30 มี.ค. 2569 | 14:57 น.

KEY
POINTS
งาน ‘MarTech Expo 2026’ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2026 ณ Ballroom Hall 1-4, Level 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ได้เปิดเวที CommerceTech Stage เพื่อถกเถียงในประเด็นที่แหลมคมที่สุดแห่งยุค นั่นคือเรื่อง ‘AI Native Skills 2026’ โดยมีตัวจริงแห่งวงการอย่าง ‘คุณแม็ก-ภีสเดช เพชรน้อย’ ผู้ร่วมก่อตั้งและนักออกแบบการเรียนรู้จาก BASE Playhouse และ ‘คุณวิน-โอชวิน จิรโสถติกุล’ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FutureSkill มาร่วมตกผลึกความคิดว่ามนุษย์ควรยืนอยู่ ณ จุดใดในวันที่เครื่องจักรกลอัจฉริยะทำได้แทบทุกอย่าง
นิยามของการมีทักษะ AI Native ในมุมมองของวิทยากรทั้งสอง ไม่ใช่เพียงความสามารถในการพิมพ์คำสั่งหรือประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่วเท่านั้น แต่มันคือการสร้าง ‘สัญชาตญาณ’ และความแนบเนียนในการดึงเอไอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กโฟลว์การทำงาน ราวกับเป็นอวัยวะที่ต่อขยายศักยภาพของเราให้ไร้ขีดจำกัด
ประเด็นที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบรรยายในครั้งนี้ คือแนวคิดของคุณแม็กที่ได้ชี้ชวนให้เราตั้งคำถามถึง ‘ศิลปะแห่งการแบ่งงานระหว่างคนกับเอไอ’ เมื่อเอไอเก่งกาจและทรงพลังพอที่จะรับจบงานในเชิงปฏิบัติการ (Functional Skills) หรือระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ได้อย่างหมดจด คำถามที่ตามมาคือ “แล้วคนทำงานควรจะเอาเวลาอันมีค่าที่ได้คืนมาไปทำสิ่งใด?”
คำตอบของคุณแม็กคือ “สิ่งใดที่เอไอทำได้ จงปล่อยให้เอไอทำไป แล้วคนทำงานจงนำเวลาเหล่านั้นไปลับคมทักษะด้านมนุษย์ (Human Skills) ที่เครื่องจักรไม่อาจลอกเลียนแบบได้” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะด้านการบริหารคน (เก่งคน) และทักษะในการเผชิญหน้าหรือการชน (พร้อมชนและการมีเซลฟ์ที่แข็งแกร่ง)
คุณแม็กได้จำแนกความเก่งกาจของมนุษย์ออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่ ความสามารถทางความคิดเชิงวิเคราะห์ (Cognitive) ความสามารถในการบริหารและเชื่อมโยงผู้คน (Connection) และความสามารถในการปะทะสังสรรค์หรือพร้อมชน (Confrontation) ในขณะที่เอไออาจเข้ามาช่วยดึงข้อมูล ประมวลผล หรือย่อยความคิดวิเคราะห์ให้ง่ายขึ้น แต่มิติของการประสานใจคน และการรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่ต้องอาศัยวิจารณญาณอันละเอียดอ่อน ตลอดจนความแข็งแกร่งทางอารมณ์ ยังคงเป็น ‘พื้นที่สีเทา’ ที่เอไอยังไม่อาจก้าวล่วงเข้ามาทำแทนได้
การเป็นคนทำงานที่เก่งกาจในยุคนี้ จึงไม่ใช่การพยายามวิ่งแข่งเพื่อทำงานพื้นฐานให้เร็วกว่าเอไอ แต่คือการรู้จักบริหารสัดส่วนงาน เราต้องมีสัญชาตญาณในการพิจารณาว่างานชิ้นใดควรโยนให้เอไอประมวลผลเพื่อทุ่นแรง และงานชิ้นใดที่เราต้องโอบกอดไว้ทำเอง เพื่อรักษาคุณค่าแห่งการสื่อสารแบบคนต่อคนเอาไว้
สอดคล้องกับมุมมองเสริมทัพของคุณวิน ที่เน้นย้ำอย่างเฉียบขาดว่า การจะใช้งานเอไอให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น มนุษย์ต้องรับบทเป็น ‘ผู้คุมวงออร์เคสตรา’ (AI Orchestration) ที่รู้จังหวะว่าควรนำเอไอเข้ามาสอดแทรกในกระบวนการทำงานจุดใด รวมถึงต้องมีทักษะในการตั้งโจทย์และเข้าใจบริบทของปัญหาอย่างถ่องแท้ (Problem Formulation) เพราะหากเราป้อนบริบทที่ผิดเพี้ยน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมไร้ความหมาย
นอกจากนี้ ทักษะที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของ ‘รสนิยมและวิจารณญาณ’ (Taste & Judgement) แม้เอไอจะสามารถเนรมิตผลงานออกมาได้อย่างรวดเร็ว แต่มันยังไร้ซึ่งรสนิยมและประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งแบบมนุษย์ คนทำงานจึงต้องหมั่นเรียนรู้วิธีคิดที่ถูกต้อง เพื่อใช้เป็นไม้บรรทัดในการตัดสินและประเมินผลงานที่เอไอสร้างขึ้นมา ว่าสิ่งนั้นตอบโจทย์และมีคุณค่าอย่างแท้จริงหรือไม่
สำหรับการขับเคลื่อนองค์กรเข้าสู่ยุค AI Adoption ผู้นำต้องไม่ใช้เพียงแค่การบังคับ แต่ต้องทำให้พนักงานตระหนักถึง ‘ต้นทุนของการไม่ลงมือทำ’ (Cost of Inaction) ผู้นำต้องเปลี่ยนความรู้สึกกลัวที่จะถูกแย่งงานของพนักงาน ให้กลายเป็นความเสียดายโอกาสหากพวกเขาไม่ยอมเรียนรู้ที่จะนำเอไอมาสร้างผลงานและความก้าวหน้าให้กับตนเอง ที่สำคัญคือผู้นำต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง เพื่อส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าองค์กรเอาจริงกับเรื่องนี้
ท้ายที่สุด ไม่ว่าเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้จะก้าวล้ำไปเพียงใด วิทยากรทั้งสองท่านต่างเห็นพ้องต้องกันว่า งานที่ต้องอาศัยการตัดสินใจบนเดิมพันความเสี่ยงสูง (High-Stake Decision Making) งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อันลึกซึ้ง ตลอดจนงานที่ต้องปฏิสัมพันธ์และบริหารจัดการความรู้สึกของผู้คน ยังคงเป็นปราการด่านสุดท้ายที่เอไอไม่สามารถช่วงชิงไปได้
บทเรียนจากเวที MarTech Expo 2026 จึงเป็นการปลุกให้เราตื่นจากภวังค์แห่งความหวาดกลัวเทคโนโลยี การเป็น AI Native ที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่การกลายร่างเป็นเครื่องจักรที่บ้างาน แต่คือการใช้ขุมพลังของเอไอเพื่อปลดแอกตัวเองจากภาระงานจำเจ และทวงคืนเวลาอันมีค่าเพื่อกลับมาโฟกัสในทักษะมนุษย์ การบริหารคน และการพร้อมชน ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็น ‘คนทำงาน’ ที่ลึกซึ้ง เข้าอกเข้าใจ และแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา
เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า