‘อ็องเดร โอนาน่า’ โกล์ใช้เท้าดีแบบฉบับโลกลูกหนังยุคใหม่ แต่ใช้มือ?

‘อ็องเดร โอนาน่า’ โกล์ใช้เท้าดีแบบฉบับโลกลูกหนังยุคใหม่ แต่ใช้มือ?

‘อ็องเดร โอนาน่า’ ชาวแคเมอรูนผู้เริ่มอาชีพนักฟุตบอลจากข้างถนน สู่งานหนักกับการสานตำนานโกล์ปีศาจ ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’

  • หนูน้อยอ็องเดร เริ่มอาชีพนี้จากข้างถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นคลุ้งเหมือนเด็ก ๆ ทั่วไปในแคเมอรูน จนกระทั่ง 10 ขวบ ‘ซามูเอล เอโต้’ ตำนานทีมหมอผี ได้ชักชวนไอ้หนูที่ดูมีหน่วยก้านดีเข้าร่วมมูลนิธิ เพื่อเตรียมตัวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
  • ตลอดเวลาที่ยืนจังก้าบนเส้นประตูให้กับทีมดังแห่งแดนกังหันลม 6 ฤดูกาล เขาเริ่มฉายแววให้เห็นถึงการเป็นนายทวารสมัยใหม่ ที่เล่นบอลด้วยเท้าดี กล้าออกมาเล่นนอกเขต ต่อบอลสั้น และวางยาวแม่น ๆ โดยมีคำนิยามที่เรียกผู้รักษาประตูสไตล์นี้ว่า ‘สวีปเปอร์ โกล์คีปเปอร์’
  • จนถึงเวลานี้โอนาน่าเฝ้าเสาให้ปีศาจแดงในเกมเป็นทางการไปแล้ว 31 เกม และเสียถึง 50 ประตู (นับจนถึงวันที่ 1 ก.พ. 67) ค่าเฉลี่ยเสียประตูมากกว่า 1 ลูก ต่อแมตช์ รักษาคลีนชีตได้เพียง 9 นัด

‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ ซื้อตัวผู้รักษาประตูทีมชาติแคเมอรูนรายนี้มาจาก ‘อินเตอร์ มิลาน’ ด้วยค่าตัว 55 ล้านยูโร หรือ ราว 2,100 ล้านบาท เพื่อมาเป็นมือ 1 แทนที่ของ ‘ดาบิด เด เคอา’ นายประตูสเปน ที่ไม่สามารถตกลงและต่อสัญญากับทีมได้ หลังจากเฝ้าเสาอยู่ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดนานถึง 12 ปี

แต่เพียงแค่การลงเล่นต่อหน้าแฟน ๆ ในถิ่นเป็นนัดแรก ‘เรด อาร์มี่’ ก็เริ่มเห็นรูปแบบการเสียประตูที่แปลก ๆ เพราะเกมอุ่นเครื่องแมตช์นั้น โอนาน่าโดนผู้เล่นล็องส์ ยิงประตูจากระยะกว่าครึ่งสนามลูกไปซุกที่ตาข่าย ส่วนตัวเขาก็จั้มเบ้าอยู่ในประตูเช่นกัน 

นับตั้งแต่แมตช์นั้นมา เรื่อยมาจนถึงเวลานี้ แฟนปีศาจแดงส่วนหนึ่งตั้งคำถามว่า นี่หรือคือ ตัวแทนที่ดีที่สุดของ เด เคอา 

ผู้รักษาประตูในเทรนด์ยุคใหม่

เทรนด์ฟุตบอลในปัจจุบัน ที่นำแฟชั่นโดยสองกุนซือสมองเพชรคือ ‘เป๊ป กวาร์ดิโอล่า’ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ‘เจอร์เก้น คล็อปป์’ กุนซือลิเวอร์พูล นอกเหนือจากการเล่นเพรสซิ่งสูงแล้ว การสร้างเกมจากแนวรับ โดยเฉพาะจากผู้รักษาประตูเป็นสิ่งที่จำเป็น ทั้ง ‘เป็ป’ และ ‘คล็อปป์’ ต่างประสบความสำเร็จถึงระดับการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และแชมป์สโมสรโลกจากการเล่นในรูปแบบนี้ จากการที่มี ‘เอแดร์ซอน โมราเอส’ และ ‘อลีสซง เบ็คเกอร์’ เฝ้าเสา ทำให้โลกลูกหนังยุคใหม่ ต้องการ ‘โกล์’ ที่ไม่เพียงแค่เซฟประตูได้ดี แต่ยังต้องเล่นกับบอลด้วยเท้าดีด้วย 

หนูน้อยอ็องเดร เริ่มอาชีพนี้จากข้างถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นคลุ้งเหมือนเด็ก ๆ ทั่วไปในแคเมอรูน จนกระทั่ง 10 ขวบ ‘ซามูเอล เอโต้’ ตำนานทีมหมอผี และทีมงานมูลนิธิฟุตบอลของเขา ได้ชักชวนไอ้หนูที่ดูมีหน่วยก้านดีจากนอกเมือง เข้าร่วมมูลนิธิในเมืองที่ไกลไปอีกกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อเตรียมตัวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และสุดท้ายเป็นบาร์เซโลน่า ในลาลีก้า สเปน ที่ดึงเข้าสังกัดในวันที่โอนาน่าเริ่มเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นในวัย 14 ปี 

เขาใช้ชีวิตเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังกับตำแหน่งผู้รักษาประตู ใน ‘ลา มาเซีย’ อคาเดมีชื่อดัง นานถึง 5 ปี ก่อนย้ายไปร่วมทีม ‘ยอง อาแจ็กซ์’ หรือ ‘อาแจ็กซ์ 2’ ในลีกรองเนเธอร์แลนด์ ปลายฤดูกาล 2015 จนจบปีนั้น นายประตูแคเมอรูนในวัย 19 ปี ได้เฝ้าเสาไปทั้งหมด 13 นัด

เขาที่เริ่มเติบโตสูงใหญ่สะสมประสบการณ์ถูก ‘ปีเตอร์ บอสซ์’ กุนซืออาแจ็กซ์ในเวลานั้น ดึงขึ้นสู่ชุดใหญ่อย่างเต็มตัวในฤดูกาล 2016 - 2017 ก่อนที่ ‘เอริก เทน ฮาก’ จะเข้ามาสานงานต่อในซีซันต่อมา และกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมเรื่อยมา

ตลอดเวลาที่ยืนจังก้าบนเส้นประตูให้กับทีมดังแห่งแดนกังหันลม 6 ฤดูกาล โอนาน่าได้แชมป์เอเรดิวิซี่ลีก 3 สมัย ได้แชมป์ฟุตบอลถ้วย ‘เคเอ็นวีบี คัพ’ อีก 2 สมัย รวมถึงการได้รองแชมป์ยูโรป้าลีกอีก 1 ครั้งในปี 2016 – 2017 เขาเริ่มฉายแววให้เห็นถึงการเป็นนายทวารสมัยใหม่ ที่เล่นบอลด้วยเท้าดี กล้าออกมาเล่นนอกเขต ต่อบอลสั้น และวางยาวแม่น ๆ โดยมีคำนิยามที่เรียกผู้รักษาประตูสไตล์นี้ว่า ‘สวีปเปอร์ โกล์คีปเปอร์’

ฝ่าวิกฤตโดนแบน 1 ปี - โดนตะเพิดจากแคมป์ฟุตบอลโลก

ในชีวิตการประกอบอาชีพนักฟุตบอล หนึ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เครียด และวิกฤตที่สุดของเขา เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2021 เมื่อโอนาน่าถูกสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า สั่งลงโทษแบนยาว 12 เดือน หลังถูกตรวจพบว่าใช้สารต้องห้ามที่ชื่อว่า ‘ฟูโรซีไมด์’ โดยอ้างว่า “ได้รับประทานยาจากภรรยา เพื่อแก้อาการไม่สบาย” แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ได้ตั้งใจใช้สารดังกล่าวก็ตาม ทำให้เขาต้องหายหน้าไปจากสนาม ตลอดฤดูกาลได้ลงเฝ้าเสาไปเพียงแค่ 10 เกมเท่านั้น

ก่อนที่ซีซันต่อมา โอนาน่าจะย้ายไปหาความท้าทายใหม่ในอิตาลีกับอินเตอร์ มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่ในแดนมะกะโรนี แบบไม่มีค่าตัวด้วยสัญญา 5 ปี หลังจากค้าแข้งกับอาแจ็กซ์นานถึง 7 ปีครึ่ง ลงเล่นไปทั้งสิ้น 214 นัด

เขาทำได้ดีในปีแรกกับทีมงูใหญ่ ทั้งจังหวะเซฟ และการเปิดบอลสวย ๆ ลงเล่นไป 41 นัด ทำคลีนชีตไป 19 แมตช์ เสียไป 36 ประตู พาทีมไปถึงการเป็นรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ค่าตัวดีดสูงขึ้น ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เอริก เทน ฮาก ผู้จัดการทีม ‘เรด เดวิลส์’ ต้องการผู้รักษาประตูมือ 1 แทนที่ ‘ดาบิด เด เคอา’ ที่ไม่สามารถตกลงสัญญาใหม่กับทีมได้ จึงเลือก โอนาน่า ที่เคยเป็นศิษย์มาคืนสู่เหย้าที่อังกฤษ โดยมีค่าตัวสูงถึง 55 ล้านยูโร นายประตูแคเมอรูนข้ามแดนจากอิตาลีสู่อังกฤษ เซ็นสัญญากับยูไนเต็ด 5 ปี และมีเงื่อนไขขยายเพิ่มได้อีก 1 ปี 

ส่วนประวัติการเล่นกับทีมชาติแคเมอรูน นายทวารวัย 27 ปี ติดทีมชาติครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องกับกาบอง เมื่อปี 2016 แต่เคยส่งถูกกลับบ้านระหว่างฟุตบอลโลก 2022 ทั้งที่เขาเป็นมือ 1 ของทีมในเกมเปิดสนาม แต่หลังจากมีปากเสียงกับ ‘ริโกแบร์ ซง’ กุนซือทีมหมอผี เกี่ยวกับวิธีการ และแทคติกการเล่น ทำให้เขาต้องตกเป็นตัวสำรองในแมตช์ต่อมา ก่อนถูกส่งกลับบ้านในที่สุด ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน โอนาน่าก็ประกาศเลิกทีมชาติอย่างถาวร แต่จากนั้น 8 เดือน เขาได้เคลียร์ใจกับซง ทำให้ประตูสู่ทีมชาติถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง จนเจ้าตัวได้กลับมาลุยศึก ‘แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์’ ล่าสุดในปี 2024

งานหนักกับการสานตำนานโกล์ปีศาจ

ตั้งแต่ยุค 90 เป็นต้นมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เคยขาดผู้รักษาประตูฝีมือดี ซึ่ง ‘เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน’ บรมกุนซือเคยลั่นวาทะไว้ว่า “โกล์ที่ยอดเยี่ยม จะมีค่าเท่ากับ 15 คะแนนตลอดทั้งฤดูกาล”

ยุคต้น 90s ที่ปีศาจแดงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ พวกเขามี ‘เดอะ เกรท เดน’ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เฝ้าเสา พาทีมกวาดทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 1998 - 1999  ต่อมาในยุคของ ‘น้าซาร์’ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมได้ดับเบิ้ลแชมป์พรีเมียร์ลีก และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2007 - 2008 

ต่อมาในยุค ดาบิด เด เคอา ก็โชว์เซฟมหัศจรรย์พาทีมได้แชมป์ลีกสมัยที่ 20 พร้อมทั้งเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรถึง 4 สมัย

มาร์ค บอสนิช, มัสซิโม่ ตาอิบี้, ฟาเบียง บาร์กเตซ, ทิม ฮาวเวิร์ด, รอย แคร์โรลล์, เบน ฟอสเตอร์, บิคตอร์ บัลเดส คือรายนามนายประตูที่เคยเฝ้าเสาในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดในช่วงยุค 90s เป็นต้นมา แต่ไม่ได้ถูกจดจำ และยกขึ้นหิ้งมากนัก แม้บางรายอาจเคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับทีม แต่จากความผิดพลาดที่เคยก่อ ทำให้พวกเขาไม่ได้อยู่กับสโมสรนานนัก

เมื่อซีซันที่ผ่านมา โอนาน่ามีผลงานเด่นกับอินเตอร์ มิลาน ทำให้เรดอาร์มี่บางส่วนพอใจกับดีลนี้ แม้ว่าจะต้องเสียเด เคอา ไป แต่ยังเชื่อด้วยรูปแบบการเล่นแบบ ‘เทน ฮาก บอล’ เซตเกมจากแดนหลัง นายประตูคนใหม่ที่เล่นบอลด้วยเท้าดี จ่ายบอล วางยาวแม่น จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญต่อยอดความสำเร็จแชมป์ลีกคัพ และอันดับ 3 ในลีก

“การย้ายมาร่วมทีมแมน ยูไนเต็ด ถือเป็นเกียรติยศอันน่าเหลือเชื่อ ผมทำงานหนักมาตลอดชีวิต เพื่อให้ได้มาซึ่งโมเม้นต์นี้ ตลอดเส้นทางมีอุปสรรคมากมาย การเดินเข้าสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เพื่อป้องกันประตู และช่วยทีม จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์อันสุดแสนมหัศจรรย์” เจ้าของหมายเลขเสื้อ 24 กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจในวันเปิดตัวกับสโมสร

แต่หลังจากแมตช์แรกที่เฝ้าเสาในเกมอุ่นเครื่องที่โอลด์แทรฟฟอร์ด และโดนผู้เล่นล็องส์ ยิงครึ่งสนามเข้าไป จากนั้นโอนาน่าก็เริ่มก่อความผิดพลาดส่วนตัว นำไปซึ่งการเสียประตู “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ทั้งรับบอลง่าย ๆ หลุดเข้าประตูในเกมกับบาเยิร์น มิวนิค, จ่ายบอลพลาดให้ผู้เล่นกาลาตาซารายจน ‘คาเซมิโร’ ต้องเข้ามาช่วยและโดนใบแดง, ยืนตำแหน่งผิดในเกมเยือนที่ตุรกีจนเสียประตูจากฟรีคิก และยังมีวีรกรรมรับลูกยิงเบา ๆ ของผู้เล่นเบรนฟอร์ด ไม่อยู่ หรือการปล่อยให้ลูกเปิดเข้าไปง่าย ๆ ในแมตช์กับแอสตัน วิลล่า 

ทำให้หลายคนสงสัยในทักษะการป้องกันประตูของโอนาน่า ที่มีหน้าที่หลักคือ “การป้องกันประตู” ยังไม่นับลูกที่ปัดบอลไม่ออก ปฏิกิริยาช้า หรือไม่ออกมาปิดมุมในจังหวะหลุดเดี่ยวของคู่แข่ง จนถึงเวลานี้โอนาน่าเฝ้าเสาให้ปีศาจแดงในเกมเป็นทางการไปแล้ว 31 เกม และเสียถึง 50 ประตู (นับจนถึงวันที่ 1 ก.พ. 67) ค่าเฉลี่ยเสียประตูมากกว่า 1 ลูก ต่อแมตช์ รักษาคลีนชีตได้เพียง 9 นัด

แน่นอนการที่ทีมแพ้ หรือตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อาจจะไม่ใช่เพราะความผิดของเขาคนเดียว แต่เป็นทั้งทีมที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่การที่โมเมนตั้มของเกมที่เปลี่ยนไปจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ก็ทำให้เป็นงานยากมากขึ้นสำหรับเพื่อนร่วมทีม

โอนาน่ารับรู้ตั้งแต่วันแรกว่าเร้ด เดวิลส์ มีตำนานผู้รักษาประตูที่น่าทึ่งมายาวนาน เขาพูดอย่างหนักแน่นว่า “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อสร้างตำนานของตัวเองหลังจากนี้” ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้เล่นที่ย้ายมาจากต่างถิ่น ต่างทีม ต้องการเวลาปรับตัว หรือ ฝึกฝนสกิลเพิ่มเติม ยิ่งเป็นการรับงานต่อจากยอดประตูมือต้น ๆ ของโลก ยิ่งถือเป็นการแบกภาระที่หนักหลายตัน

อย่างไรก็ตาม กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมภายใต้การบริหารทีมในยุค ‘เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์’ เจ้าของร่วมคนใหม่ อาจไม่มีเวลาให้กับโอนาน่า และเอริก เทน ฮาก มากนัก

‘อ็องเดร โอนาน่า’ โกล์ใช้เท้าดีแบบฉบับโลกลูกหนังยุคใหม่ แต่ใช้มือ?

เรื่องโดย My Name Is

อ้างอิง : 
BBC
www.manutd.com
firsttimefinish.co.uk