02 ก.พ. 2569 | 13:00 น.

ชนชั้นใดเขียนกฎหมาย ก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น
ประโยคนี้เล่าถึงวิธีคิดในการ ‘เขียนกฎหมาย’ ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีว่า คนทุกกลุ่มเหล่านั้น ย่อมมองเห็นประโยชน์ของพวกพ้องตนผ่านสิ่งที่สร้างความชอบธรรมที่เรียกว่า ‘กฎหมาย’
‘อัตราการรู้กฎหมาย’ ของประชาชนในไทยยังเป็นประเด็นท้าทาย โดยจากการตรวจสอบของสำนักงานกิจการยุติธรรม จากข้อมูลปี พ.ศ. 2561-2563 ประชาชนสนใจเข้าถึงข้อมูลกฎหมายสูงสุด ได้แก่ กฎหมายหนี้สิน แรงงาน ขายตรง และอาญา ขณะที่ในภาพรวมคะแนนดัชนี ‘หลักนิติธรรม’ ที่จัดทำโดยกลุ่มนักวิจัย The World Justice Project ไทยอยู่อันดับที่ 80 ของโลก และอันดับ 4 ในอาเซียน จากข้อมูลปี พ.ศ. 2566
นั่นก็เท่ากับว่าผู้ที่มีความรู้ในเชิงกฎหมายนั้นมีจำนวนน้อย และยิ่งในระดับที่จะมีการศึกษาที่สามารถเข้าใจและอธิบายกฎหมายก็น้อยลงไปอีก และถ้ายิ่งเข้าไปมีส่วนร่วมผ่านกระบวนการนิติบัญญัตินั้น ก็ยิ่งแคบลงไปอีกด้วย
แต่ประชาชนกลุ่นแรกนั้นไม่มีสิทธิ แม้กระทั่งจะบอกว่าตัวเองไม่รู้กฎหมาย ทำให้หลายครั้งตกเป็นเบี้ยล่าง หรือมีสภาวะจำยอม
จนกระทั่งมีองค์กรหนึ่งเกิดขึ้นเพื่อที่จะให้ความรู้ทางกฎหมายกับประชาชนในแบบที่เข้าใจง่าย สร้างให้ประชาชนเข้ามาจับตา และมีส่วนร่วมทางกฎหมาย
ชื่อของ ‘โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน’ หลายคนอาจจะไม่คุ้นหู แต่ถ้าบอกชื่อย่อว่า ‘ไอลอว์’ (iLaw) หลายคนอาจจะเคยผ่านตามาบ้าง
และในช่วงเวลาที่องค์กรนี้เป็นหนึ่งในหัวหอกของการผลักดันการโหวตเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการประชามติ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ไปร่วมทำความรู้จักองค์กรนี้ให้มากขึ้น
‘จอน อึ๊งภากรณ์’ บุตรชายของ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ปูชนียบุคคลของประเทศ เป็นหนึ่งในคนที่ผลักดันงานภาคประชาสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ในห้วงเวลาปี พ.ศ. 2552 ที่ประเทศไทยอยู่ภายใต้กีฬาสีเหลือง-แดง ในครั้งนั้นเกิดการเคลื่อนไหวเพื่อให้ความรู้และขอให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ที่ถูกประกาศใช้ผ่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีข้อกล่าวหาว่าจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร
พ.ร.บ.กฎอัยการศึกฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถูกประกาศใช้และสร้างความรู้สึก ‘ไม่ปรกติ’ ในสังคมไทย โดยในช่วงนั้นได้รับการสนับสนุนทำกิจกรรมจากมูลนิธิ Open Society (Open Society Foundation) และมูลนิธิ Heinrich Böll ความน่าสนใจคือพันธกิจแบบนี้มันควรจะมาจากผู้สนับสนุนในไทย แต่การที่มีแหล่งทุนต่างชาติก็สามารถทำให้งานเป็นอิสระมากกว่าในช่วงตั้งไข่
การทำงานในช่วงแรกยังมีความร่วมมือที่น่าสนใจกับพาร์ทเนอร์เชิงประเด็น ทั้งเครือข่ายพลเมืองเน็ต ในการให้ความรู้และพยายามแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และการที่รัฐบาลพยายามจะผลักดัน Single Gateway ที่จะปิดกั้นเสรีภาพบนโลกออนไลน์ไทย รวมไปถึงประเด็นหลังรัฐประหาร คสช. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพผ่านการใช้ มาตรา 44 อย่างเข้มข้น
ถึงแม้อ.จอนจะจากไปเมื่อปี 2568 แต่มรดกทางความคิดในการให้ความรู้และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป
‘รัฐธรรมนูญ’ คือกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 นั้นไม่ได้เกิดขึ้นภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด เกิดในช่วงคณะรัฐประหาร คสช. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ไม่ได้มีที่มาจากประชาชน
ในครั้งนั้นมีความพยายามจะร่างรัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง ครั้งแรกมี บวรศักดิ์ อุวรรโณ เป็นประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อร่างแล้วเสร็จสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งกลับโหวตคว่ำ และการเป็นการยืดอายุของคณะรัฐประหารออกไป จนได้ มีชัย ฤชุพันธุ์ ผู้เคยจัดทำร่างกฎหมายให้คณะรัฐประหารมา 3 ชุดมาเป็นคนร่าง และได้มีการกำหนดวันออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บรรยากาศในการรณรงค์ประชามติครั้งนั้นอยู่ภายใต้คณะรัฐประหารและ ม.44 ไม่อิสระไม่เสรี iLaw เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ร่วมรณรงค์ร่วมกับขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ในขณะนั้นซึ่งหลายคนต่อมาจะเข้ามาเป็นนักการเมือง เช่น รังสิมันต์ โรม หรือ ปกรณ์ อารีกุล ที่ปัจจุบันลงสมัครรับเลือกตั้งสังกัดพรรคประชาชน
โดยรัฐสามารถใช้สื่อและกลไกราชการในการรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญของมีชัยได้อย่างกว้างขวาง ในขณะนั้นมีการสร้างวาทกรรม “รับๆไปก่อนแล้วค่อยแก้” หรือ “ถ้าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะไม่มีเลือกตั้ง” ในทางตรงกันข้ามกลุ่มรณรงค์ให้โหวตโนประชามติชูสโลแกน “Vote No ไม่รับกับอนาคตที่ไม่ได้เลือก” ไม่ว่าจะเป็นที่มานั้นมาจาก สนช.ที่ไม่ได้มาจากประชาชน การที่จะได้ สว. ที่จะเข้ามาร่วมโหวตนายกฯที่ไม่ได้มาจากประชาชนผ่านบทเฉพาะกาล และการจะได้องค์กรอิสระที่มาจากสว.ที่คสช.แต่งตั้งอีกด้วย
ขณะนั้นมีการไล่จับผู้เห็นต่างที่โหวตรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 มีการจับแม้กระทั่งร้านกาแฟยี่ห้อ ‘กาโน’ เพราะเจ้าหน้าที่คิดว่าเป็นการรณรงค์กาโหวตโน ช่วงนั้นiLaw และนักกิจกรรมเองก็ถูกเพ่งเล็งจากเจ้าหน้าที่รัฐ ท้ายที่สุดผลประชามติออกมาเห็นชอบ 61.35% และไม่เห็นชอบ 38.65%
หลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 หรือพยายามจะรีแบรนด์จากมรดกเผด็จการ ให้กฎหมายสูงสุดฉบับนี้เป็น ‘รัฐธรรมนูญปราบโกง’ เราได้เห็นปัญหาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ประกาศใช้ โดยมีจุดมุ่งหมายให้สถาบันทางการเมืองอ่อนแอ การเพิ่มอำนาจให้องค์กรอิสระจำนวนมากโดยขาดการยึดโยงกับประชาชน การตัดทอนสิทธิและการมีส่วนร่วมของประชาชน ทาง iLaw พยายามจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาโดยตลอด
ตั้งแต่การผลักดันและสื่อสารความรู้เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว การติดตามพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เคยให้สัญญาผ่านการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 ว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการผลักดันการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนร่วมกับกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (Con For All หรือ CALL) ในการจัดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน (สสร.) และยังมีการต่อสู้และให้ความรู้ในเชิงรายละเอียดกับประชาชนในเรื่องต่าง ๆ
ท้ายที่สุดเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดว่าสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ แต่ต้องผ่านการทำประชามติ 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 และ 2 สามารถทำร่วมกันได้ และเกมการเมืองก่อนยุบสภา กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีมติเลือกสูตรของพรรคประชาชน ให้สมาชิกรัฐสภา 20 คน เลือก กมธ.ยกร่างฯ ได้ 1 คน นั่นคือนับหนึ่งของสัญญาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เมื่อมีการประกาศว่า วันทำประชามตจะเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 iLaw และเครือข่ายก็เข้าสู่โหมดเดินหน้าเต็มกำลังในการรณรงค์และให้ความรู้ประชาชนถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับมีที่มาจากคณะรัฐประหาร คสช. ผ่านกิจกรรมการเสวนา การดึงให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการวิ่งรณรงค์ประชามติที่เริ่มจากส่วนกลาง และค่อย ๆ กระจายไปจัดในพื้นที่ต่าง ๆ การผลิตสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงการจัดเฟสติวัลที่ชวนคนมาร่วมงานเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจถึงสาเหตุที่ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกิจกรรมรูปแบบนี้ดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมได้จำนวนมาก ทั้งประชาชน นิสิตนักศึกษา และศิลปินดารา ที่มาเป็นกระบอกเสียง
ในขณะที่ขั้วตรงข้ามที่ต้องการจะปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวก็มีออกมาบ้างประปราย ส่วนมากเป็นไปในนามบุคคลหรือไม่เปิดเผยตัวตน แต่ก็สามารถทำได้โดยไม่มีใครมาจับกุมเหมือนตอนรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 ที่มีการไล่จับกุมแต่อย่างใด
ท้ายที่สุดภารกิจของ iLaw ภารกิจของประชาชน จะสามารถดำเนินการเพื่อปลดกระดุมเม็ดแรกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านแคมเปญ #8กุมภากาเห็นชอบ ได้หรือไม่ อีกไม่ถึงสัปดาห์จะได้รับคำตอบ
เมื่อการแก้รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าหากไม่เริ่มพยายามก็จะเป็นไปไม่ได้ในการกำหนดอนาคตของประเทศไทย
iLaw อาจจะเป็นเทียนเล่มแรกๆที่ทำให้เห็นความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ และแสงสว่างจะถูกส่งต่อออกไปให้คนไทย แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญการลงประชามติครั้งนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
ภาพ : iLaw