16 ก.ย. 2569 | 09:19 น.

KEY
POINTS
จอมปลอมไวน์ผู้เคยหลอกนักสะสมและตลาดประมูลเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์ กลับมานั่งบนโต๊ะชิมไวน์ของมหาเศรษฐีอีกครั้ง คราวนี้ยังไม่มีใครถูกหลอก และไวน์ที่เขาผสมขึ้นกลับได้รับความนิยมมากกว่าของแท้
ค่ำคืนหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2023 สมาชิกกลุ่มเล็ก ๆ จำนวน 15 คนมารวมตัวกันที่ The Pines คลับส่วนตัวในสิงคโปร์ ตามคำเชิญของ ‘วี ฮง เลียง’ (Oei Hong Leong) มหาเศรษฐีและนักสะสมไวน์ที่มีชื่อเสียง
บนโต๊ะมี Domaine Jacques-Frédéric Mugnier Musigny 1990 จากไร่องุ่นระดับตำนานแห่งเบอร์กันดี และ Château Cheval Blanc 1982 จากวินเทจยิ่งใหญ่ของบอร์กโดซ์ เมื่อผ่านกาลเวลามานานกว่าสามทศวรรษ สิ่งที่อยู่ในขวดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงน้ำองุ่นหมัก หากยังมีไมโครไคลเมท แตร์ฮัวร์ ฤดูกาล ฝีมือของผู้ผลิต และประวัติศาสตร์ซึ่งไม่อาจสร้างขึ้นใหม่ได้
ไวน์แท้ทั้งสองไม่ได้ปรากฏตัวตามลำพัง ข้าง ๆ กันคือไวน์อีกชุดหนึ่งซึ่งไม่มีไร่องุ่น ไม่มีวินเทจ และเพิ่งถูกผสมขึ้นให่ เพื่อจำลองบุคลิกของ Musigny 1990 และ Cheval Blanc 1982 ให้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด
แขกชิมไวน์เหล่านั้นนั่งเคียงข้างกัน สิ่งที่ตามมากลับเป็นความประหลาดใจ เพราะตามบันทึกจากงาน ไวน์ผสมใหม่ ได้รับความนิยมมากกว่าไวน์ต้นฉบับทั้งสองฉลาก
หากผู้ปรุงเป็นนักทำไวน์ทั่วไป เรื่องนี้อาจเป็นเพียงการแสดงฝีมือ แต่เขาคือชายซึ่งเคยใช้ความสามารถแบบเดียวกันสร้างไวน์ปลอม หลอกนักสะสมและบริษัทประมูลเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์ ก่อนถูก FBI จับกุมและศาลพิพากษาจำคุก
ชื่อของเขาคือ ‘รูดี เคอร์เนียวาน’ (Rudy Kurniawan) ผู้เคยได้รับสมญาว่า ‘Dr. Conti’ จอมปลอมไวน์ผู้อื้อฉาวกลับมานั่งท่ามกลางนักสะสมอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้ทุกคนรู้ว่าไวน์ในแก้วของเขาไม่ใช่ของแท้ และนั่นกลับเป็นเหตุผลที่พวกเขาต้องการดื่มมัน
เมื่อปี 2019 ผมเคยเขียนถึงรูดี เคอร์เนียวาน ชายชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน ผู้สร้างตัวตนขึ้นใหม่ในสหรัฐอเมริกา ก่อนแทรกซึมเข้าสู่สังคมนักสะสมไวน์ระดับสูงได้อย่างแนบเนียน (อ่านต้นฉบับเดิมได้ที่ลิงค์นี้ https://www.thepeople.co/read/13695.)
รูดี ใช้ชีวิตหรูหรา ซื้อไวน์ครั้งละมหาศาล และเปิดขวดระดับตำนานเลี้ยงผู้คนอย่างใจกว้าง เมื่อประกอบกับความจำเรื่องกลิ่นรสและความรู้เกี่ยวกับเบอร์กันดีอย่างละเอียดละออ เขาจึงได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว ความหลงใหลในไวน์ระดับตำนาน อย่าง Domaine de la Romanée-Conti ทำให้เพื่อนร่วมวงตั้งฉายาว่า ‘Dr. Conti’
ต่อมา ความรู้ซึ่งเคยทำให้เขาได้รับคำชื่นชมกลับกลายเป็นเครื่องมือสร้างของปลอม รูดีสามารถเลือกไวน์หลายชนิดมาผสมเพื่อจำลองไวน์เก่า เมื่อบรรจุลงในขวดแท้ พร้อมจุก ฉลาก และร่องรอยของกาลเวลา มันก็พร้อมเข้าสู่ตลาดซึ่งมีทั้งเงินมหาศาลและความกระหายที่จะครอบครองของหายากรออยู่แล้ว
ความผิดพลาดสำคัญของรูดี ไม่ได้เกิดจากรสชาติ หากเกิดจากประวัติศาสตร์
ในปี 2008 เขานำไวน์ Domaine Ponsot Clos Saint-Denis หลายขวดออกเสนอขายในการประมูลที่นิวยอร์ก ฉลากระบุวินเทจย้อนหลังไปถึงช่วงปี 1945–1971 ปัญหาคือ Domaine Ponsot เพิ่งเริ่มผลิตไวน์จาก Clos Saint-Denis ในปี 1982
‘Laurent Ponsot’ ทายาทของผู้ผลิต จึงเดินทางจากฝรั่งเศสไปนิวยอร์กเพื่อหยุดการประมูล ไวน์เหล่านั้นไม่อาจเป็นเพียงขวดที่มีรายละเอียดคลาดเคลื่อน เพราะมันอ้างว่าถูกผลิตขึ้นหลายสิบปีก่อนที่โดเมนจะเริ่มทำไวน์จากไร่องุ่นแห่งนั้น ไวน์อาจหลอกประสาทสัมผัสของมนุษย์ได้ แต่ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขปฏิทินได้
วันที่ 8 มีนาคม 2012 เจ้าหน้าที่ FBI เข้าจับกุมและตรวจค้นบ้านของรูดีในเมืองอาร์เคเดีย รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายในมีขวดเก่า จุกก๊อก เครื่องมือปิดขวด ตรายาง ฉลากที่สร้างขึ้นใหม่ และไวน์ราคาต่ำกว่าซึ่งเตรียมไว้สำหรับนำมาผสม ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจหลักฐานให้การต่อศาลว่า มีฉลากปลอมราว 19,000 ชิ้น ครอบคลุมชื่อไวน์ชั้นนำ 27 รายการ
เดือนธันวาคม 2013 คณะลูกขุนตัดสินว่ารูดีมีความผิดฐานฉ้อโกงทางไปรษณีย์และการสื่อสาร ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2014 ศาลกำหนดโทษจำคุก 10 ปี พร้อมคำสั่งริบทรัพย์ 20 ล้านดอลลาร์ และให้ชดใช้แก่ผู้เสียหาย 28.4 ล้านดอลลาร์
หลังถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2012 รูดีได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2020 แต่การเดินออกจากเรือนจำไม่ได้หมายความว่าเขาได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์
รูดีเข้าสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่านักศึกษาในทศวรรษ 1990 ก่อนพำนักอยู่ต่อโดยไม่มีสถานะถูกต้อง เมื่อพ้นโทษ เขาจึงถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกาควบคุมตัวต่อ กระทั่งวันที่ 8 เมษายน 2021 เขาถูกส่งขึ้นเที่ยวบินพาณิชย์จาก ดัลลัส–ฟอร์ตเวิร์ท กลับสู่อินโดนีเซีย
รูดีจากสหรัฐอเมริกาไปพร้อมชื่อเสียงอันยากจะลบเลือน เงินชดใช้จำนวนมหาศาล และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบว่า ไวน์ปลอมซึ่งเขาสร้างขึ้นเคยกระจายออกไปมากเพียงใด หลายขวดอาจถูกเปิดดื่มไปแล้ว ขณะที่บางขวดอาจยังหลับใหลอยู่ในห้องเก็บไวน์ของใครสักคน โดยเจ้าของไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่ตนเฝ้าทะนุถนอมไม่ได้ถือกำเนิดในเบอร์กันดีหรือบอร์กโดซ์ หากมาจากบ้านหลังหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย
หากมองตามขนบของเรื่องอาชญากรรม การถูกจำคุกและเนรเทศควรเป็นบทสุดท้ายของเรื่อง รูดีได้รับโทษ สูญเสียสถานะ และกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ห่างจากโลกที่เขาเคยหลอกลวง
แต่โลกของไวน์ไม่ได้ลืมเขา และดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่ได้ละทิ้งไวน์
เพียงสองปีหลังกลับสู่อินโดนีเซีย ชื่อของ Dr. Conti ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งในวงสังคมนักสะสมไวน์ของเอเชีย คราวนี้ไม่มีฉลากปลอม ไม่มีการแอบอ้างแหล่งกำเนิด และไม่มีใครบนโต๊ะถูกหลอก
ทุกคนรู้ว่าไวน์นั้นเป็นของปลอม และยินดีจ่ายเพื่อให้เขาปรุงมันขึ้นมา
ในอดีต รูดีปรุงไวน์ บรรจุลงขวดเก่า ติดฉลากของผู้ผลิตชื่อดัง แล้วปล่อยให้ผู้ซื้อเชื่อว่ากำลังครอบครองไวน์แท้จากวินเทจหายาก แต่การกลับมาครั้งนี้แตกต่างออกไป
นักสะสมเป็นฝ่ายแจ้งว่าเขาต้องจำลองไวน์ขวดใด รูดีจึงเลือกไวน์หลายชนิดมาผสม โดยพยายามสร้างกลิ่น รส น้ำหนัก และบุคลิกให้ใกล้ต้นฉบับ ไม่มีการสร้างฉลากปลอม และไม่มีผู้ร่วมงานคนใดซื้อไวน์ด้วยความเข้าใจว่าเป็นของแท้
บางคนเรียกกิจกรรมเช่นนี้ว่า consensual counterfeiting หรือ ‘การปลอมโดยความยินยอม’ แม้ไม่ใช่ศัพท์กฎหมายอย่างเป็นทางการ แต่ใช้อธิบายความประหลาดของเหตุการณ์ได้ดี เพราะผู้สร้าง เจ้าภาพ และผู้ดื่มต่างรู้พร้อมกันว่าสิ่งที่อยู่ในแก้วเป็นของเลียนแบบ
มีรายงานว่าในปี 2023 รูดีปรากฏตัวในงานลักษณะนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง รวมถึงกิจกรรมในสิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน ผู้ร่วมงานบางแห่งอาจจ่ายเงินถึงหลายพันดอลลาร์เพื่อชมและชิมฝีมือของเขา สิ่งที่น่าประหลาดยิ่งกว่าการกลับมาคือ ผลจากงานบางครั้งบ่งชี้ว่าผู้ดื่มชอบไวน์ของรูดีมากกว่าต้นฉบับ
คำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ คือไวน์เก่าอายุกว่าสามทศวรรษย่อมเปลี่ยนจากความสดของผลไม้ไปสู่กลิ่นที่ละเอียดและเปราะบางกว่า ขณะที่ไวน์ซึ่งรูดีนำมาผสมยังมีผลไม้และพลังที่เข้าถึงง่าย อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าทุกคนจะเลือกไวน์เลียนแบบ
สมมติว่ามีไวน์สองแก้ววางอยู่ตรงหน้า แก้วแรกมาจากไร่องุ่นซึ่งได้รับการยอมรับมาหลายศตวรรษ ผลิตในวินเทจยิ่งใหญ่และมีราคาหลายพันดอลลาร์ ส่วนอีกแก้วเพิ่งถูกผสมขึ้นเพื่อเลียนแบบไวน์ขวดแรก หากเราดื่มโดยไม่เห็นฉลากแล้วพบว่าแก้วที่สองให้ความสุขมากกว่า เราควรเรียกแก้วใดว่าเป็นไวน์ที่ดีกว่า
ถ้าวัดด้วยความพึงพอใจในขณะดื่ม ไวน์ที่สดใส สมดุล และอร่อยกว่าย่อมเป็นผู้ชนะ แต่คุณค่าของไวน์ชั้นดีไม่เคยอยู่ในรสชาติเพียงมิติเดียว Musigny ไม่ได้มีค่าเพราะสร้างกลิ่นบางอย่างขึ้นในแก้วเท่านั้น หากเป็นเพราะองุ่นเติบโตบนผืนดินแห่งหนึ่ง ภายใต้ฤดูกาลหนึ่ง ผ่านมือผู้ผลิตคนหนึ่ง และไม่อาจเกิดซ้ำได้อีกเมื่อปีนั้นผ่านพ้นไป
รูดี อาจจำลองกลิ่น เนื้อสัมผัส หรือความสดได้อย่างน่าทึ่ง แต่ไม่สามารถจำลองแหล่งกำเนิด สิ่งที่เขาสร้างขึ้นจึงคล้ายภาพวาดเลียนแบบซึ่งดูงดงาม แต่ไม่เคยผ่านปลายพู่กันของศิลปินเจ้าของผลงาน ความเหมือนมอบความสุขทางประสาทสัมผัส ส่วนความจริงแท้มอบความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ดี ดินเนอร์เหล่านี้ก็เปิดเผยความจริงอีกด้านว่า ราคา ชื่อเสียง และเรื่องราวยิ่งใหญ่ไม่ได้รับประกันว่าไวน์ในขวดจะมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าเสมอไป ผลการชิมจึงไม่ได้พิสูจน์ว่าของปลอมมีคุณค่ากว่าของจริง หากเตือนว่า “อร่อยกว่า” กับ “มีค่ากว่า” เป็นคำถามคนละข้อ
การพ้นโทษหมายความว่ารูดีได้ชำระความผิดตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่ได้ทำให้ความเสียหายหายไปพร้อมวันที่ประตูเรือนจำเปิด ไวน์ปลอมจำนวนหนึ่งอาจยังหมุนเวียนอยู่ในตลาด และผู้เสียหายบางคนอาจไม่มีวันได้เงินกลับคืนครบถ้วน
ด้านหนึ่ง มนุษย์ซึ่งรับโทษแล้วควรมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ หากรูดีใช้ความสามารถด้านการชิมและผสมไวน์โดยเปิดเผย ไม่ติดฉลากปลอม และไม่หลอกว่าเป็นต้นฉบับ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจถูกมองเป็นการแสดงฝีมือมากกว่าอาชญากรรม
แต่อีกด้านหนึ่ง ยังไม่มีหลักฐานพอจะเรียกสิ่งนี้ว่าการไถ่บาป เพราะการไถ่บาปไม่ใช่เพียงการหยุดทำผิด หากยังรวมถึงการยอมรับความเสียหาย ความสำนึกต่อผู้ถูกหลอก และความพยายามแก้ไขสิ่งที่ตนเคยทำ
ครั้งหนึ่ง รูดีสร้างรายได้จากการทำให้ผู้คนเชื่อว่าไวน์ปลอมเป็นของแท้ วันนี้เขาสร้างความสนใจจากการประกาศตั้งแต่ต้นว่าไวน์ในแก้วเป็นของเลียนแบบ ทักษะเดิมยังอยู่ ความหลงใหลของนักสะสมยังอยู่ และเงินจำนวนมากก็ยังอยู่ เพียงแต่ความลับซึ่งเคยทำให้เขาติดคุกถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง
บางทีสิ่งที่ผู้ร่วมงานเหล่านั้นจ่ายเงินเพื่อพบเห็น อาจไม่ใช่เพียงความสามารถในการผสมไวน์ แต่คือโอกาสได้นั่งร่วมโต๊ะกับชายผู้เคยเขย่าโลกของไวน์หายาก พวกเขาไม่ได้ต้องการหลีกหนีจากเรื่องอื้อฉาว หากต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนั้น
ค่ำคืนที่ The Pines จึงไม่ได้จบลงด้วยคำตอบว่าไวน์แก้วใดอร่อยกว่า หากทิ้งคำถามที่ซับซ้อนกว่านั้นไว้เบื้องหลัง
เมื่อการปลอมแปลงไม่มีการหลอกลวง มันยังเป็นของปลอมอยู่หรือไม่ เมื่ออดีตอาชญากรใช้ความสามารถเดิมโดยทุกฝ่ายยินยอม เราควรเรียกสิ่งนั้นว่าการเริ่มต้นใหม่ หรือเป็นเพียงการค้นพบตลาดรูปแบบใหม่
และหากวันหนึ่งเรายกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม แล้วพบว่าสิ่งซึ่งไม่ได้มาจากไร่องุ่นในตำนานกลับมอบความสุขมากกว่าไวน์ต้นฉบับ เราควรเชื่อสิ่งใดมากกว่ากัน—ประสาทสัมผัสของตนเอง หรือความจริงของไวน์ในแก้ว
รูดี เคอร์เนียวาน ออกจากเรือนจำไปแล้ว แต่คำถามที่เขาทิ้งไว้ให้โลกของไวน์ ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการปล่อยตัวตามไปด้วย
อนันต์ ลือประดิษฐ์