14 ก.ย. 2569 | 07:19 น.

KEY
POINTS
ที่ประเทศจีนตอนนี้ คุณสามารถเข้าไปมินิผับ สั่งเบียร์แก้วใหญ่ขนาดหนึ่งไพน์ในราคา 5.9 หยวน หรือ 29 บาท
เบียร์แก้วใหญ่ดื่มในร้านราคา 29 บาท ถือว่าถูกมาก ๆ
นี่คือมินิผับที่มีชื่อว่า ‘Fulujia’ หรือแปลเป็นไทยว่า ‘กวางแห่งความโชคดี’ เป็นร้านขาย ‘เก๊กฮวย’ มีฟองที่กำลังมาแรงของจีน
จากปี 2021 จนถึงวันนี้ Fulujia เปิดมินิผับทั่วประเทศมากกว่า 3,200 แห่ง ด้วยจุดแข็งตามที่บอกไปขั้นต้น
นั่นคือ เบียร์ราคาถูก
การวางกลยุทธ์ราคาแบบนี้ คุ้น ๆ ไหม ให้เวลาคิดว่า คล้ายกับแบรนด์ไหนในจีน
นับ 5 4 3 2 1
ใช่ครับ (ใช่กับใครเนี่ย) เป็นกลยุทธ์ราคาแบบเดียวกันกับแบรนด์ ‘Mixue’ ที่ขายไอศกรีมและชาที่บ้านเราในราคาเริ่มต้น 10 กว่าบาทนั่นแหละ เรียกได้ว่ากำแบงค์ยี่สิบไปที่ร้านก็น่าจะได้กินอะไรสักอย่างในร้านแล้ว
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะ Mixue เข้าถือหุ้นควบคุมใน Fulujia
ตามที่รู้กัน Mixue ยักษ์ใหญ่ด้านไอศกรีม ชาและเครื่องดื่มเย็น ที่ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 ระบุว่า MIXUE Group มี 63,987 สาขาใน 17 ประเทศ โดย 59,609 สาขาอยู่ในจีน และ 4,378 สาขาอยู่นอกจีน (จำนวนสาขาเป็นการรวมทั้งเครือ อย่าง Mixue, Lucky Cup และ FULU Fresh Beer)
เมื่อปี 2025 Mixue แซง McDonald’s ยักษ์ใหญ่เบอร์เกอร์ของอเมริกา ขึ้นเป็นผู้ประกอบการฟาสต์ฟู้ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากจำนวนสาขา
ทางร้าน Fulujia จึงเดินเกมกลยุทธ์ราคาแบบเดียวกันเป๊ะ
ลักษณะร้าน Fulujia มีขนาดเล็กแต่มีรูปแบบเหมือนกันทั้งหมด มีหัวจ่ายเบียร์สด 20 หัวและพื้นที่นั่งเล่นแบบเรียบง่าย ร้านมักขายของกินเล่นอย่างหมูทอดและถั่วแระญี่ปุ่นด้วย
ถามว่าทำไมราคาเบียร์จึงถูกขนาดนี้? คำตอบของราคาเบียร์ของ Fulujia คือคำตอบเดียวกันกับราคาไอศกรีมกับชาของบริษัทแม่อย่าง Mixue
Mixue ซื้อหุ้นที่มีอำนาจควบคุมใน Fulujia เมื่อเดือนตุลาคม ทั้งสองบริษัทดำเนินธุรกิจด้วยโมเดลแฟรนไชส์ที่คล้ายกัน ผู้ซื้อแฟรนไชส์ Fulujia ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าประมาณ 60,000 หยวน (ประมาณ 300,000 บาท) สำหรับทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการเปิดมินิผับ เช่น หัวจ่ายเบียร์และของตกแต่งที่มีแบรนด์ แต่ไม่รวมค่าเช่าและค่าปรับปรุงร้าน นอกจากนี้ พวกเขายังได้รับการยกเว้นค่ารอยัลตีเป็นเวลา 3 ปี
(Royalty Fee คือ ค่าธรรมเนียมที่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องจ่ายให้เจ้าของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกกับสิทธิในการใช้แบรนด์ ระบบ สูตรสินค้า เทคโนโลยี หรือ Know-how ของเจ้าของแฟรนไชส์)
เคล็ดลับความสำเร็จของ Mixue ไปจนถึง Fulujia คือ ความเชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชน (Supply Chain) กับการจัดการสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรามักจะจำว่า Mixue เป็นร้านในเครือฟาสต์ฟู้ด ร้านเครื่องดื่ม ร้านไอศกรีมและชา หรือจะอะไรก็ตามแต่
อย่างไรก็ตาม นิตยสาร The Economist ได้วิเคราะห์ว่า โดยเนื้อแท้แล้ว Mixue คือ บริษัทโลจิสติกส์ (Logistics)
พูดแบบนี้ก็น่าจะไม่ผิด เพราะประสิทธิภาพในการขนส่งวัตถุดิบของ Mixue ทำให้สามารถรักษาต้นทุนสำหรับผู้บริโภคให้อยู่ในระดับต่ำอย่างน่าทึ่ง
ที่จีน เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของบริษัทอย่างน้ำมะนาว มีราคาเริ่มต้นเพียงประมาณ 4 หยวน หรือ 20 บาทเท่านั้น
Fulujia ก็เช่นกัน เชนของร้านแต่ละร้าน ใช้เครือข่ายโลจิสติกส์เดียวกันในการส่งเบียร์จากมณฑลเหอหนาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของทั้ง Mixue และ Fulujia ไปยังร้านแฟรนไชส์ทั่วประเทศ โดยร้านแฟรนไชส์ไม่ต้องเสียค่าขนส่งเพิ่มเติม แม้ร้านนั้นจะอยู่ไกลถึง Lushui ซึ่งห่างจากโรงเบียร์มากกว่า 2,000 กิโลเมตร
อีกทั้ง ข้อได้เปรียบหนึ่งของ Mixue คือ บริษัทผลิตวัตถุดิบหลักเอง 100% มีฐานการผลิต 6 แห่งในจีน ตั้งแต่เหอหนาน ไห่หนาน กว่างซี ฉงชิ่ง อานฮุย ไปจนถึงยูนนาน และมีคลังสินค้าในจีน 31 แห่ง เครือข่ายกระจายสินค้าครอบคลุม 33 เขตระดับมณฑลและมากกว่า 300 เมือง นอกจากนี้ยังสร้างระบบคลังสินค้าและเครือข่ายขนส่งในต่างประเทศที่เข้าไปบุกตลาด ที่สำคัญ Mixue วางแผนการจัดซื้อที่รัดกุมทำให้สามารถซื้อวัตถุดิบหลักหลายชนิดได้ในราคา ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
เหตุผลเหล่านี้ ทำให้แม้ร้านมินิผับจะไกลจากโรงผลิตเบียร์ขนาดไหน แต่ลูกค้ายังสามารถสั่งเบียร์ในราคาแก้วละ 29 บาทดื่มได้อยู่ดี
โมเดลแฟรนไชส์เมื่อผสานเข้ากับซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้การเปิดสาขาของ Mixue เร็วขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2025 บริษัทเปิดร้านใหม่เฉลี่ยประมาณ 40 แห่งต่อวัน
ผลลัพธ์ใน Fulujia ก็คล้ายกัน เกือบสองในสามของบาร์ทั้งหมด 3,200 แห่งของบริษัทเปิดขึ้นหลังจาก Mixue เข้าซื้อหุ้นเมื่อช่วงปลายปี 2025 โมเดลนี้ดูเหมือนจะใช้ได้ผลกับธุรกิจร้านกาแฟของกลุ่มอย่าง Lucky Cup เช่นกัน (ร้านนี้เริ่มมีในไทยแล้ว) ซึ่งเมื่อสิ้นปี 2025 มีสาขาในจีนอย่างน้อย 10,000 แห่ง
โมเดลนี้กำลังประสบความสำเร็จนอกประเทศจีนเช่นกันซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงไทยด้วย Mixue มีร้านอยู่ต่างประเทศประมาณ 4,000 กว่าแห่ง ทำให้เป็นเครือฟาสต์ฟู้ดจีนที่มาแรงในต่างประเทศมาก ๆ
สรุปคือ ในภาษาธุรกิจ สิ่งที่ Mixue ทำได้เก่งมาก คือ Economies of Scale หรือความประหยัดต่อขนาด ยิ่งมีสาขามาก ยิ่งผลิตและกระจายสินค้าได้มาก ต้นทุนต่อหน่วยก็ยิ่งถูกลง และความเก่งด้านซัพพลายเชน, โลจิสติกส์ ไปจนถึงระบบแฟรนไชส์ คือเครื่องมือที่ทำให้ความประหยัดต่อขนาดนั้นเกิดขึ้นจริง
ต่อจากเบียร์แก้วละ 29 บาท จีนจะทำอะไรขายอีก เราอย่าเพิ่งคิดแต่ว่าจะได้ทานของในราคาย่อมเยา
ในวันที่จีนไม่ได้ขายแต่สินค้า แต่ยกซัพพลายเชนทั้งระบบมาจากแผ่นดินใหญ่แล้วบุกไปทั่วโลกซึ่งทำให้ประเทศเป้าหมายมีส่วนร่วมในการแชร์รายได้น้อยกว่าที่เป็น
ควรอ่านร่วมกันแล้วว่าจะวางแผนรับมือกับกระแสสินค้าจีนที่เล่นท่านี้กันอย่างไรดี
เรื่อง: ณัฐกร เวียงอินทร์
ที่มา:
The Economist ฉบับ 15 สิงหาคม 2026
https://www1.hkexnews.hk/listedco/listconews/sehk/2026/0827/2026082700177.pdf