Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก: ถ้าวันนี้ต้องห่างกัน จะยังคิดถึงกันอยู่ไหม?

Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก: ถ้าวันนี้ต้องห่างกัน จะยังคิดถึงกันอยู่ไหม?

ถ้าวันนี้ต้องห่างกัน ระหว่าง ‘ความโกรธ’ กับ ‘ความคิดถึง’ อะไรจะหลงเหลืออยู่ชัดเจนกว่ากัน? ‘Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก’ พาคนดูย้อนกลับไปทบทวนว่า บางครั้งสิ่งที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ไม่ใช่ความรักเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็น ‘เวลา’ ที่ทำให้เราเห็นหัวใจของตัวเองชัดขึ้นอีกครั้ง

KEY

POINTS

มีประโยคหนึ่งติดอยู่ในหัวหลังชมละครเวทีเรื่อง ‘Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก’

บางครั้งความสัมพันธ์ที่รอดพ้นจากการแตกหัก อาจไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่คนสองคนรักกันมากที่สุด แต่อาจเป็นความสัมพันธ์ที่ยังเหลือพื้นที่ให้ ‘เวลา’ ได้ทำงาน

ละครเวทีเรื่องนี้เล่าเรื่องของคนสามคู่ที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน มีทั้งคู่สามีภรรยาที่กำลังสร้างครอบครัว คู่ LGBTQIA+ ที่นิยามความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน และคู่เพื่อนสนิทที่ฝ่ายชายไม่กล้าพอจะสารภาพรัก

ตัวละครทั้งหกคนไม่เคยพบหน้าคู่อื่นเลย เพียงแต่ใช้ชีวิตอยู่ใต้หลังคาเดียวกันในคนละช่วงเวลา และส่งต่อสิ่งของบางอย่างให้กันโดยไม่รู้ตัว 

แก้วคู่รูปหัวใจ นาฬิกาปลุกแบบแอนะล็อก กระดาษ และข้อความที่ถูกซ่อนไว้ในลิ้นชัก 

สิ่งของธรรมดาเหล่านี้เดินทางข้ามเวลาไปพร้อมกับบ้านหลังเดิม

ในแวดวงการศึกษาความทรงจำ (Memory Studies) มีแนวคิดที่มองว่าสถานที่ไม่ใช่เพียงฉากหลังของชีวิต หากเป็นพื้นที่ที่คอยเก็บสะสมร่องรอยของผู้คนเอาไว้ บ้านจึงไม่ใช่เพียงบ้าน แต่เป็นคลังความทรงจำที่มีชีวิตอยู่เงียบ ๆ

บ้านหลังนี้เคยเป็นพยานการขอแต่งงาน เคยเห็นคนสองคนแสดงความรักอย่างเปิดเผยในทุกซอกทุกมุมบ้าน เคยเฝ้ามองใครบางคนนั่งกินขนมเงียบ ๆ คนเดียว และเคยเห็นผู้ชายคนหนึ่งเขียนข้อความบอกเลิกภรรยา ก่อนจะพับกระดาษเก็บลงลิ้นชัก เพราะไม่กล้าส่งมันให้กับเธอ 

คนย้ายออกจากบ้านได้ แต่ความทรงจำไม่เคยย้ายตาม

ร่องรอยของเจ้าของคนก่อนยังคงตกค้างอยู่ในบ้าน และบางครั้งก็เผลอเข้าไปเปลี่ยนชีวิตของคนที่ย้ายเข้ามาทีหลัง

เส้นเรื่องที่หนักที่สุดเป็นของคู่สามีภรรยาที่รับบทโดย ‘บอย ปกรณ์’ และ ‘นุ่น ศิรพันธ์’

Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก: ถ้าวันนี้ต้องห่างกัน จะยังคิดถึงกันอยู่ไหม?

ละครเวทีเรื่องนี้ค่อย ๆ พาคนดูเดินผ่านช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของชีวิตคู่ ตั้งแต่การขอแต่งงาน การทุ่มเททำงานเพื่ออนาคต ไปจนถึงวันที่กำลังจะมีสมาชิกใหม่

ยิ่งเห็นความสุขมากเท่าไร วันที่ทุกอย่างพังทลายลงก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น

ความเจ็บปวดของคู่นี้ไม่ได้เกิดจากการหมดรัก

ยิ่งเรื่องราวดำเนินไปมากเท่าไร ยิ่งเห็นชัดว่าทั้งคู่ยังรักกันอยู่มาก

ปัญหาคือความรักไม่สามารถรับมือกับความเศร้าได้

นักจิตวิทยา ‘พอลลีน บอสส์’ (Pauline Boss) เรียกสิ่งนี้ว่า ‘Ambiguous Loss’ หรือ ‘ความสูญเสียที่ไม่มีบทสรุปชัดเจน’ ความสูญเสียประเภทนี้ไม่ได้พรากเพียงคนคนหนึ่งไปจากชีวิต แต่ยังพรากอนาคตที่เคยจินตนาการร่วมกันไปด้วย

ทั้งคู่ไม่ได้สูญเสียลูกเพียงคนเดียว

พวกเขาสูญเสียวันที่จะได้เห็นลูกนอนฟังเสียงจากโมบายดนตรี สูญเสียวันที่จะได้เห็นลูกวิ่งเล่นในบ้านเช่าแสนอบอุ่น และสูญเสียชีวิตอีกแบบหนึ่งที่เคยเชื่อว่าจะมี

นุ่น ศิรพันธ์ แสดงให้เห็นความทุกข์ของคนที่ไม่สามารถก้าวออกจากความสูญเสียได้อย่างละเอียดจนขนลุก ขณะที่บอย ปกรณ์ ทำให้เห็นว่าความเศร้าอาจมาในรูปแบบของสองมือที่พยายามปิดปากไม่ให้เสียงร้องเล็ดลอดออกมา

Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก: ถ้าวันนี้ต้องห่างกัน จะยังคิดถึงกันอยู่ไหม?

ละครไม่รีบพาทั้งคู่กลับมาสวมกอดกันอีกครั้ง ไม่รีบสร้างฉากคืนดีเพื่อปลอบประโลมคนดู

หลังเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิต ทั้งคู่เลือกแยกจากกันอยู่ช่วงหนึ่ง ต่างคนต่างพยายามประคองตัวเองไม่ให้จมลงไปมากกว่านี้

วันที่แยกจากกัน ไม่มีอะไรดีขึ้นในทันที ความสูญเสียยังอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม เพียงแต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ความโกรธ ความรู้สึกผิด และคำถามที่หาคำตอบไม่ได้ ค่อย ๆ เบาบางลง จนมีพื้นที่ให้ความผูกพันเดินเข้ามาแทนที่

คู่ของผู้กำกับหนุ่มกับคุณหมอ (ยูโร ยศวรรธน์ และต้นข้าว ชยุตม์) ให้ความรู้สึกต่างออกไป

Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก: ถ้าวันนี้ต้องห่างกัน จะยังคิดถึงกันอยู่ไหม?

คนดูมองเห็นความปรารถนาอันร้อนแรงของทั้งคู่ตั้งแต่ต้น ก่อนจะค่อย ๆ เห็นความรักที่เริ่มก่อตัว ตามด้วยความต้องการที่ไม่ลงตัว 

คนหนึ่งอยากได้ความชัดเจน อีกคนยังไม่พร้อมจะให้

ความคลุมเครือเล็ก ๆ สะสมอยู่เรื่อย ๆ จนวันหนึ่งกระดาษข้อความที่ไม่เกี่ยวกับพวกเขาเลย กลับกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย

ระหว่างดูละคร เราอดคิดไม่ได้ว่ากระดาษแผ่นนั้นช่างน่าแปลก

ตัวอักษรบนกระดาษไม่เคยเปลี่ยน แต่คนที่อ่านมันต่างหากที่เปลี่ยนไปตามความกลัว ความคาดหวัง และบาดแผลที่แต่ละคนมี

เราแทบทุกคนเคยอ่านข้อความหนึ่งประโยค ได้ยินคำพูดหนึ่งประโยค หรือเห็นการกระทำบางอย่าง แล้วรีบเติมความหมายทั้งหมดที่เหลือลงไปด้วยตัวเอง

หลายครั้งสิ่งที่ทำร้ายกันจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เป็นเรื่องราวที่เราสร้างขึ้นมาเพื่ออธิบายข้อเท็จจริงนั้น

ความเจ็บปวดของคู่นี้จึงไม่ได้อยู่ที่ความเข้าใจผิดเพียงอย่างเดียว หากอยู่ตรงที่ไม่มีใครหยุดถามอีกฝ่ายว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เส้นเรื่องที่ทำให้ยิ้มได้มากที่สุดเป็นคู่เพื่อนสนิท (เอม ภูมิภัทร และเพิร์ธ วีริณฐ์)

ไม่มีโศกนาฏกรรมใหญ่โต ไม่มีฉากรักหวือหวา

มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่แอบชอบเพื่อนสนิทมานานจนความรู้สึกนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว

เขารู้ว่าเธอชอบกินอะไร รู้ว่าเธอเสียใจแล้วต้องปลอบยังไง รู้ว่าเธอกำลังคบใคร และรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์หึง

Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก: ถ้าวันนี้ต้องห่างกัน จะยังคิดถึงกันอยู่ไหม?

ความสัมพันธ์แบบเพื่อนรักเพื่อนมักมีความเศร้าซ่อนอยู่เสมอ

เราอยู่ใกล้กันมากพอจะรู้ทุกอย่าง แต่ไกลเกินกว่าจะพูดความจริงออกมา

หลายฉากของคู่นี้เรียกเสียงหัวเราะจากคนดู แต่พอหัวเราะเสร็จกลับมีความหน่วงบางอย่างติดค้างอยู่ในใจ เพราะหลายคนคงเคยมีใครสักคนที่เคยอยู่ในตำแหน่งนั้น

คนที่สำคัญมาก แต่ไม่รู้ว่าควรจะสารภาพความรู้สึกในใจออกไปดีไหม

เมื่อกระดาษปริศนาใบเดิมเข้ามาเกี่ยวข้อง คู่นี้ก็เกือบเดินไปสู่ปลายทางเดียวกับอีกคู่

สิ่งที่ช่วยพวกเขาไว้ไม่ใช่โชค และไม่ใช่ความรักที่มากกว่าใคร แต่เป็นฝ่ายชายเองที่ยอมรับว่าตัวเองโง่

ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก 

แต่การยอมรับว่าตัวเองเข้าใจผิด น่าจะเป็นหนึ่งในเรื่องยากที่สุดของความรัก

นักจิตวิทยาด้านความสัมพันธ์ ‘จอห์น ก็อตต์แมน’ (John Gottman) เคยอธิบายว่า คู่รักที่ไปต่อได้ไม่ใช่คู่ที่ไม่ทะเลาะกัน แต่เป็นคู่ที่ยังหันเข้าหากันในช่วงเวลาที่ยากที่สุด

บางครั้งการหันเข้าหากันไม่ได้หมายถึงการกอด การขอโทษ หรือคำพูดสวยหรู

บางครั้งมันเป็นเพียงการยอมฟังอีกฝ่ายจนจบ หรือการถามคำถามอีกหนึ่งคำถาม ก่อนตัดสินทุกอย่าง

เมื่อมองกลับไป กระดาษแผ่นเดียวกันสร้างผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

บางคู่ปล่อยมือ บางคู่เลือกกลับมาเริ่มต้นกันใหม่

ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่กระดาษ แต่อยู่ที่สิ่งที่แต่ละคู่เลือกทำหลังจากอ่านมันจบ

เมื่อมองย้อนกลับไป ชื่อเรื่อง ‘Once Again’ จึงมีความหมายมากกว่าการกลับมาของตัวละคร หรือการหวนคืนสู่บ้านหลังเดิม มันคือการกลับไปทบทวนสิ่งที่เคยเกิดขึ้นอีกครั้ง ด้วยสายตาที่ต่างจากเดิม

เพราะบางครั้งเราต้องเดินออกมาจากความสัมพันธ์ก่อน จึงจะรู้ว่ามันสำคัญแค่ไหน ต้องปล่อยให้ความโกรธจางลงก่อน จึงจะได้ยินเสียงของความคิดถึง และต้องปล่อยให้เวลาผ่านไปสักพัก จึงจะรู้ว่าคนคนหนึ่งยังอยู่ในหัวใจของเราหรือไม่

“ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” จึงเป็นความจริงที่มนุษย์หลายคนเคยเผชิญ เรามักเข้าใจคุณค่าของบางคนได้ดีที่สุด หลังจากวันที่เกือบสูญเสียเขาไปแล้ว

 

เรื่อง: พาฝัน ศรีเริงหล้า