23 เม.ย. 2569 | 10:30 น.

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยรายงานประจำปี 2568/69 ระบุว่า สถานการณ์สิทธิมนุษยชนยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางแนวโน้มการถดถอยในระดับโลก พร้อมย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างสิทธิพลเมืองและสิทธิทางเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยชี้ว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน พบผู้ถูกคุมขังทางการเมืองอย่างน้อย 55 คน ชาวอุยกูร์กว่า 40 คนถูกส่งกลับ และผู้ลี้ภัยราว 81,000 คนยังขาดหลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐาน พร้อมระบุ 6 ประเด็นน่าห่วงด้านสิทธิมนุษยชนที่ต้องเร่งแก้ไข
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลง “รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2568/69” ซึ่งครอบคลุมสถานการณ์ใน 144 ประเทศและดินแดน โดยเตือนว่า โลกกำลังเผชิญกับแนวโน้มการถดถอยด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ภายใต้การโจมตีต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ระบบพหุภาคี และภาคประชาสังคม รายงานชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงกรณีเฉพาะประเทศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มระดับโลกที่รัฐและผู้มีอำนาจใช้กฎหมาย นโยบาย และกลไกต่างๆ เพื่อจำกัดสิทธิ เสรีภาพ และพื้นที่ของภาคประชาสังคม ซึ่งทำให้เห็นถึงรูปแบบของ “ระเบียบโลกแบบนักล่า” ที่กำลังก่อตัวขึ้น ขณะที่ในบริบทของประเทศไทยยังเจอความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนหลายมิติ ทั้งในเรื่องสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมประท้วง นักปกป้องสิทธิมนุษยชน การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ สิทธิของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ สิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง และสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี
“ไทยยังมีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนในเรื่องสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมประท้วง นักปกป้องสิทธิมนุษยชน การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ สิทธิของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ สิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง และสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี ทั้งหมดทำให้เห็นว่าระบบคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของไทยยังมีช่องว่างที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง”
“แอมเนสตี้พบว่า ยังมีประชาชนอย่างน้อย 55 คนถูกคุมขังจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมประท้วงโดยสงบ และมีการส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับประเทศจีน ทั้งที่มีพวกเขามีความเสี่ยงต่อการถูกทรมาน”
“ขณะเดียวกัน ผู้ลี้ภัยอีกหลายหมื่นคนยังไม่มีหลักประกันด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งสะท้อนว่าทางการไทยจำเป็นต้องทบทวนแนวทางการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง”
รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2568/69 ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า ในปี 2568 มีประชาชนอย่างน้อย 55 คน ยังถูกคุมขังจากการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมประท้วงโดยสงบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงปี 2563 - 2565 สิ่งนี้ทำให้เห็นถึงข้อจำกัดของพื้นที่ในการแสดงออกในประเทศไทยที่ยังมีอยู่ ขณะที่การใช้กฎหมายเพื่อเป็นอาวุธต่อผู้เห็นต่าง รายงานฉบับนี้เผยให้เห็นกรณีของ ดร.พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือนกับทหารในประเทศไทย ที่ถูกกล่าวหาภายใต้กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเอกสารประชาสัมพันธ์งานสัมมนาทางวิชาการ แม้อัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้องในเวลาต่อมา แต่กรณีดังกล่าวทำให้เห็นถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่นักวิชาการอาจต้องเจอจากการทำงานในประเด็นสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อเสรีภาพทางวิชาการโดยรวมในประเทศไทย