07 ก.ค. 2569 | 15:57 น.

ชายคนหนึ่งใช้ทั้งชีวิต เพื่อไม่เดินซ้ำรอยพ่อ
ฟุตบอลโลกอาจจบลงแล้ว แต่การเดินทางของลูกชายคนหนึ่งไม่มีวันสิ้นสุด
เสียงนกหวีดดังขึ้น พร้อมกับชายวัย 41 ปีที่ยืนนิ่งอยู่กลางสนามดัลลัส อเมริกา เขาร้องไห้ แต่ไม่ได้ฟูมฟาย เพียงแค่ยืนมองเกมฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายในชีวิตของตัวเองค่อย ๆ จบลง
“ความจริง คือ นี่คือฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของผม ชีวิตของนักฟุตบอล บางครั้งเราเป็นฝ่ายชนะ บางครั้งเราก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้ แต่เราต้องก้าวต่อไป”
นี่คือคำสัมภาษณ์ของ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ หลังจากโปรตุเกสพ่ายให้สเปนไป 0-1 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทำให้เส้นทางฟุตบอลโลกของ ‘คริสเตียโน โรนัลโด้’ ต้องจบลง
ทว่าหากมองย้อนกลับไปยังเส้นทางในโลกลูกหนังของเขา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เกิดที่ชุมชนแออัดบนเกาะมาเดราในโปรตุเกส ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นแรงงานแบบปากกัดตีนถีบ มาเรีย โดโลเรส อาเวโร แม่ของเขาทำงานหนักเป็นทั้งแม่ครัวและแม่บ้าน ทำให้ตอนท้องลูกคนที่ 4 คือ โรนัลโด้ เธอเกือบยุติการตั้งครรภ์ เพราะสถานะทางบ้านที่ค่อนข้างยากจน
ส่วนพ่อของเขา 'ดินิส อาเวโร่' เป็นอดีตทหารผ่านศึกที่เผชิญภาวะบอบช้ำจากสงคราม หลังสงครามในแอฟริกา ก่อนจะจมอยู่กับการติดสุราอย่างหนัก เขาจึงอยากจะใช้อาชีพนักฟุตบอลที่เขาใฝ่ฝันมาทำให้ครอบครัวรอดพ้นจากความยากจนได้
ถึงอย่างนั้น เขาก็ต้องเผชิญกับความสูญเสีย เมื่อพ่อของเขาจากโลกนี้ไปในวัย 53 ปีในวันที่ 6 กันยายน 2005 ด้วยภาวะตับแข็งและเสียชีวิตจากการกินเหล้า ตอนที่โรนัลโด้อายุ 20 ปี
สำหรับโรนัลโด้ พ่อคือคนตลก เป็นนักเล่าเรื่อง แต่สุดท้ายพ่อกลับไม่อยู่ทันเห็นความสำเร็จของเขาได้
“เวลาเมา พ่อผมเป็นคนตลกมาก เขาจะเล่าเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ร้องเพลง แต่พ่อเมา เราเลยไม่ง่ายที่จะได้นั่งคุยกัน หรือทำความรู้จักกับพ่อของผมให้มากกว่านี้ ผมไม่อายที่จะยอมรับว่าจริง ๆ แล้ว ผมไม่เคยได้รู้จักตัวตนของพ่ออย่างลึกซึ้งจากใจจริงเลย เราไม่เคยมีโอกาสได้นั่งคุยกันแบบนั้นเลย"
”แล้วเขาไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จทั้งหมดของผม ทั้งในฐานะนักเตะ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และในฐานะพ่อคน”
ขณะที่สำหรับพ่อ โรนัลโด้เป็นลูกที่เขาภูมิใจตลอดมา
“ท่ามกลางทุกคน ผมภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มากๆ ผมจะรอดูรอบชิงชนะเลิศนะ แต่ผมจะไม่ดูเกมใหญ่ๆ หรอก เพราะร่างกายมันรับไม่ไหวที่จะดู มันเป็นความปีติยินดีอย่างยิ่งของผม แต่ตอนนี้เขาอายุ 19 ปีแล้วอยู่ที่สเปน แม่ของเขาคือคนที่คอยสนับสนุนและเป็นเหมือนผู้ช่วยชีวิต เหมือนเป็นบอดี้การ์ดของเขาเลย" พ่อของโรนัลโด้ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนที่จะจากไป
หลังการจากไปของพ่อ โรนัลโด้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ไม่แตะแอลกอฮอล์ ไม่ใช่เพราะอยากสร้างภาพลักษณ์ของนักกีฬา แต่เพราะเขาเห็นกับตาว่า สิ่งนั้นพรากคนที่เขารักที่สุดไปอย่างไร
จากเด็กชายในบ้านยากจน เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยมากที่สุดคนหนึ่งของโลก
ทุกมื้ออาหารถูกควบคุม
ทุกชั่วโมงของการพักผ่อนถูกจัดการ
ทุกการฝึกซ้อมทำด้วยมาตรฐานที่สูงกว่าคนอื่นเสมอ
หลายคนมองว่านี่คือความทะเยอทะยาน แต่อีกด้านหนึ่ง มันอาจเป็นวิธีที่ลูกชายคนหนึ่งเลือกใช้ชีวิต เพื่อไม่เดินซ้ำรอยพ่อ
จริงอยู่ที่พ่อของเขาไม่ได้อยู่เห็นทุกความสำเร็จของลูกชาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พ่อคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โรนัลโด้ไม่เคยหยุดเดินตามความฝัน
ฟุตบอลโลกย่อมมีวันสิ้นสุด
อาชีพนักฟุตบอลย่อมมีวันอำลา ชัยชนะของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจไม่ใช่การเป็นแชมป์โลกที่เขาไม่เคยได้ครอบครอง
หากคือการใช้ทั้งชีวิต พิสูจน์ว่า แม้เขาจะเกิดจากครอบครัวที่เต็มไปด้วยบาดแผล เขาก็สามารถเลือกเขียนตอนจบของตัวเองได้
ไม่ว่าพ่อของเขาจะอยู่ที่ไหน ลูกชายคนนี้ ก็คงทำให้เขาภูมิใจได้อีกครั้ง