อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ : ความฝันที่ ‘เป็นไปไม่ได้’ ของนักเทนนิสที่เป็นเบาหวานตั้งแต่ 4 ขวบ

อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ : ความฝันที่ ‘เป็นไปไม่ได้’ ของนักเทนนิสที่เป็นเบาหวานตั้งแต่ 4 ขวบ

เรื่องราวของ ‘อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ’ (Alexander Zverev) นักเทนนิสที่เป็นโรคเบาหวานตั้งแต่ 4 ขวบ หมอเคยบอกว่า ‘เล่นกีฬาไม่ได้’ แต่สุดท้ายก็คว้าแชมป์โรลองด์ การ์รอส (Roland Garros) มาครอง

KEY

POINTS

บนเส้นทางชีวิตของพวกเราทุกคน ต่างเคยถูกพันธนาการด้วยถ้อยคำที่ว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ เสียงนั้นอาจดังก้องมาจากผู้คนรอบข้าง จากแรงบีบคั้นของโชคชะตา หรือแม้แต่อาจจะดังมาจากร่างกายของเราเองที่ดูราวกับจะเป็นศัตรูตัวฉกาจต่อความฝันที่อยากไขว่คว้า เรามักถูกตัดสินว่ามีต้นทุนไม่มากพอ ขาดคุณสมบัติที่เหมาะสม หรือมีขวากหนามบางอย่างที่คอยปิดกั้นหนทางข้างหน้าให้ตีบตัน ทว่าคำถามสำคัญคือ อุปสรรคเหล่านั้นคือฉากสุดท้ายที่กำหนดบทสรุปของชีวิตเราจริง ๆ หรือเป็นเพียงบททดสอบบทหนึ่งที่รอให้เราใช้หัวใจนักสู้ออกไปเขียนหน้าประวัติศาสตร์ต่อไป?

ในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายนปี 2026 ณ กรุงปารีส เสียงเฮลั่นกึกก้องไปทั่วทั้งสนามฟิลิปป์ ชาตรีเยร์ ทันทีที่ลูกเทนนิสช็อตสุดท้ายกระทบพื้นคอร์ต ภาพของชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนอนคลุกดินสีแดงร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร กลายเป็นภาพจำครั้งประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาโลก

หากมีใครเดินมาบอกคุณเมื่อหลายปีก่อนว่า จะมีมนุษย์ที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ก้าวขึ้นมาชูถ้วยแชมป์โรลองด์ การ์รอส (Roland Garros) หรือการแข่งขันเฟรนช์โอเพ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่โหดหินและต้องใช้พละกำลังทางร่างกายมากที่สุดในโลก คุณคงส่ายหน้าแล้วบอกว่ามันคงเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่สมรภูมิหวดลูกสักหลาดเต็มไปด้วยยอดมนุษย์สายเลือดใหม่ที่พร้อมจะขึ้นครองบัลลังก์อย่าง ‘คาร์ลอส อัลคาราซ’ (Carlos Alcaraz) และ ‘ยานนิค ซินเนอร์’ (Jannik Sinner) ผู้เข้ามาสานต่อยุคสมัยอันรุ่งเรืองของ Big Three อย่าง ‘โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (Roger Federer), ‘โนวัค ยอโควิช’ (Novak Djokovic) และ ‘ราฟาเอล นาดาล’ (Rafael Nadal) ได้อย่างไร้รอยต่อ อุปสรรคในการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมของนักเทนนิสคนอื่น ๆ จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ทว่าท่ามกลางรายชื่อเหล่านั้น นักเทนนิสวัย 29 ปีนามว่า ‘อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ’ (Alexander Zverev) กลับสามารถทำได้ คว้ารางวัลได้สำเร็จ แฟน ๆ ทั่วโลกที่เอาใจเชียร์ต่างพากันชื่นชมจากชัยชนะที่เขาทำได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเขานั้นเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ โดยที่หมอของเขาเคยบอกเอาไว้ว่าการเป็นนักกีฬาอาชีพคือเรื่องที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

แต่ไฉนในวันนี้ ชายคนนั้นกลับเป็นคนเดียวกับคนที่ทิ้งตัวลงนอนคลุกดินสีแดงที่สนามฟิลิปป์ ชาตรีเยร์ เพราะเพิ่งคว้าถ้วยแชมป์โรลองด์ การ์รอส มาครองได้สำเร็จ

อ่านเรื่องราวของ ‘นักสู้’ ที่สามารถชนะทั้งคู่ต่อสู้และข้อจำกัดของตัวเองได้สำเร็จที่บทความนี้

 

อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ : ความฝันที่ ‘เป็นไปไม่ได้’ ของนักเทนนิสที่เป็นเบาหวานตั้งแต่ 4 ขวบ

 

คำพิพากษาในวัย 4 ขวบ

อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ เกิดเมื่อปี 1997 ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี เขาเติบโตมาในครอบครัวสายเลือดรัสเซียที่เข้มข้นไปด้วยดีเอ็นเอของนักกีฬา โดยมีพ่ออย่าง ‘อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ซีเนียร์’ (Alexander Zverev Sr.) และแม่นามว่า ‘อิรินา ซเวเรวา’ (Irina Zvereva) ที่ต่างก็เป็นอดีตนักเทนนิสมืออาชีพ เส้นทางชีวิตของเขาและพี่ชาย ‘มิชา ซเวเรฟ’ (Mischa Zverev) จึงถูกขีดเขียนไว้บนเส้นคอร์ตเทนนิสมาตั้งแต่จำความได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่โลกจะได้รู้จักกับยอดนักเทนนิสเจ้าของความสูง 198 เซนติเมตรคนนี้ ชีวิตของเขาต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ที่เกือบพรากความฝันหรือ ‘ความกล้าที่จะฝัน’ ของเขาไปตลอดกาล

เมื่ออายุได้เพียง 4 ขวบ คุณหมอได้วินิจฉัยว่าเด็กชายซเวเรฟป่วยเป็น ‘โรคเบาหวานชนิดที่ 1’ (Type 1 Diabetes) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เอง และจำเป็นต้องได้รับการรักษาไปตลอดชีวิต คำเตือนจากแพทย์ในวันนั้นรุนแรงและเด็ดขาดเพราะ การเป็นนักกีฬาอาชีพ โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องใช้ร่างกายหนักหน่วงและต้องแข่งขันตลอดทั้งปีอย่างเทนนิส เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และมันอันตรายต่อชีวิตของเขามากเกินไป

แต่นั่นคือคำพูดของคนอื่น และซเวเรฟเลือกจะไม่ยอมจำนน ในปี 2002 หลังจากการวินิจฉัยเพียงปีเดียว เด็กชายวัย 5 ขวบตัดสินใจหยิบแร็กเก็ตขึ้นมาหวดลูก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนาน เขาไต่เต้าจากระดับเยาวชนจนก้าวขึ้นสู่การเป็นมือ 1 ของโลกในระดับจูเนียร์ ก่อนจะเทิร์นโปรเป็นนักเทนนิสมืออาชีพอย่างเต็มตัวในปี 2013

 

สงครามที่ไม่มีใครมองเห็น

แม้สปอตไลท์จะส่องสว่างเพียงใด แต่เบื้องหลังฉากหน้าอันงดงาม การเดินทางของซเวเรฟกลับเต็มไปด้วยขวากหนามและลวดหนามที่ไม่มีใครมองเห็น เขาต้องต่อสู้ในสงครามเงียบที่ดำเนินไปในทุก ๆ วัน

ทุก ๆ เช้าหลังจากตื่นนอน สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือการเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาล และในทุก ๆ คืนก่อนนอน เขาต้องฉีดอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ยาว ไม่ว่าจะอยู่ในโรงแรมระหว่างทัวร์นาเมนต์ แข่งขันเสร็จกลางดึก หรืออยู่ในช่วงซ้อมหนัก ร่างกายของเขาคือระเบิดเวลาที่ต้องคอยระวังความผิดปกติอยู่ตลอดเวลากว่า 25 ปี

คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย หลายปีที่ผ่านมา ซเวเรฟเลือกที่จะปิดบังความลับนี้ไว้ และจัดการกับความเจ็บป่วยเพียงลำพัง เพราะเขากลัวว่าโลกจะมองเขาแตกต่างออกไป กลัวว่าคนจะมองเขาด้วยความสงสารหรือมองว่าเป็นคนอ่อนแอ

จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่เขาเกือบจะเสียทุกอย่างไปในชีวิต

 

วินาทีที่พังทลาย

รอบรองชนะเลิศโรลองด์ การ์รอส ปี 2022 ซเวเรฟลงสนามปะทะกับราชาคอร์ตดินอย่าง ราฟาเอล นาดาล การแข่งขันดำเนินไปอย่างดุเดือดจนถึงช่วงท้ายของเซตที่สอง สกอร์เสมอกันที่ 6-6 เกม ซเวเรฟต้องการอีกเพียงไม่กี่คะแนนเพื่อคว้าชัยชนะ และนั่นอาจส่งให้เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมือ 1 ของโลกอย่างเป็นทางการ

 

แต่แล้ว ทุกอย่างก็พังทลายลงในเสี้ยววินาที

 

จังหวะสไลด์ตัวรับลูกทำให้ข้อเท้าขวาของเขาพลิกอย่างรุนแรง เอ็นข้อเท้าฉีกขาดทันทีหลายเส้น ซเวเรฟทิ้งตัวลงไปนอนร้องไห้ครวญครางด้วยความเจ็บปวดปางตายบนผืนคอร์ตดินสีแดง ภาพที่เขาต้องนั่งรถเข็นออกจากสนามพร้อมคราบน้ำตาแห่งความผิดหวัง กลายเป็นหนึ่งในภาพที่สะเทือนใจที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิส

หลังการผ่าตัดครั้งใหญ่ ซเวเรฟเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความจริง เขาประกาศให้โลกรู้อย่างเป็นทางการว่า นอกจากอาการบาดเจ็บที่ขาแล้ว เขายังเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 พร้อมกับก่อตั้ง ‘Alexander Zverev Foundation’ ขึ้นมาเพื่อระดมทุนและช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่เผชิญโรคเดียวกับเขา

จากคนที่เคยซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ในเงามืด เขากลายมาเป็นกระบอกเสียงและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ป่วยอีกนับไม่ถ้วนบนโลกใบนี้ เขาไม่ได้ลงแข่งเพื่อตัวเองเพียงคนเดียวอีกต่อไป

ครั้งหนึ่ง เคยมีคนถามซเวเรฟในเชิงขำขันว่า “สิ่งใดในชีวิตที่คุณไม่สามารถอยู่ได้หากขาดมันไป?” นักเทนนิสคนอื่นอาจจะตอบว่าสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์พกพา แต่ซเวเรฟกลับตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนถามถึงกับหัวเราะไม่ออกว่า

 

ผมอยู่ได้โดยไม่มีสิ่งของเกือบทุกอย่าง
แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ...
แต่ผมไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้
ถ้าไม่มีปากกาฉีดอินซูลิน

 

อุปสรรคยังคงตามมาทดสอบจิตใจของเขาไม่หยุดหย่อน ในปี 2023 ฝ่ายจัดการแข่งขันโรลองด์ การ์รอส พยายามออกกฎห้ามไม่ให้เขาฉีดอินซูลินบนคอร์ต แม้ว่าอินซูลินจะไม่ใช่สารกระตุ้นสมรรถภาพทางกีฬา แต่เป็นสารเพื่อประทังชีวิต เจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาเดินไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ แต่ซเวเรฟไม่ยอมแพ้ เขาเดินหน้าโน้มน้าวและต่อสู้จนได้รับอนุญาตให้ฉีดอินซูลินข้างสนามสำเร็จ จนกลายเป็นภาพที่แฟนเทนนิสคุ้นตาในที่สุด

 

แกรนด์สแลม
กับจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย

ความพ่ายแพ้และบาดแผลทางกายไม่อาจหยุดยั้งหัวใจนักสู้ของเขาได้ ซเวเรฟกัดฟันกลับมาลงสนามอีกครั้ง แต่ความสำเร็จก็ไม่ได้มาโดยง่าย เขากลายเป็นชายผู้เฉียดเข้าใกล้ความฝันแล้วโดนผลักออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

เริ่มจากรอบรองชนะเลิศโรลองด์ การ์รอส ปี 2023 ที่เขาพ่ายแพ้ให้กับ ‘คาสเปอร์ รูด’ (Casper Ruud) ตามมาด้วยรอบชิงชนะเลิศโรลองด์ การ์รอส ปี 2024 ที่เขาต้องยอมจำนนในเซตตัดสินให้กับ คาร์ลอส อัลคาราซ และอีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศ Australian Open ปี 2025 ที่เขาพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ ยานนิค ซินเนอร์ ไปอย่างน่าเสียดาย

เข้าชิงแกรนด์สแลม 3 ครั้ง แพ้รวดทั้ง 3 ครั้ง ทุกครั้งที่ก้าวไปจนเกือบจะเอื้อมมือถึงถ้วยรางวัล ราวกับมีคำสาปที่ทำให้เขาต้องเดินคอตกกลับออกมามือเปล่า จนผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่า หรือโชคชะตาจะกำหนดมาให้เขาเป็นได้เพียง ‘พระรอง’ ตลอดกาล?
 

แต่ถ้าคุณพยายามมากพอ โอกาสจะไม่ทอดทิ้งคุณ

 

ในที่สุด ปี 2026 วันที่ทุกคนเคยบอกว่าเป็นไปไม่ได้ก็มาถึง ในนัดชิงชนะเลิศโรลองด์ การ์รอส อันกดดัน อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ระเบิดฟอร์มเก่งเอาชนะ ‘ฟลาวิโอ โคโบลลี’ (Flavio Cobolli) ได้สำเร็จ จารึกชื่อเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่บนผืนคอร์ตดินที่เขาเคยล้มลงไปเมื่อ 4 ปีก่อน

สำหรับนักเทนนิสทั่วไป ถ้วยแชมป์แกรนด์สแลมคือจุดสูงสุดของอาชีพ แต่สำหรับซเวเรฟ ถ้วยใบนี้คือคำตอบของทุกหยาดเหงื่อ หยดเลือด และหยาดน้ำตาที่เริ่มต้นจากเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่เคยถูกตราหน้าว่า ถอดใจซะเถอะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก วันนี้ ไม่มีใครบนโลกสามารถสบประมาทเขาได้อีกต่อไป

ถ้วยรางวัลใบนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มให้โปรไฟล์ของเขากลายเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งแชมป์แกรนด์สแลม โรลองด์ การ์รอส ปี 2026 ที่เพิ่งคว้ามาได้เป็นสมัยแรก เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ซึ่งจัดแข่งขันในปี 2021 และแชมป์ ATP Finals อีก 2 สมัยในปี 2018 และ 2021 อีกทั้งยังเคยขึ้นไปถึงมือวางอันดับ 2 ของโลก และในปัจจุบันก็ยังคงรั้งตำแหน่งมือ 3 ของโลกเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

 

‘เป็นไปไม่ได้’
สิ่งที่คอยหยุดความคิด
ที่จะฝันใหญ่ของใครหลายคน

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ อาจไม่ใช่เรื่องของกีฬาเทนนิสเลยด้วยซ้ำ

เพราะในชีวิตจริงของพวกเราทุกคน ต่างก็มีคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ ในรูปแบบของตัวเอง บางคนถูกบอกว่าต้นทุนชีวิตไม่ดีพอ บางคนถูกตราหน้าว่าไม่มีความสามารถ หรือบางคนอาจจะล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเริ่มหมดไฟและเชื่อไปแล้วว่าความฝันนั้นไม่ใช่ของเรา

เมื่ออายุ 4 ขวบ ซเวเรฟถูกบอกว่าการเป็นนักกีฬาอาชีพเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน แต่ตลอดหลายสิบปีหลังจากนั้น เขาเลือกที่จะปิดหูแล้วก้มหน้าเดินตามเส้นทางของตัวเอง เขาล้ม เขาเจ็บ เขาพลาดแชมป์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็เลือกที่จะลุกขึ้นมาเดินต่อเสมอ

ในวันที่เขาชูถ้วยโรลองด์ การ์รอส ขึ้นเหนือศีรษะ สิ่งที่เขามอบให้กับคนทั้งโลกจึงไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัลเทนนิส แต่มันคือเครื่องเตือนใจอันทรงพลังว่า บางครั้ง สิ่งที่ขวางกั้นความฝันของเราอยู่ ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บ ไม่ใช่อุปสรรคภายนอก และไม่ใช่ความล้มเหลวในอดีต แต่ออาจเป็นเพียง ความเชื่อของตัวเราเองต่างหากที่คิดไปก่อนว่ามันเป็นไปไม่ได้

เพราะผู้ชายที่ชื่ออเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่าคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ บางคราว อาจไม่มีอยู่จริงเลยก็ได้

 

อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ : ความฝันที่ ‘เป็นไปไม่ได้’ ของนักเทนนิสที่เป็นเบาหวานตั้งแต่ 4 ขวบ

 

ภาพ : Getty Images

อ้างอิง

ATP Tour. (n.d.). Alexander Zverev: Bio. 
Roland-Garros. (n.d.). Alexander Zverev. 
Mouratoglou. (n.d.). Alexander Zverev.
TennisStats. (n.d.). Alexander Zverev. 
Grokipedia. (n.d.). Alexander Zverev career statistics. 
Tennis Majors. (n.d.). Medvedev v Zverev: Match-up stats, track record, everything you need to know. 
Firma Stella. (n.d.). Alexander Zverev.