนมที่แปลกตาไป ทำให้จากขนมโดรายากิที่ทำเป็นแผ่นแป้งแพนเค้กสองชิ้นสอดไส้ถั่วแดงกวนประกบกันเหมือนก่อน ได้กลายเป็นแผ่นแป้งที่บางลงกรอบขึ้น แถมยังมีขนาดเล็กและม้วนเป็นแท่งโดยสอดไส้ไม่ว่าจะเป็นครีม ไส้ไข่ ไส้หมูสับ ฮอทดอก หรือจะเป็นไส้อื่น ๆ ตามแต่ใจชอบ
ในช่วงเวลานั้นจนถึงปัจจุบันว่ากันว่า ถ้าคิดถึงและอยากจะกินขนมโตเกียว ต้องแวะไปแถวหน้าประตูโรงเรียน โดยจะมีเหล่าพ่อค้าแม่ขายเข็นรถทำขนมโตเกียวมารอขายของให้เด็ก ๆ หลังเลิกเรียน จนกลายเป็นภาพความทรงจำและความคุ้นเคย
บ้างก็เชื่อว่าเจ้าขนมโตเกียวถูกดัดแปลงมาจากขนม ‘Yatsuhashi’ ที่คนไทยส่วนหนึ่งได้เคยลิ้มรสชาติ และเมื่ออยากกินขนมญี่ปุ่นชนิดนี้อีกครั้งแต่กลับไม่ชอบไส้ถั่วแดง หลังจากนั้นจึงได้แปลงทั้งสูตรแป้งและไส้ให้ถูกปากของคนไทยแทน
Yatsuhashi sweet Kyoto public domain photograph.
แหล่งที่มา: www.jeepe.jp
พ่อค้าแม่ค้าไทยในยุคนั้นได้นำไอเดียแป้งการทำขนมโดรายากิมาที่มีลักษณะคล้ายแป้งแพนเค้ก มาทำให้แผ่นแป้งบางลง โดยม้วนห่อไส้แทนการประกบอย่างข้อสันนิษฐานแรก และตั้งชื่อขนมนี้ว่า ‘ขนมโตเกียว’ เพื่อให้ล้อไปกับธีมของห้างญี่ปุ่นและช่วยให้การตลาดฟังดูแปลกใหม่ดึงดูดใจผู้ซื้อ จนกลับกลายมาเป็นขนมโตเกียวอย่างที่เรารู้จัก
khanom Tokyo Thai snack.
แหล่งที่มา: en.wikipedia.org
การที่ได้ปรับแป้งให้บางกรอบ ม้วนเป็นแท่ง และคิดค้นไส้สารพัดทั้งคาวหวานอย่างไข่นกกระทาและไส้กรอกสีแดง มันได้สร้างลักษณะเด่นของขนมโตเกียวที่ทำให้ถูกปากและถูกใจคนไทย อันคงมีที่มาจากการทำสดใหม่ร้อน ๆ บนเตาแบนหรือบางคนก็เรียกกระทะแบนให้เห็น ที่นอกจากสร้างความตื่นตา ยังทำให้ได้กลิ่นของแป้งที่แนบกับเตาแบนๆแบบการทำเครปญี่ปุ่น อันจะส่งกลิ่นหอมกรุ่นพร้อมด้วยการเสิร์ฟร้อน ๆ ให้กับลูกค้า อย่างกับ Chef's Table มาเอง ที่คุณลูกค้าจ่ายเพียงไม่กี่สิบบาทเท่านั้น แถมเมื่อกัดเข้าไปก็จะเจอแป้งรอบนอกที่ให้ความกรอบ แต่ภายในยังมีความนุ่ม พร้อมกับไส้ที่ถูกปากอันมีให้เลือกมากมายตามความชอบของลูกค้า ที่ได้เกิดจากการพัฒนาไส้ขนมให้มีความหลากหลายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ
‘กลุ่มไส้คาว’ (ไส้เค็ม) ได้แก่ ไข่นกกระทา หมูสับ และไส้กรอก ที่มีการเหยาะซอสปรุงรส ไม่ว่าจะเป็นซอสพริก รวมถึงซอสมะเขือเทศและการเติมพริกไทยลงไปด้วย ซึ่งในแบบขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมแทบจะไม่มีการนำของคาวมาทำเป็นไส้ขนมลักษณะนี้ แต่สำหรับคนไทยนั้นกลับต่างออกไป เพราะขนมไทยบางชนิดก็มีไส้คาว (ไส้เค็ม) เนื่องจากคนไทยเราได้มีการปรับประยุกต์เอาวัฒนธรรมอาหารจากชาวจีนที่มาตั้งรกรากในไทย เข้ากับวัฒนธรรมอาหารการกินแบบไทย ทำให้เกิดอาหารที่มีความหลากหลาย การจะมีไส้คาวแบบเค็มจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือดูผิดแผกแต่อย่างใด
‘กลุ่มไส้หวาน’ ได้แก่ ไส้ครีมคัสตาร์ด สังขยาใบเตย ไส้เผือก หรือจะเป็นไส้ฝอยทองและนูเทลล่าก็มีให้พบเห็นได้ตามการตลาดและเอกลักษณ์ของแต่ละร้าน
ในปัจจุบัน ขนมโตเกียวได้มีวิวัฒนาการไปไกลมาก มีทั้งการทำไซส์ใหญ่ยักษ์ สอดไส้ชีสยืด หรือแม้กระทั่งหน้ากุ้งแม่น้ำและซอสกะเพราตามความนิยมในเวลานั้น จนพูดได้ว่าขนมโตเกียวได้กลายเป็นหนึ่งใน Street Food ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย อันสามารถพบเห็นได้ตามรถเข็นหน้าโรงเรียนหรือตามแหล่งชุมชน และทุกครั้งที่เห็นมันก็ชวนให้น้ำย่อยในกระเพาะทำงาน และหวนให้คิดถึงวัยเด็กทุกครั้งไป แถมชื่อของมันก็เหมือนจะแปะป้ายการตลาดแบบไทย ๆ ด้วยการใช้ชื่อว่า "โตเกียว" ที่มันได้สร้างเสน่ห์และความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคเป็นอย่างมากในด้านการเป็นขนมที่มาจากต่างประเทศ
แล้วถ้าหากเราลองมองชื่อ ขนมโตเกียว ตามภาษาศาสตร์จะเป็นยังไงกันนะ?
ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า ‘ขนม’ หมายถึง ของกินที่ไม่ใช่กับข้าว มักปรุงด้วยแป้งหรือข้าวกับกะทิหรือน้ำตาล และหมายถึงของหวาน ที่น่าจะหมายถึงอาหารที่มีรสชาติหวาน โดยถ้าหากลองพิจารณาจากขนมโตเกียว อันเป็นขนมซึ่งทำจากแป้งแต่มีทั้งไส้เค็มและไส้หวาน จะเรียกว่า ‘ขนม’ ได้เต็มปากหรือไม่
จากนั้นมาดูที่คำว่า ‘โตเกียว’ ที่หมายถึงเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น อันตั้งอยู่บริเวณส่วนหัวของอ่าวโตเกียว ที่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคคันโตบนชายฝั่งตอนกลางของเกาะฮนชู และเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มีการคาดการณ์ว่าในยุคนั้น หากใครเดินทางไปญี่ปุ่นด้วยเครื่องบินจะต้องลงที่โตเกียวเป็นหลัก นี่จึงอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้คนในยุคนั้นจึงคุ้นเคยกับชื่อ 'โตเกียว' มากกว่าเมืองอื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่น
ความเป็นจริงคือห้างไดมารูที่มาเปิดสาขาในกรุงเทพ เป็นห้างที่มาจากเมืองเกียวโต ซึ่งอยู่คนละที่กับโตเกียว แต่ทุกคนก็เลือกจะมีภาพจำแรกเป็นเมืองโตเกียว ที่เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นอยู่ดี ส่งผลให้ในทางภาษาศาสตร์ของการเรียกชื่อเฉพาะในภาษาไทย โดยคำขึ้นต้นมักจะบอกถึงประเภทของสิ่งของ และมีคำท้ายบ่งบอกถึงต้นกำเนิด รายละเอียดดังนี้
คำต้น = ขนม
คำท้าย = โตเกียว
เมื่อนำรวมกันเป็น ขนม + โตเกียว = ขนมโตเกียว หมายถึง ขนมที่ทำจากแป้ง สอดไส้ ที่มีถิ่นกำเนิดหรือแรงบันดาลใจจากเมืองโตเกียวของญี่ปุ่น
พอมาถึงตรงนี้แน่ใจว่าท่านผู้อ่านคงกำลังคิดว่าทำไมถึงไม่ตั้งชื่อว่า ‘ขนมญี่ปุ่น’ ไปเลยล่ะ?
ถ้าหากเราใช้คำว่า ‘ขนมญี่ปุ่น’ ก็ดูจะเป็นความหมายที่กว้างเกินไป ซึ่งถ้าเรียกอย่างนั้นอาจหมายถึงขนมทุกชนิดจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ดูไม่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้นการใช้คำว่า ‘ขนมโตเกียว’ จึงเป็นการเจาะจงสถานที่ที่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมสมัยใหม่จากญี่ปุ่นในยุคก่อน อันช่วยสะท้อนการประยุกต์ให้เข้ากับความเป็นไทย ที่มีการนำเอาอาหารหรือวัฒนธรรมต่างชาติมาปรับเปลี่ยนรูปแบบ รสชาติ และชื่อเรียกให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย จนกลายเป็นขนมที่เราคุ้นเคย
ถ้าหากยังสงสัยว่าขนมโตเกียวมีที่เมืองโตเกียวของประเทศญี่ปุ่นจริงไหม?
หากท่านผู้อ่านมีโอกาสได้ลองถามคนญี่ปุ่น หรือคนไทยที่เคยไปญี่ปุ่นและเที่ยวโตเกียวมาแล้ว คำตอบที่ได้คือไม่มีอย่างแน่นอนเหมือนกับกลุ่มเพื่อนคุยกันในตอนต้นบทความ แต่ก็มีหลายคนค้นพบว่ามีขนมลักษณะคล้าย ๆ ขนมโตเกียวอยู่ โดยใช้แป้งลักษณะคล้ายกัน และมีการทำให้สุกด้วยบนเตาหรือกระทะแบน เพียงแต่ขนมชนิดนี้มีแป้งหนากว่า และมีไส้เป็นถั่วแดงบด ถั่วขาวบด หรือถั่วขาวผสมชาเขียว แต่ก็ไม่มีการใส่ของคาวแบบขนมโตเกียวบ้านเรา และมันมีชื่อเรียกว่า ‘อันโกะมากิ’ (Ankomaki)
ขนม あんこ巻き (Ankomaki)
ที่มาของภาพ: スイーツモール (Sweets Mall). (2025, 26 มีนาคม). 知る人ぞ知る味!あんこ巻きとは?. สัมพันธ์จาก https://shop.sweetsvillage.com/blogs/knowledge/what-is-ankomaki
สำหรับขนมอันโกะมากินั้น ก็ไม่ใช่ขนมท้องถิ่นของเมืองโตเกียวโดยเฉพาะแต่อย่างใด แต่มันกลับถูกรับมาจากต่างจังหวัดของญี่ปุ่นอีกทีที่เป็นของจังหวัดไอจิ ซึ่งทุกวันนี้ที่เมืองชิริวในจังหวัดไอจิเอง ก็ยังมีขนม ‘อันมากิ’ ที่เป็นขนมอันมีมายาวนานตั้งแต่ยุคเอโดะ (Edo) อีกทั้งมีหน้าตาและวิธีทำเหมือนขนมอันโกะมากิชนิดถอดแบบกันมาเลย
นอกไปจากนั้นยังมีอีกหนึ่งข้อสันนิษฐานของชื่อขนมโตเกียวว่า… แม้ขนมโตเกียวจะไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเมืองโตเกียวเลยสักนิด แต่มีการคาดเดาว่าชื่อ ‘ขนมโตเกียว’ อาจจะเพี้ยนมาจากคำว่า ‘โรเนียว’ เนื่องจากมีวิธีการทำขนมเป็นแผ่นกลมแบนบนกระทะแบนๆเหมือนการใช้เครื่องโรเนียว เนื่องจากเครื่องโรเนียวในอดีตเป็นเครื่องพิมพ์อัดสำเนาที่นิยมใช้กันเป็นอย่างแพร่หลาย ที่มีความเป็นไปได้ว่าผู้คนพูดจนเพี้ยนกันไปกันมา จนเป็น ‘โรเกลียว’ และกลายเป็น ‘โตเกียว’ ในที่สุด
ถ้าหากข้อสันนิษฐานนี้ตกไปเพราะดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ อย่างน้อยในท้ายที่สุดชื่อขนมโตเกียวก็ดูจะเป็นชื่อทางการตลาดที่ดี ที่บ่งบอกถึงการเป็นขนมที่มาจากต่างประเทศ ในการช่วยดึงดูดผู้บริโภคให้สนใจเจ้าขนมโตเกียวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ที่พอเลยตามเลยหากจะเรียกชื่อขนมตามเมืองหลวงของญี่ปุ่นก็จะเป็นอะไรไป
ทั้งหมดนี้จึงถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าประเทศไทยคือแชมป์แห่งการดูดกลืนวัฒนธรรมอาหาร จนเกิดเป็นขนมที่อยู่ในความทรงจำให้หวนคิดถึง ซึ่งต่อให้ตามหาทั่วญี่ปุ่นเท่าไหร่... ก็ไม่มีวันพบรสชาตินี้อย่างแน่นอน นั่นก็เพราะอาหารเป็นมากกว่าอาหารเสมอ
อ้างอิง
1. ณัฐพล จารัตน์. (2565, 8 กุมภาพันธ์). “ขนมโตเกียว” ใครว่าเป็นขนมญี่ปุ่น ? ในมุมการลากเข้าเป็นไทย. LINE TODAY.
2. TrueID Food. (2562, 8 ตุลาคม). เปิดตำนาน ขนมโตเกียว ทำไมไม่มีขายในโตเกียว? แต่เล็กจนโต โอ้โหเพิ่งรู้. TrueID Food.
3. Baking Club of Lamsoon. (2024, 21 มิถุนายน). ขนมโตเกียว ขนมอะไร มีขายในไทย ไม่มีขายในญี่ปุ่น... [โพสต์บน Facebook]. Facebook.
4. Gurunavi. (2018, May 7). Japanese crepes: Sweet and savory snacks to eat on the go. Gurunavi Japan Foodie.
5. JeePe. (2026, July 12). Kyoto yatsuhashi guide: Baked vs nama sweets & shops. JeePe.
6. Matichon Academy - มติชนอคาเดมี. (2025). ขนมโตเกียว มีขายในญี่ปุ่นมั้ย? หากถามคนไทยจำนวนมากที่เคยไปญี่ปุ่นและเที่ยวโตเกียว [โพสต์บน Facebook]. Facebook.
7. Schroeder, T. (2021, March 5). Dorayaki: Japan’s red bean pancake guide & recipe. Sakuraco.
8. Sereemongkonpol, P. (2016, May 6). Dorayaki adaptation. Tasty trivia. Bangkok Post.
9. ไทยพีบีเอส. (2564, 17 ธันวาคม). อาหารญี่ปุ่น: รสชาติแปลกถิ่น...ที่คนไทยอินไม่มีเบื่อ. Thai PBS The Visual.
10. วัน ๆ หาแต่เรื่อง. (2569, 14 สิงหาคม). ขนมโตเกียวไม่ได้มีต้นกำเนิดจากกรุงโตเกียว. เว็บบอร์ด Postjung.
11. BrandThink (สิ่งมีชีวิต). (23 ธันวาคม 2025). "'ขนมโตเกียว' มีอยู่จริงไหมในญี่ปุ่น?".
12.สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: สำนักงานราชบัณฑิตยสภา.