04 ก.ค. 2569 | 11:23 น.

KEY
POINTS
สัญลักษณ์รูปดอกไม้สี่แฉกสีดำที่ปรากฏอยู่บนแก้วชานมแบรนด์ดังในเอเชีย อาจดูเหมือนงานศิลปะทั่วไป…
แต่ดอกไม้นี้อาจจะกลายเป็น ‘ดอกไม้ราคาแพง’ ที่สุดในโลก เมื่อศาลมีคำสั่งปรับเป็นเงินสูงถึง 10 ล้านหยวน (หรือประมาณ 50 ล้านบาท)
คดีความละเมิดเครื่องหมายการค้าระหว่างสองแบรนด์ต่างขั้วอย่าง ‘หลุยส์ วิตตอง’ (Louis Vuitton) แบรนด์หรูระดับตำนานจากฝรั่งเศส และ ‘มอลลี่ ที’ (Molly Tea) หรือชื่อภาษาจีนคือ ‘มอลลี่ ไน่ไป๋’ แบรนด์ชาดอกไม้ร่วมสมัยจากเซินเจิ้น ได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงการออกแบบและกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก
ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1896 ‘จอร์จ วิตตอง’ (Georges Vuitton) บุตรชายของผู้ก่อตั้งแบรนด์หลุยส์ วิตตอง ได้สร้างสรรค์ลวดลาย ‘Monogram’ ขึ้นเพื่อปกป้องกระเป๋าเดินทางจากการลอกเลียนแบบในยุคนั้น
ลวดลายนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบ ‘มง’ (Mon) หรือตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลสไตล์ญี่ปุ่นที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ยุโรป โดยผสมผสานอักษรย่อ LV เข้ากับลวดลายเรขาคณิตรูปดาวและดอกไม้สี่แฉก เพื่อระบุเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน
ลายดังกล่าวจึงเป็นรากฐานของประวัติศาสตร์การออกแบบตะวันตกที่เน้นการคุ้มครองเครื่องหมายทางการค้ามานานกว่าร้อยปี
ในทางกลับกัน แบรนด์ชานมสดจากเซินเจิ้นที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 2021 อย่างมอลลี่ ที ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบตราสัญลักษณ์จากเสน่ห์ของ ‘ดอกมะลิ’ และดอกไม้สีขาวสไตล์ตะวันออก
ทีมงานผู้ออกแบบได้ลดทอนรูปทรงตามธรรมชาติของกลีบดอกไม้ตะวันออกและรูปทรงของเครื่องชาโบราณให้กลายเป็นลวดลายเรขาคณิตสี่แฉก เพื่อสะท้อนสุนทรียศาสตร์ร่วมสมัยแบบตะวันออกบนภาชนะและแก้วเครื่องดื่ม
สำหรับแบรนด์ชา ดอกไม้สี่แฉกสไตล์มินิมอลนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นชั้นสูง แต่เป็นการสื่อถึงความหอมละมุนและการผลิบานของดอกไม้ในถ้วยชา
ปัญหาเรื่องความคล้ายคลึงของดีไซน์เริ่มต้นขึ้นเมื่อมอลลี่ ที ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและขยายกิจการอย่างรวดเร็วจากจุดเริ่มต้นร้านค้าหลักสิบร้าน จนมีสาขาทั่วประเทศจีนมากกว่า 2,400 แห่ง และเปิดตัวในต่างประเทศอีกกว่า 50 สาขาใน 7 ประเทศ
ถุงบรรจุภัณฑ์และปลอกแก้วโทนสีคลีนสะดุดตาที่เป็นสีขาวตัดสีดำ พร้อมลวดลายดอกไม้สี่แฉก ได้กลายเป็นสิ่งของยอดนิยมบนสื่อสังคมออนไลน์ที่คนรุ่นใหม่ถือถ่ายรูปเพื่อแสดงถึงรสนิยมและการใช้ชีวิต
ทว่าในมุมมองของยักษ์ใหญ่ด้านแฟชั่นอย่างหลุยส์ วิตตอง ลวดลายดอกไม้สี่แฉกสีดำและการจัดวางสัญลักษณ์บนแก้วชานั้น มีความคล้ายคลึงทางสายตาอย่างสูงกับ Monogram Flower ของพวกตนที่ได้จดทะเบียนสิทธิ์ไว้
การปรากฏของสัญลักษณ์นี้บนสินค้าอุปโภคบริโภคที่เข้าถึงคนหมู่มาก อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ นำไปสู่การยื่นฟ้องร้องต่อศาลจีนในที่สุด
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2026 ศาลประชาชนกลางเมืองซูโจวได้มีคำพิพากษาชั้นต้นในคดีนี้ โดยตัดสินให้บริษัทแม่ของมอลลี่ ที และร้านค้าแฟรนไชส์ละเมิดเครื่องหมายการค้าประเภทลวดลายกราฟิกดอกไม้ 7 รายการของหลุยส์ วิตตอง
ศาลสั่งให้ชดใช้ความเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านหยวน (หรือประมาณ 50 ล้านบาท) เป็นการชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจ และอีก 300,000 หยวนสำหรับค่าใช้จ่ายทางคดีความ
ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์ชานมยังถูกสั่งให้หยุดใช้งานลวดลายดังกล่าวโดยทันที และต้องลงแถลงการณ์ขออภัยเพื่อลดผลกระทบทางช่องทางออนไลน์
คดีความนี้กลายเป็นข้อถกเถียงอย่างร้อนแรงบนแพลตฟอร์มเวยป๋อ (Weibo) ซึ่งมียอดเข้าชมกว่า 350 ล้านครั้ง ประชาชนบางกลุ่มออกมาแย้งว่าลวดลายสี่แฉกนี้ มีรากเหง้ามาจากลวดลายโบราณตะวันออกอย่าง ‘ลายบุปผาเป่าเซียง’ (Baoxiang Flower) ของราชวงศ์ถัง จึงไม่ควรมีแบรนด์ตะวันตกแบรนด์ใดผูกขาดสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่าง ‘ยู ยุนถิง’ (You Yunting) ได้วิเคราะห์ว่า ระบบเครื่องหมายการค้าของจีนยึดหลัก “จดทะเบียนก่อนมีสิทธิ์ก่อน” ทั้งยังชี้ว่าการขยายตัวอันรวดเร็วของร้านชาจนมีการใช้เครื่องหมายอย่างแพร่หลาย อาจเป็นสาเหตุให้ศาลสั่งปรับด้วยวงเงินที่สูงขึ้นเพื่อป้องปรามผลกระทบของสิทธิ์
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลระบุว่าก่อนหน้านี้มอลลี่ ที เคยยื่นจดสิทธิ์เครื่องหมายการค้าลวดลายดอกไม้หลายครั้งแต่ถูกปฏิเสธ
ในขณะที่ต้องรับศึกนอกแผ่นดินใหญ่ มอลลี่ ที สำนักงานใหญ่ ก็ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตภายในที่บั่นทอนแบรนด์ในต่างแดน
สำนักงานใหญ่ได้ยื่นฟ้องพาร์ทเนอร์แฟรนไชส์ในสหรัฐฯ อย่าง MHL NY LLC ต่อศาลรัฐบาลกลางนิวยอร์กตอนใต้ โดยกล่าวอ้างว่าฝ่ายดังกล่าวเปิดสาขาใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้ระบบ POS ที่ไม่ได้รับอนุญาต และละเมิดข้อตกลงด้านซัพพลายเชนและการควบคุมแบรนด์
นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างว่าพาร์ทเนอร์ฝั่งสหรัฐฯ ใช้วัตถุดิบที่ไม่อยู่ในซัพพลายเชนที่ได้รับอนุมัติ และมีข้อพิพาทแยกเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งสะท้อนปัญหาด้านการควบคุมมาตรฐานและการกำกับแบรนด์ในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม พาร์ทเนอร์แฟรนไชส์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและโต้แย้งกลับว่า สำนักงานใหญ่พยายามเข้ามาฮุบอำนาจควบคุมบริษัทผ่านสัญญาที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงยังโต้แย้งว่าทางแบรนด์แม่จงใจระงับการจัดส่งวัตถุดิบและตัดระบบเดลิเวอรี่ของร้านค้าเพื่อกดดัน
ข้อพิพาทนี้นำไปสู่คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลสหรัฐฯ ที่ระงับการใช้ตราสินค้ามอลลี่ ที ส่งผลให้ร้านสาขาในนิวยอร์กตัดสินใจแก้ปัญหาเพื่อระบายวัตถุดิบด้วยการปิดตราสินค้าเดิม และพ่นโลโก้ใหม่เป็นเครื่องหมายคำถาม ‘?’ ภายใต้ชื่อชั่วคราว ‘? Tea’ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคต่อไป
หลังจากศาลเมืองซูโจวประกาศคำตัดสินคดีของหลุยส์ วิตตอง เพียงไม่กี่ชั่วโมง แพลตฟอร์มมินิโปรแกรมในจีนของมอลลี่ ที ได้ปรับตัวด้วยการ เปลี่ยนโลโก้จากสีดำมินิมอลให้กลายเป็นสีสันสดใสทันที เพื่อสร้างความแตกต่างทางสายตาให้เด่นชัดขึ้น แม้ว่าผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง ‘จาง ป๋อเฉิง’ (Zhang Bocheng) จะยืนยันเจตนารมณ์ในการยื่นอุทธรณ์คดีความเพื่อต่อสู้ในชั้นที่สองต่อไปก็ตาม
โดยทางจางตั้งใจจะมุ่งเน้นประเด็นข้อโต้แย้งเรื่องความสมเหตุสมผลของมาตรฐานการคิดคำนวณเงินค่าชดเชยที่ถูกตัดสินในศาลชั้นแรก
ด้านผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่าง ‘คัง ลี่เซี่ย’ (Kang Lixia) และ ‘หลิว ปิน’ (Liu Bin) ร่วมวิเคราะห์ว่า แม้ลวดลายดั้งเดิมตามประเพณีโบราณจะเป็นสาธารณสมบัติที่ทุกคนมีสิทธิ์สืบทอด แต่มุมมองทางกฎหมายธุรกิจปัจจุบันยังต้องยึดหลักความชัดเจนและไม่ทำให้เกิดความสับสนทางการค้า
คังย้ำว่าหลักการจดทะเบียนก่อนมีสิทธิ์ก่อนถือเป็นรากฐานสำคัญในระบบกฎหมายเครื่องหมายการค้าของจีนที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ในขณะที่กระบวนการคัดสรรสัญลักษณ์เชิงพาณิชย์ต้องหลีกเลี่ยงความใกล้เคียงกับตราสินค้าอื่นที่มีสิทธิ์อยู่เดิมเพื่อป้องปราบข้อพิพาทในอนาคต
กรณีศึกษาคดีดอกไม้ราคาแพงนี้ได้แสดงให้เห็นสัจธรรมสองด้านในโลกธุรกิจปัจจุบัน ด้านหนึ่งคือพลังสร้างสรรค์และความยืดหยุ่นของแบรนด์ยุคใหม่ที่สามารถเร่งอัตราการเติบโตจนเข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมากในเวลารวดเร็ว แต่อีกด้านก็ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการตรวจสอบความเสี่ยงด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาก่อนดำเนินธุรกิจ
คดีความนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการหาจุดสมดุลร่วมกันระหว่างการหยิบยืมคุณค่าทางวัฒนธรรมในอดีตมาต่อยอด และการเคารพกฎกติกาการแข่งขันทางการค้าร่วมกันในระดับสากล
เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า
อ้างอิง:
Bi, Haiyi. "After Legal Dispute, the Future is '?' for New York City's Molly Tea Locations." Columbia News Service, Columbia Journalism School, 23 June 2026, columbianewsservice.com/2026/06/23/after-legal-dispute-the-future-is-for-new-york-citys-molly-tea-locations/. Accessed 3 July 2026.
Chen, Xiaotong [陈小同]. "茉莉奶白小程序更换彩色Logo,此前被判赔LV超千万元" [Molly Tea Mini-program Replaces Black Logo with Colorful One, Previously Ordered to Pay Over Ten Million Yuan to LV]. Jiemian News, 3 July 2026, www.jiemian.com/article/11388835.html. Accessed 3 July 2026.
Lendrum, Alex. "What's Up With NYC's Mysterious '? Tea' Brand and Why is it Lowkey a Hit?" RADII, 18 June 2026, radii.co/article/molly-tea-franchise-dispute-nyc. Accessed 3 July 2026.
Ma, Caroline. "China court rules Molly Tea infringed LV monogram, orders 10.3m yuan payout." Dimsum Daily, 2 July 2026, www.dimsumdaily.hk/china-court-rules-molly-tea-infringed-lv-monogram-orders-10-3m-yuan-payout/. Accessed 3 July 2026.
Qian, Tongxin. "China's Molly Tea Is Ordered to Pay LV Over USD1.5 Million for Trademark Infringement." Yicai Global, Yicai Media Group, 3 July 2026, www.yicaiglobal.com/news/chinas-molly-tea-is-ordered-to-pay-lv-over-usd15-million-for-trademark-infringement. Accessed 3 July 2026.
"Chinese milk tea chain fined $1.5 million for Louis Vuitton trademark infringement." China Daily, CDIC, 2 July 2026, www.chinadaily.com.cn/a/202607/02/WS6a466e92a310986e2b4633a5.html. Accessed 3 July 2026.