21 ม.ค. 2569 | 17:39 น.

KEY
POINTS
ในดราม่าระหว่าง ‘ครอบครัวเบ็คแฮม’ กับ ‘ครอบครัวเพลท์ซ’ ชื่อของ ‘นิโคลา เพลท์ซ’ (Nicola Peltz) มักถูกพูดถึงในฐานะ ‘สะใภ้มหาเศรษฐี’ หรือ ‘ผู้หญิงที่ทำให้ลูกชายคนดังตัดขาดครอบครัว’ หากแต่มองให้ลึกลงไป เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงความไม่ลงรอยของคนสองบ้าน หากคือการปะทะกันของ ‘โครงสร้างอำนาจสองแบบ’ ที่มีน้ำหนักไม่เท่ากันตั้งแต่ต้น
ความขัดแย้งนี้ไม่ได้ดำเนินอยู่ในระดับอารมณ์ หากเกิดขึ้นในระดับโครงสร้าง ตั้งแต่คำถามว่าใครมีสิทธิ์กำหนดพื้นที่ส่วนตัว ใครเป็นเจ้าของภาพจำของครอบครัว และใครคือผู้มีอำนาจสุดท้าย เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องของชื่อเสียง ทรัพย์สิน และการควบคุม
นิโคลาไม่ได้เพียงแต่งงานกับ ‘บรู๊คลิน เบ็คแฮม’ (Brooklyn Beckham) เธอแต่งงานจากโลกหนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่ง โลกของเซเลบริตี้ที่ต้องขายความเป็นส่วนตัวเพื่อรักษาอำนาจ กับโลกของมหาเศรษฐีที่ใช้อำนาจเงินปกป้องความเป็นส่วนตัวโดยไม่ต้องอธิบายต่อสาธารณะ
ก่อนจะกลายเป็น ‘ภรรยาของลูกชายคนดัง’ นิโคลา เพลท์ซ มีเส้นทางชีวิตของตัวเองที่ยาวนานและซับซ้อน เธอเกิดในปี 1995 เติบโตในครอบครัวมหาเศรษฐีชาวยิวอเมริกัน เป็นลูกสาวของ ‘เนลสัน เพลท์ซ’ (Nelson Peltz) นักลงทุนระดับโลก และ ‘คลอเดีย เฮฟเนอร์ เพลท์ซ’ (Claudia Heffner Peltz) อดีตนางแบบ แต่ชีวิตวัยเด็กของเธอไม่ได้ถูกผลักเข้าสู่วงการบันเทิงทันที ครอบครัวเพลท์ซให้ความสำคัญกับกีฬา โดยเฉพาะไอซ์ฮอกกี้ และพ่อของเธอเคยคาดหวังให้ลูกสาวเลือกเส้นทางนักกีฬา มากกว่านักแสดง
นิโคลาเริ่มงานแสดงตั้งแต่วัยเด็ก เปิดตัวในภาพยนตร์ Deck the Halls (2006) ก่อนค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ผ่านบทเล็กและซีรีส์โทรทัศน์ บทบาทใน Bates Motel (2013–2015) ทำให้เธอเริ่มได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงที่มีวินัยและทำงานหนัก
ชื่อของเธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างจาก Transformers: Age of Extinction (2014) แม้ภาพยนตร์จะประสบความสำเร็จทางรายได้ แต่ก็นำมาซึ่งคำครหาว่าเธอเป็น “ลูกสาวคนรวยที่ได้โอกาสเพราะคอนเนคชั่น” คำวิจารณ์นี้ติดตามเธอมาตลอด และกลายเป็นแรงผลักให้เธอพยายามพิสูจน์ตัวเองในฐานะคนทำงาน ไม่ใช่เพียงทายาทมหาเศรษฐี
ต่อมา นิโคลาเลือกขยับจากนักแสดงสู่การเป็นผู้สร้างงาน เธอเปิดตัวในฐานะผู้กำกับและนักเขียนบทจากภาพยนตร์อิสระ Lola ซึ่งสะท้อนความสนใจในประเด็นครอบครัว ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง และความสัมพันธ์เชิงอำนาจ แม้ผลงานจะถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่าเป็นการ “เล่าเรื่องความยากจนจากมุมของอภิสิทธิ์” แต่ก็ยืนยันชัดว่าเธอไม่ต้องการยืนอยู่แค่ในพื้นที่ข่าวซุบซิบ
ชีวิตของนิโคลามาเชื่อมโยงกับตระกูลเบ็คแฮมในปี 2017 เมื่อเธอพบกับบรู๊คลิน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปท่ามกลางสายตาสื่อ ตั้งแต่การคบหา การเลิกรา การกลับมาคืนดีกัน จนถึงการหมั้นในปี 2020
สำหรับบรู๊คลิน ความรักครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของหัวใจ หากคือการเปิดประตูสู่โลกที่เขาไม่คุ้นเคย โลกที่ครอบครัวไม่จำเป็นต้องเป็น ‘แบรนด์’ และชีวิตคู่ไม่ต้องถูกจัดแสดงเพื่อความพึงพอใจของแฟนคลับ
เบื้องหลังนิโคลา คือ เนลสัน เพลท์ซ ชายผู้ต่อยอดธุรกิจอาหารของครอบครัวจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จนกลายเป็นจักรวรรดิการลงทุนระดับโลก ผ่านการก่อตั้ง Trian Fund Management กองทุนสาย activist investor ที่เข้าไปกำหนดทิศทางของบริษัทข้ามชาติอย่าง Heinz, Pepsi, Wendy’s และ Tiffany & Co.
สิ่งที่ทำให้เนลสันแตกต่างจากมหาเศรษฐีทั่วไป ไม่ใช่จำนวนเงิน หากคือวิธีใช้อำนาจ เขาเชื่อว่าหากระบบไม่ทำงาน ระบบนั้นต้องถูกเปลี่ยน อำนาจในสายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่การยอมรับจากสาธารณะ แต่อยู่ในห้องประชุม บอร์ดบริหาร และสัญญาทางกฎหมาย
ในช่วงปี 2025–2026 ทรัพย์สินสุทธิของเนลสันอยู่ที่ราว 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ทรัพย์สินรวมของ ‘เดวิด เบ็คแฮม’ (David Beckham) และ ‘วิกตอเรีย เบ็คแฮม’ (Victoria Beckham) อยู่ที่ประมาณ 380–500 ล้านปอนด์ ช่องว่างนี้จึงไม่ใช่แค่คำถามว่าใครรวยกว่าใคร หากสะท้อนความต่างระหว่างความมั่งคั่งที่ผูกกับภาพลักษณ์ กับความมั่งคั่งที่ไม่ต้องป่าวประกาศ
ความแตกต่างนี้ปรากฏชัดในงานแต่งปี 2022 ซึ่งจัดขึ้นที่คฤหาสน์ริมทะเลของครอบครัวเพลท์ซในปาล์มบีช ค่าใช้จ่ายสูงราว 3 ล้านปอนด์ และเมื่อการจัดงาน ‘ไม่ได้มาตรฐาน’ เนลสันไม่ลังเลจะใช้กฎหมายฟ้องร้องบริษัทเวดดิ้งแพลนเนอร์เพื่อเรียกเงินมัดจำคืน นี่คือการแก้ปัญหาด้วยอำนาจ ไม่ใช่อารมณ์หรือภาพลักษณ์
นิโคลาเติบโตมาในโลกแบบนี้ โลกที่การควบคุมไม่ใช่คำวิจารณ์ แต่คือความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจ โลกที่สัญญาก่อนแต่งงานเป็นเรื่องปกติ และความเป็นส่วนตัวคือคุณค่าสูงสุด เธอเคยนิยามครอบครัวของตัวเองว่าเป็นแบบ Anti-Hollywood ไม่เชื่อว่าความรักต้องพิสูจน์ผ่านสายตาคนอื่น
เมื่อโลกสองใบนี้มาปะทะกัน ดราม่าจึงปะทุ ตั้งแต่ชุดเจ้าสาว ไปจนถึงเหตุการณ์เต้นรำในงานแต่งที่ตอกย้ำความตึงเครียดระหว่าง ‘การแสดงต่อสาธารณะ’ กับ ‘ขอบเขตส่วนตัว’ และท้ายที่สุด บรู๊คลินเลือกยืนข้างภรรยา
การที่เขาออกมาวิพากษ์พ่อแม่ตัวเอง และย้ายไปตั้งหลักในสหรัฐอเมริกา ซื้อบ้านมูลค่า 16 ล้านดอลลาร์ใน Beverly Hills จึงไม่ใช่เพียงการหนีปัญหาครอบครัว หากคือการเลือกโครงสร้างชีวิตใหม่ โครงสร้างที่สอดคล้องกับโลกของนิโคลา และมีเนลสัน เพลท์ซ เป็นแรงค้ำยันอยู่เบื้องหลัง
สุดท้ายแล้ว นิโคลา เพลท์ซ อาจไม่ใช่ผู้หญิงที่เข้ามาแย่งลูกชายจากครอบครัวเบ็คแฮม หากเป็นตัวแทนของโลกอีกใบ โลกที่อำนาจไม่จำเป็นต้องมีแฟนคลับ และความรักไม่จำเป็นต้องแสดง
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ดราม่านี้ไม่จบง่าย ๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องครอบครัวธรรมดา หากคือการปะทะกันของชนชั้น วิธีคิด และนิยามของคำว่า ‘การควบคุม’ ที่ต่างกันตั้งแต่ราก
เรื่อง: พาฝัน ศรีเริงหล้า
ภาพ: Getty Images
อ้างอิง:
Baldwin, Sian. “Meet the Peltzes: how Brooklyn Beckham’s billionaire in-laws made their fortune.” The Standard, n.d.
Clark, Eve Upton. “Inside life of Nicola Peltz’s dad Nelson who is a billionaire businessman friend of Trump.” OK! Magazine, 1 Feb. 2023.
Quihuiz, Ariana, and Samantha Stutsman. “Nicola Peltz’s Parents: All About Billionaires Nelson and Claudia Peltz.” People, 20 Jan. 2026.
Redkar, Surabhi. “Things to know about Nicola Peltz: From being a billionaire heiress to a Beckham family member.” Lifestyle, 20 June 2025.
Saunders, Emma. “Who is Brooklyn’s wife, Nicola Peltz Beckham?” BBC, 2026.