10 มี.ค. 2569 | 17:25 น.

KEY
POINTS
เคยมีคนบอกว่า ถ้าวันไหนที่ศิลปินที่เรารักดูตัวเล็กลง นั่นแปลว่าเขากำลังเติบโต และกำลังถูกรักจากผู้คนมากขึ้น
และคอนเสิร์ต ‘Three Man Down Live at สนามศุภชลาศัย’ ที่ Sold out 2 รอบ ก็พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า วงดนตรีที่เริ่มต้นจากห้องซ้อมเล็ก ๆ ถูกโอบล้อมด้วยความรักจากผู้คนมากมายจริง ๆ
คอนเสิร์ตเกือบ 4 ชั่วโมง ถึงอากาศจะร้อนมากจนต้องเปิดพัดลมตลอดการแสดง แต่ทำให้เราเห็นว่า Three Man Down ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งเพลง ดนตรี โปรดักชัน และการเล่าเรื่องเส้นทางของพวกเขา
“พวกเราจะเล่นอย่างเต็มที่ แล้วก็มันที่สุดเท่าที่พวกคุณเคยดูพวกเราเลย เราจะเป็น Three Man Down ที่เป็น Three Man Down อีกครั้งหนึ่ง” คือ คำสัญญาของ Three Man Down ที่ให้ไว้กับคนดู
และต่อจากนี้คือเรื่องราวที่ลึกลงไปเหมือนชื่อเพลงของ ‘Three Man Down’
นี่คงเป็นเหตุผลที่ Three Man Down เลือกเพลง ‘ลึกลงไป’ เปิดคอนเสิร์ต และขอบคุณที่กลับมา ท่ามกลางพลุที่จุดต้อนรับคนดูประมาณ 20,000 คนแบบต่อเนื่อง
ก่อนที่จะเริ่มเดินทักทายคนดูด้วยคำถามที่พวกเขามักจะถามเวลาไปเล่นเทศกาลดนตรีว่า “วันนี้ใครตั้งใจมาดู Three Man Down บ้างครับ” คำถามสั้น ๆ ที่ทำให้เสียงเชียร์ดังกระหึ่มทั่วสนามศุภชลาศัย
ก่อนจะพาคนดูไปสนุกกันต่อกับ ‘คุยคนเดียวเก่ง’ ‘รถฉันบินไม่ได้’ ‘ปล่อยให้เวลา’ ‘ไม่ให้ไป’ ‘เปิดตัวเขา’ และเพลงที่ Three Man Down บอกว่า ไม่คิดจะดังอย่างเพลง ‘ไม่อยากชิน’
แล้วเข้าสู่ช่วงแขกรับเชิญที่ได้ NAP THE NAP ในเพลง ‘ขอโทษที่ติดต่อไป’ ที่พี่แน็ปพาน้อง ๆ ทุกคนกระโดดสุดตัวต่อด้วย ‘เพราะว่ารัก’ ก่อนที่ THE TOYS จะรับไม้ต่อในเพลง ‘ก็แค่พูดมา’ และ ‘นอนได้แล้ว’
หลังจากนั้น ทุกอย่างเงียบมีแค่เสียงเพลง ‘ก่อนฤดูฝน’ พร้อมแสงเลเซอร์ที่กวาดจากซ้ายไปขวาพร้อมพลุลูกใหญ่ที่ทำเอาคนดูกรี๊ดด้วยความตกใจ แล้วเพลง ‘ฝนตกไหม’ ก็ดังขึ้น และพาชาวเมืองชมดาวโดรนในเพลง ‘ฝันถึงแฟนเก่า’ แล้วไปฟังเพลงซึ้ง ๆ อย่าง ‘อยู่ในสาย’ และ ‘ทีมรอเธอ’ ที่ตูน กิต และโอม (อดีตสมาชิกวง) ยืนอยู่ตรงกลางคอนเสิร์ต
แล้วเสียงกรี๊ดก็ดังสุด ๆ เมื่อ ‘ภีม วสุ’ ปลอมตัวมาเป็นทีมงานเคลียร์เปเปอร์ชู้ต แล้วถือกล้องถ่ายตัวเองบนเวทีแล้วทำท่าปากจู๋คู่กับพี่กิตออกจอด้วยเพลง ‘เพื่อนสนิท’ แล้วเปิดเวทีให้ภีมเป็นนักร้องนำ Three Man Down ร้องเพลง ‘แค่ไหนแค่นั้น’ เวอร์ชันร็อค พร้อมเปิดตัว ‘URBOYTJ’ ในเพลง ‘น้อง’ และ ‘เป็นได้ทุกอย่าง’
จนมาถึงช่วงสำคัญที่ Three Man Down จะได้ทำฝันให้เป็นจริง คือ การร้องเพลงกับพี่ ๆ วง COCKTAIL แต่ถึงสมาชิกรุ่นพี่จะไม่ได้ขึ้นไปเล่นเพลง ‘ทุกอย่างยังเหมือนเดิม’ และ ‘คุกเข่า’ แต่พวกเขาก็นั่งให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ เวทีเหมือนเหล่าคุณพ่อที่ส่งลูกขึ้นการแสดงครั้งแรก
แล้วโดดกันแบบเบา ๆ อย่างต่อเนื่องกับ ‘ผ่านตา’ ‘Friend Zone’ และ ‘เลือกคนที่เขารักเรา’ ก่อนจะเปิดโหมดเพลงรักกับ ‘อี๊ฟ’ ในเพลง ‘ข้อยกเว้น’ ซึ่งอี๊ฟก็โชว์สกิลการเล่นเปียโนใน ‘เพลงรัก’และปิดช่วงหวานซึ้งกับเพลง ‘ข้างกัน’ เพลงที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของวง
เพลงต่อไป เก้าอี้ตัวเดิมแทนที่ด้วย ‘เส็ง’ พร้อมกับการทอล์กยาวครั้งแรกของ Three Man Down หลังผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง กิตเลือกใช้เวลา 2-3 นาที ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ทำให้คอนเสิร์ตนี้สมบูรณ์แบบที่สุด
“ผมโชคดีมาก ๆ เลยที่มีเพื่อนที่ดี วันนี้ที่ผมมีความสุขเพราะทุกคนที่มา แล้วก็เพราะว่าเพื่อนผมก็อยู่ในนี้ ผมอยากขอบคุณเพื่อนของผมที่อยู่กันมา ตั้งแต่วันที่ไม่มีอะไรเลย
“เคยมีคนบอกว่า ทำธุรกิจหรืออะไรก็ตาม ถ้าทำกับเพื่อนมีปัญหาเสมอ แต่ผมขอเป็นหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่า งานนี้เกิดขึ้นได้เพราะเราทำกันเป็นกลุ่ม ทุกอย่าง ไฟทุกดวง ครอบครัวของ Three Man Down ทำมาทั้งหมด ผมขอบคุณเพื่อนผมทุกคนเลยนะครับ”
กิตปิดจบช่วงนี้ด้วยเพลง ‘ชาตินี้’ ไม่ต้องรอชาติหน้า คงแทนคำขอบคุณทั้งเพื่อนที่ร่วมสร้างคอนเสิร์ตและแฟนคลับที่อยู่ร่วมกันมาตลอด
มาถึงช่วงสุดท้าย Three Man Down ใส่สุดแบบเต็มแรง ตั้งแต่เพลง ‘วันเกิดปีนี้’ ‘ยอมถอย’ ‘ทางออก’ ซึ่งกิตเลือกที่จะวิ่งลงมาทักทายคนดูทั่วสนามศุภชลาศัย แล้วต่อด้วยเพลง ‘ถ้าเธอรักฉันจริง’ และปิดด้วย ‘รักไม่ไหว’
เพลง ‘รักไม่ไหว’ ถือเป็นเพลงสุดท้ายที่กิต เต ตูน และเส็งใส่กันสุด เล่นกันทั้งน้ำตา และตอกย้ำว่า นี่คือยุคสมัยของ Three Man Down และพลังจากห้องซ้อมเมื่อหลายปีก่อนส่งตัวตนของพวกเขามาถึงสนามศุภชลาศัยแบบเต็มสนามได้ถึง 2 รอบการแสดง
แล้วเจอกันในที่ที่มันใหญ่กว่านี้!
AND TO BE CONTINUED AT สนามราชมังคลากีฬาสถาน