25 มิ.ย. 2569 | 13:02 น.

KEY
POINTS
เอกสารกระจัดกระจาย แก้วกาแฟมีคราบน้ำเกรอะกรัง รอยลิควิดเปื้อนติดโต๊ะ เครื่องเขียนตีลังกานอนคนละท่า เสื้อกันหนาวใช้แล้วพาดบนพนักเก้าอี้มากกว่าสามตัว โชคดีที่โคมไฟมีขามันจึงยังตั้งตรงเป็นระเบียบ สายตาเจ้าของสถานที่ดูชินชากับการเห็นความรุงรัง แต่ถ้าถามพนักงาน HR ประจำออฟฟิศ เขาก็อาจจะยังปรับสายตาไม่ทัน เผลอ ๆ คงนึกเอ็ดในใจว่า
“ถ้านี่ไม่ใช่พื้นที่ของอัจฉริยะผู้ปราดเปรื่อง ก็คงเป็นแค่คนสกปรกและซุ่มซ่ามคนหนึ่ง” “นี่โต๊ะทำงานไม่ใช่โต๊ะวางของ” “ไม่อยากจะจินตนาการสภาพบ้านเลย หนูท่ออาจจะมีน้ำตาว่าอยู่ไม่ไหว ๆ ที่นี่มันน่ากลัว”
ไม่ว่าจะในบ้านหรือในที่ทำงานย่อมเป็นเรื่องปกติที่ความสะอาดและเรียบร้อยจะต้องมาเป็นอันดับหนึ่งก่อนเสมอ มันเป็นความเชื่อที่ก่อสามัญสำนึกให้เราโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจจะเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยประถมอย่างครั้งที่เราซื้ออุปกรณ์การเรียนเมื่อต้องขึ้นเทอมใหม่ ทั้งพกความตั้งใจเต็มเปี่ยมว่าจะต้องจัดทั้งหมดลงกล่องดินสอแบบประณีตที่สุด หนังสือจะต้องไม่มีรอยพับ กระเป๋าจะต้องไม่มีรอยย่น ถ้าเพื่อนยืมดินสอสีแพ็คใหญ่ที่เราหวงแหนไป มันต้องถูกส่งคืนในสภาพแรกประเภทหัวเหลาแหลมเรียงความสูงต่ำไล่กัน สีทุกสีต้องอยู่ในเฉดใกล้กัน
กระทั่งเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานห้าวันต่อสัปดาห์หรืออาจมากกว่า จึงได้รู้ว่าการไม่จัดอะไรให้เข้าที่เข้าทางเลย มันทำให้มีเวลาชีวิตในวันหยุดอย่างเหลือเฟือ ขยับขาไปซักผ้าไว้ใส่วันรุ่งขึ้นได้ก็แจ๋วแล้ว บรรดากางเกงในที่ม้วนเป็นเลขแปดก็รอต่อคิวกันไปก่อน โต๊ะทำงานมีคราบมันก็ด้วย การทำความสะอาดมันซ้ำซากและน่าเบื่อจะตายไป คงสภาพอยู่ประเดี๋ยวประด๋าวก็ต้องจัดการใหม่ สู้โยนมันไปดื้อ ๆ เลยจะดีกว่า
แต่น่าแปลกที่เรามักจะขายหน้าเมื่อต้องยอมรับว่า ห้องของเราไร้ระเบียบ ยามมีแขกเหรื่อมาเยี่ยมเยียนเป็นต้องขออภัยในความไม่สะดวก หรือขอเวลากวาดทุกอย่างยัดเข้าตู้ก่อน โดยเฉพาะเมื่อแขกที่ว่าเป็น ‘แม่’ เราจะรู้สึกเหมือนถูกลงทัณฑ์ราวก่อคดีใหญ่มาหมาด ๆ การปล่อยให้สถานที่ต่าง ๆ รกรุงรังถือเป็นหนึ่งในการทำบาป แต่มันร้ายแรงจริงเหรอ? มันแย่มากเลยจริงเหรอ? ถึงเวลาอันสมควรที่เราจะต้องออกโรงปกป้องรังอันยุ่งเหยิงในนามของ ‘หน่วยพิทักษ์ห้องรก’
คุณอาจเคยเห็นผลงานของ ‘เทรซี เอมิน’ ผ่านตาหรืออาจจะไม่เคย มันมีชื่อว่า ‘My Bed’ งานศิลปะจัดวางที่จำลองพื้่นที่ส่วนตัวของเธอในระหว่างสี่วันที่ขังตัวเองอยู่กับอาการอกหักยับเยินและรู้สึกห่วยแตกเป็นที่สุด บนเตียงไม่มีอะไรถูกจัดวางใหม่เลยแม้แต่น้อย ข้างเตียงก็เกลื่อนกลาดไปด้วยก้นบุหรี่ รองเท้าขนนุ่ม ขวดเหล้า เศษอาหาร กางเกงในใช้แล้ว และถุงยางอนามัย
เอมินว่าทันทีที่เธอพยุงร่างออกมาจากเตียงได้ เธอก็กวาดสายตามองความวินาศที่ทิ้งไว้ด้วยหมายจะเปลี่ยนมันให้เป็นงานศิลปะ เธอเกิดนิมิตว่าอยากจะลากเตียงออกจากห้องไปตั้งตระหง่านในที่ขาวโพลนของหอศิลป์ มันต้องเป็นงานศิลปะที่มหัศจรรย์เป็นบ้าแน่
ดูเหมือนนิมิตเธอจะแม่นยำ เพราะในปี 1999 ผลงานของเธอก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ‘Turner Prize’ ของวงการศิลปะร่วมสมัย ทั้งยังถูกขายไปด้วยราคามากกว่า 4 ล้านดอลลาร์หรือราว 140 กว่าล้านบาทในงานประมูลของสถาบันคริสตีส์
ความวินาศของเธอดันกลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพราะหลังลงจากเตียงนอนคนอกหัก เธอก็ปวารณาตนเป็น ‘มารดาแห่งวงการศิลปะแนวสารภาพบาป’ เธอนำความลับ ความเจ็บปวด เซ็กส์ ปมในอดีตออกมาแบให้คนเห็นอย่างหมดเปลือก เธอเคยเย็บรายชื่อทุกคนที่แชร์เตียงร่วมกันตลอด 32 ปีลงบนมุ้งเต็นท์ ตัดพ้อแฟนเก่าและเสียงคร่ำครวญในใจลงบนป้ายไฟนีออนด้วยลายมือไก่เขี่ยที่ขายออกไปในราคามากกว่าล้านบาท
หรืออย่าง ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ นักวิทยาศาสตร์ที่ทั่วโลกทราบชื่อก็เคยถูกวิจารณ์โต๊ะทำงานและนิสัยการทำงานของเขาเช่นกันว่า มัน “รกเหมือนแฟนเก่ามาปล่อยมูล” เขาจึงโต้กลับว่า “ถ้าโต๊ะที่รกคือสัญลักษณ์ของคนสมองกลับและสับสน เราจะต้องคิดอย่างไรต่อโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าหรือ?”
แต่ดูเหมือนโต๊ะทำงาน ห้องนอน สตูดิโอรุงรังจะเป็นเครื่องหมายของอัจฉริยะไปโดยปริยายเสียแล้ว จากงานทดลองที่จัดทำโดยทีมนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยมินนิโซตาที่ให้ข้อสังเกตว่า กลุ่มคนที่มีโต๊ะทำงานรก ๆ จะสามารถเค้นไอเดียออกมาได้ในปริมาณเทียบเท่ากลุ่มคนที่มีโต๊ะทำงานเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่าจุดสำคัญที่สร้างความแตกต่างก็คือ คนที่นั่งอยู่ท่ามกลางกองขยะบนโต๊ะสามารถผลิตไอเดียที่มีความสร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และน่าสนใจมากกว่า
‘แคธลีน โวส์’ ศาสตราจารย์ด้านการตลาดก็เคยขึ้นบรรยายในหัวข้อ ‘ระเบียบทางสายตาที่ส่งผลกระทบต่อความคิดสร้างสรรค์’ ที่งานประชุมวิชาการของคณะการจัดการแห่งมหาวิทยาลัยเยล ประเด็นหลักที่เธอและคณะพิสูจน์ผ่านการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าก็คือ สมองของเราจะกระตุ้นไอเดียแปลกใหม่ออกมาได้ดีที่สุด เมื่อเราพาตัวเองไปนั่งจมอยู่ในพื้นที่ที่รกรุงรัง
และเพื่อไม่ให้ใครกล่าวหาว่าโวส์ทึกทักไปคนเดียว เธอจึงเผยแพร่งานวิจัยผ่านหนังสือพิมพ์ The New York Times โดยจับกลุ่มตัวอย่าง 48 คนที่แยกย้ายกันไปอยู่ในห้องสองแบบ ระหว่างห้องที่รกเละเทะและห้องที่เป็นระเบียบ เธอทำการแจกโจทย์ให้แต่ละคนจินตนาการว่าโรงงานผลิตลูกปิงปองแห่งหนึ่งกำลังต้องการไอเดียแปลกใหม่ในการนำลูกปิงปองไปใช้ให้เกิดประโยชน์ จงคิดไอเดียออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โวส์ส่งคำตอบทั้งหมดไปให้กรรมการอิสระเป็นผู้ประเมินคะแนนความคิดสร้างสรรค์
พวกเขาพบว่าคนทั้งสองกลุ่มคิดไอเดียออกมาได้จำนวนมากพอ ๆ กัน แต่กลุ่มคนที่อยู่ในกองห้องรกกลับระเบิดไอเดียสร้างสรรค์และหลุดโลกกว่ากลุ่มคนที่อยู่ในห้องสะอาดเกือบห้าเท่า แถมผลลัพธ์ที่ว่าก็เปล่าเป็นความฟลุบ เพราะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นก็นำวิธีนี้ไปทดลองซ้ำ และพบเรื่องน่าอัศจรรย์เดียวกันว่าคนที่อยู่ในห้องรกสามารถวาดภาพออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งไขปริศนาลับสมองที่ยากเข็ญได้รวดเร็วกว่าคนที่อยู่ในห้องสะอาดอย่างเห็นได้ชัดเจน
ทั้งมาตรฐานความเป็นระเบียบยังถูกวิจัยว่ามันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อโอบรับผู้อยู่อาศัยที่มีความหลากหลายทางระบบประสาท (Neurodivergent) เสมอไป จากผลงานเขียนของ ‘นิโคลา เบรย์อัน’ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ที่มีโอกาสพูดคุยกับนักศึกษาในกลุ่มนี้ เธอพบว่าพวกเขาต่างก็มีบาดแผลเดียวกันจากการทำความสะอาดห้องซ้ำซากวนไปแบบไร้จุดจบ มันเป็นเรื่องที่สร้างความอึดอัดให้แก่คนที่เป็นโรคสมาธิสั้น (ADHA) โรคออทิสติก และโรคซึมเศร้า
นักศึกษาที่เป็นโรคสมาธิสั้นเอ่ยถึงภาวะสมองตื้อของเธอว่า เธอไม่อาจจัดการของในห้องให้เข้าที่พร้อมกันได้ในครั้งเดียว และเมื่อทำไม่ได้ก็จะไม่ยอมก้าวเท้าเข้าไปในห้องเลย หรือนักศึกษาที่เป็นโรคซึมเศร้าที่อธิบายว่า เขาสามารถถูกกระตุ้นให้ดิ่งลงอย่างง่ายดายเมื่อเห็นความรก เขาจะเครียดและกดดันตัวเองเพราะต้องลุกขึ้นมาทำความสะอาดมัน หลายคนแบ่งปันความอ่อนแอพ่วงกับการยอมรับว่าอับอายเมื่อห้องรก ต้องต่อสู้อย่างหนักกับการเก็บให้มันเรียบร้อย และความรู้สึกอับอายจะมากขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อสารเคมีในสมองหลั่งออกมา พวกเขาแทบจะไม่มีแรงควบคุมอะไรเลย
มันหมายความว่า ความสะอาดเรียบร้อยเป็นสิ่งไร้ค่าในโลกการทำงานยุคปัจจุบันไปแล้วหรือเปล่า? เพราะคนก็มักบูชานวัตกรรมและการคิดนอกกรอบ
แน่นอนว่าคำตอบคือ “ไม่ใช่หรอก”
สาระสำคัญของเรื่องคือสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันก็ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันต่างหาก
โวส์วิเคราะห์ว่าสภาพแวดล้อมที่ไร้การจับตามองเหมาะสมที่สุดสำหรับเวลาที่ต้องระดมสมองเพื่อคิดอะไรใหม่ ๆ กลับกันขณะที่ห้องประชุมหนึ่งซึ่งถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบก็จะเหมาะสมต่อการคิดอะไรเร่งด่วน การต้องตัดสินใจอะไรเด็ดขาดมากกว่า
‘สมาคมนักจัดระเบียบมืออาชีพ’ หรือ ‘NAPO’ ที่ปกติทำธุรกิจข้องเกี่ยวกับการจัดบ้านก็ยังต้องศิโรราบให้แก่งานวิจัยของโวส์ พวกเขาออกมาแถลงไขกลาย ๆ ว่าการจัดระเบียบใช่จะต้องเช็ดถูกจนขาวสะอาดหรือเป็นดังสูตรสำเร็จรูปเสมอไป มันคือการจัดพื้นที่เพื่อตอบโจทย์ให้แก่ผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการต่างหาก
ซึ่งถ้าหมุดหมายของลูกค้าคือการระเบิดความคิดสร้างสรรค์ นักจัดระเบียบอย่างพวกเขาก็จะไม่ขัดศรัทธาในการเนรมิตห้องทำงานให้รุงรังเพื่อกระตุ้นสายตาและเปิดสวิตช์สมองให้สับไปคิดนอกกรอบ แต่ถ้าหมุดหมายของลูกค้าคือประสิทธิภาพและความรวดเร็ว ความสะอาดตามขนบเก่าก็ย่อมจำเป็น
ทว่าดีไซเนอร์จากสมาคม NAPO ก็ไม่ลืมจะจิกกัดว่า เราควรจินตนาการถึงครั้งที่ต้องส่งรายงานให้ตรงเวลา นี่เป็นงานที่มีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าบนโต๊ะคุณเต็มไปด้วยกองเอกสารทับกันมั่วซั่ว คราวนี้ชีวิตจะพังพินาศเพราะเสียเวลาค่อนวันไปกับการรื้อหาสิ่งที่เจ้านายกำลังไล่ทวงยิบ ๆ
อาจจะมีใครหลายคนที่เดินเข้าสถานที่ราชการซึ่งขาวสะอาดแต่รู้สึกอึดอัด ขณะที่ก็มีคนเดินสบายใจเฉิบว่าหายใจโล่งเหลือเกิน เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โสโครกย่อมเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งก็ต้องแยกแยะกันด้วยว่าห้องรก ๆ ที่หมายถึงมันจะไม่เป็นภัยความมั่นคงทางชีวภาพ ห้องรกหรือที่รกมักจะมีแค่สิ่งของที่วางอยู่ผิดที่ผิดทาง ขาดการจัดระเบียบ
สำหรับหลายคนที่อยู่ในที่รกก็อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่อุปสรรคในการดำเนินชีวิตอะไร ตราบเท่าที่ยังหาของที่ต้องการเจอ การไม่มีโครงสร้างตึง ๆ ก็ไม่ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจ
จากใจความทั้งหมด คุณคงจะมีคำถามว่าตกลงควรจะมีโต๊ะทำงานที่สะอาดหรือรกดี?
การจงใจทำโต๊ะยุ่งเหยิงจะช่วยให้กลายเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาเหรอ? เราก็ไม่แนะนำให้คุณนั่งทำงานจมกองเอกสารมากเกินไปหรอก เพราะเดี๋ยวจะหาใบสำคัญไม่เจอ แต่ในคราวต่อไปที่ถูกมอบหมายให้ปั้นโปรเจกต์โดยต้องหาอะไรแปลกใหม่เข้ามา การลองปล่อยให้โต๊ะมันรกหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไรนะ ทั้งสองแบบต่างก็มีข้อดีในตัวของมันเอง การทำงานกับโต๊ะที่เรียบร้อยก็จะส่งผลดีต่อพฤติกรรมการกิน จิตใจมีความอารีมากขึ้น สมองจะปลอดโปร่งเฉียบคม คุณจะจัดการสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย แต่การทำงานกับโต๊ะที่รกก็จะช่วยทลายกำแพงการคิดตามแบบแผนเก่า ๆ ซ้ำไปซ้ำมา มันเอื้อให้คุณคิดนอกกรอบ และพาคุณไปพบไอเดียสดใหม่
ห้องหรือโต๊ะทำงานปัจจุบันของคุณมันอาจจะยุ่งเหยิงเหมือนรังนกหรือมากกว่าก็ได้ใครจะรู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นเทียนหอมที่หมดแล้ว ของกระจุกกระจิกจากสถานที่ต่าง ๆ ที่เคยไปเยือนมา คราบกาแฟที่เปื้อนเป็นวง ตัวต่อแป้นพิมพ์ที่หลุดกระจุย รองเท้าที่สลัดจนสลับข้างตรงขาเก้าอี้เพราะไม่มีเวลาว่างมาจัดวาง ทั้งหมดต่างก็มีนัยยะสำคัญที่อาจทำให้ HR ประทับใจในคำตอบของคุณ ด้วยเหตุเพราะคุณกำลังดื่มด่ำและจดจ่อกับงานอย่างสุดซึ้ง อดหลับอดนอนทำโอทีล่วงเวลาเพื่อสร้างสรรค์งานให้เสร็จสมบูรณ์
เราหวังว่าคุณจะรู้สึกผิดน้อยลงเมื่อไม่จัดโต๊ะทำงาน หรืออย่างน้อย ๆ ก็อยู่ร่วมกับความโกลาหลได้อย่างสันติ ท้ายที่สุดคุณจะเลือกความรุงรังหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ใจนิยม
เรื่อง: ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม
อ้างอิง:
Open Culture. “The Psychology of Messiness and Creativity.” Open Culture, 8 Feb. 2022, https://www.openculture.com/2022/02/the-psychology-of-messiness-and-creativity.html. Accessed 25 June 2026.
Rosen, Elizabeth. “How Messiness Can Make You More Creative.” Business Insider, 16 Apr. 2014, https://www.businessinsider.com/how-messiness-can-make-you-more-creative-2014-4. Accessed 25 June 2026.
Honi Soit. “You Look Like a Nest Person: In Defence of Messy Rooms.” Honi Soit, 22 Mar. 2023, https://honisoit.com/2023/03/you-look-like-a-nest-person-in-defence-of-messy-rooms/. Accessed 25 June 2026.
Boxgreen. “The Psychology Behind Messy Desks.” Boxgreen, https://www.boxgreen.co/blogs/the-pantry/the-psychology-behind-messy-desks. Accessed 25 June 2026.