‘จิมมี คิมเมล’ ตลกร้าย สิทธิเสรีภาพ และเส้นแบ่งแห่งความเกลียดชัง

‘จิมมี คิมเมล’ ตลกร้าย สิทธิเสรีภาพ และเส้นแบ่งแห่งความเกลียดชัง

‘จิมมี คิมเมล’ ไม่ได้เป็นเพียงคนทำให้คนหัวเราะ แต่คือคนที่ใช้ ‘เสียงหัวเราะ’ เป็นอาวุธ ทั้งเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน และเพื่อโจมตีศัตรูทางการเมือง 

KEY

POINTS

หากจะกล่าวถึงพิธีกรรายการทอล์กโชว์รอบดึกที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่ถกเถียงมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ ชื่อของ ‘เจมส์ คริสเตียน คิมเมล’ (James Christian Kimmel) หรือ ‘จิมมี คิมเมล’ ย่อมอยู่ในอันดับต้น ๆ ชีวิตของเขาเปรียบเสมือน ‘เหรียญสองด้าน’ ด้านหนึ่งเขาคือ ‘คุณพ่อ’ ผู้ลุกขึ้นสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออก แต่อีกด้านหนึ่ง เขาก็คือชายผู้ใช้ ‘ตลกร้าย’ เป็นอาวุธทางการเมือง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ากำลังล้ำเส้นศีลธรรมและสร้างความแตกแยก

จากเด็กจอมแกล้งสู่ราชาเรตติ้งดึก 

คิมเมลเกิดที่บรู๊คลินและย้ายมาอยู่ลาสเวกัสในวัยเด็ก ภาพลักษณ์ภายนอกของเขาคือเด็กเรียนดีเกรดเอ เป็นเด็กในวงดุริยางค์ และเป็นเด็กช่วยทำพิธีมิสซาในโบสถ์ (Altar boy) นานถึง 7 ปี แต่เบื้องหลังความเรียบร้อยนั้น เขาคือเด็กจอมแกล้ง (Prankster) ตัวยงที่ชอบก่อกวนเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะหญิงที่ชื่อ ‘คาเรน ชิลลิง’ ซึ่งมีเรื่องเล่าว่ามักจะถูกคิมเมลและเพื่อน ๆ โทรสั่งอาหารหรือเรียกแท็กซี่ไปป่วนที่บ้าน ไม่ก็แอบนำกระป๋องเปล่าไปผูกติดกับท้ายรถ 

วีรกรรมความแสบนี้ติดตัวมาจนถึงตอนที่เขาเริ่มทำงานสถานีวิทยุ เขาถูกไล่ออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะนิสัยชอบเล่นแผลง ๆ กับเจ้านาย เช่น โทรศัพท์ไปป่วนภรรยาของเจ้านาย แอบเอารูปลับของเจ้านายไปติดประจาน หรือแม้กระทั่งลักลอบปีนเข้าออฟฟิศผ่านทางหลังคา 

ทว่าพรสวรรค์ของเขาก็ไม่เคยถูกบดบัง คิมเมลแจ้งเกิดในวงการโทรทัศน์เมื่อปี 1997 กับรายการ ‘Win Ben Stein's Money’ ซึ่งทำให้เขาคว้ารางวัลเอ็มมี ก่อนจะสร้างชื่อจากรายการ ‘The Man Show ‘และก้าวสู่จุดสูงสุดในการเป็นโฮสต์รายการ ‘Jimmy Kimmel Live!’ ทางช่อง ABC ตั้งแต่ปี 2003 จนถึงปัจจุบัน และได้รับความไว้วางใจให้เป็นพิธีกรงานประกาศรางวัลออสการ์และเอ็มมีอวอร์ดส์หลายครั้ง

น้ำตาแห่งความเป็นพ่อ และอุดมการณ์ทางการเมือง 

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คิมเมลกลายเป็นกระบอกเสียงทางสังคม เกิดขึ้นในปี 2017 เมื่อ ‘บิลลี’ (Billy) ลูกชายของเขาเกิดมาพร้อมกับโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดหัวใจตั้งแต่อายุเพียง 3 วัน ประสบการณ์เฉียดเป็นเฉียดตายของลูกชายทำให้เขาใช้รายการเป็นเวทีเรียกร้องสิทธิการเข้าถึงระบบสาธารณสุข เขาต่อสู้กับการตัดงบประมาณรักษาพยาบาล โดยประกาศอย่างสะเทือนอารมณ์ว่า 

“หากทารกคนหนึ่งกำลังจะตาย ทั้งที่จริง ๆ แล้วสามารถรักษาได้ เรื่องนี้ไม่ควรถูกตัดสินด้วยฐานะทางการเงินของครอบครัว”

ในด้านแนวคิดทางการเมือง คิมเมลมีจุดยืนเอนเอียงไปทางฝ่าย ‘เสรีนิยม’ (Liberal) และสนับสนุนพรรคเดโมแครตอย่างชัดเจน เขามักใช้พื้นที่รายการวิพากษ์วิจารณ์ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ อย่างเผ็ดร้อนมาตลอด รวมถึงมีจุดยืนสนับสนุนสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ (Reproductive Rights) อย่างแข็งขัน โดยภรรยาของเขา ‘มอลลี แมคเนียร์นีย์’ (Molly McNearney) เคยร่วมวิจารณ์ทรัมป์ผ่านรายการของเขาว่า การที่ทรัมป์แต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดจนนำไปสู่การแบนการทำแท้ง ทำให้ผู้หญิงอเมริกัน 1 ใน 3 ต้องสูญเสียสิทธิในร่างกายตัวเอง และพรรครีพับลิกันยังขัดขวางร่างกฎหมายคุ้มครองการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) อีกด้วย นอกจากนี้ คิมเมลยังศรัทธาในเรื่องเสรีภาพการแสดงออกอย่างเต็มเปี่ยม เขาเคยกล่าวว่า 

“การที่รัฐบาลข่มขู่เพื่อปิดปากนักแสดงตลกที่ประธานาธิบดีไม่ชอบใจนั้น ถือเป็นการกระทำที่ต่อต้านความเป็นอเมริกันชน”

รอยร้าวและเสียงวิจารณ์

อย่างไรก็ตาม การใช้ตลกร้ายโจมตีฝั่งตรงข้ามทางการเมืองก็ทำให้เขาเผชิญหน้ากับเสียงวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะในมุมของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ในเดือนกันยายน ปี 2025 ช่อง ABC เคยสั่งระงับการออกอากาศรายการของเขาอย่างไม่มีกำหนดมาแล้ว หลังจากที่เขาเล่นมุกตลกพาดพิงถึงคดีฆาตกรรม ‘ชาร์ลี เคิร์ก’ (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษ์นิยม โดยคิมเมลกล่าวหาว่าผู้ก่อเหตุเป็นส่วนหนึ่งของ ‘แก๊ง MAGA’ (กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์) ซึ่งพยายามฉวยโอกาสทางการเมืองจากเหตุการณ์นี้ เหตุการณ์นั้นบานปลายจนคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) ขู่จะดำเนินการกับสถานี และทำให้กลุ่มสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นหลายแห่งบอยคอตต์ไม่ยอมออกอากาศรายการของเขา

ว่าที่แม่หม้าย

ประวัติเดิมที่คุกรุ่นได้นำพาคิมเมลมาสู่ความขัดแย้งครั้งล่าสุด ในวันที่ 23 เมษายน 2026 เขาได้จัดรายการจำลองงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว และเล่นมุกตลกแซว ‘เมลาเนีย ทรัมป์’ ถึงช่องว่างระหว่างวัยของเธอกับสามี (โดนัลด์ ทรัมป์ อายุย่าง 80 ปี ส่วนเมลาเนียอายุ 56 ปี) โดยเขากล่าวว่า

“คุณเปล่งประกายเหมือนหญิงที่กำลังจะกลายเป็นแม่หม้าย” (glow like an expectant widow)

สองวันต่อมา (25 เมษายน) เกิดเหตุคนร้ายพกอาวุธบุกเข้าไปกราดยิงในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวของจริง ซึ่งโดนัลด์และเมลาเนีย ทรัมป์ อยู่ในงานด้วย แม้ว่ามุกตลกจะเกิดขึ้นล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์จริง แต่ฝ่ายทรัมป์โต้กลับอย่างรุนแรง โดยประณามว่ามุกตลกของคิมเมลเป็น ‘การปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง’ (call to violence) และเรียกร้องให้ช่อง ABC ไล่เขาออกทันที

เมลาเนีย ทรัมป์ ระบุว่าคำพูดของคิมเมลไม่ใช่เรื่องตลก แต่เป็นวาทกรรมที่กัดกร่อน สร้างความเกลียดชังและความรุนแรงที่ตั้งใจจะทำให้ประเทศแตกแยก พร้อมกับตั้งคำถามท้าทายโดยตรงว่า

“ผู้นำของช่อง ABC จะยอมปล่อยให้คิมเมลแสดงพฤติกรรมอันโหดร้ายนี้ต่อไปอีกกี่ครั้งโดยแลกกับผลประโยชน์ของชุมชนของเรา” 

ยิ่งไปกว่านั้น สมาคมสื่อกระจายเสียงทางศาสนาแห่งชาติ (NRB) ยังได้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ FCC ตรวจสอบช่อง ABC ว่าปล่อยปละละเลยให้นำเสนอเนื้อหาที่อาจกระตุ้นความรุนแรงทางการเมือง

เมื่อถูกอำนาจกดดันหนัก คิมเมลได้ออกมาชี้แจงว่ามุกตลกดังกล่าวเป็นเพียงการหยอกล้อขำ ๆ (light roast) ในเรื่องอายุที่ห่างกันถึง 23 ปี และเกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุยิงถึง 3 วัน ไม่ได้มีเจตนาเรียกร้องให้มีการลอบสังหารแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ เขายังตอกกลับเมลาเนียด้วยความแหลมคมว่า แม้เขาจะเห็นด้วยว่าสังคมควรปฏิเสธวาทกรรมรุนแรงและเกลียดชัง

“แต่จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการลดความรุนแรงเหล่านั้น คือการที่คุณไปพูดคุยตักเตือนสามีของคุณเอง”

 

เหรียญสองด้าน 

เรื่องราวของจิมมี คิมเมล สะท้อนให้เห็นถึงเส้นแบ่งที่บางเฉียบระหว่าง ‘เสรีภาพในการแสดงออก’ กับ ‘วาทกรรมที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรง’ สำหรับกลุ่มผู้สนับสนุน เขาคือฮีโร่ผู้ใช้รอยยิ้มต่อสู้กับผู้มีอำนาจ เรียกร้องเพื่อความเท่าเทียมทางสาธารณสุข และยืนหยัดไม่ยอมก้มหัวให้กับการข่มขู่ แต่สำหรับฝ่ายตรงข้าม เขาคือภาพสะท้อนของสื่อมวลชนที่ใช้ตลกร้ายโจมตีทางการเมืองอย่างล้ำเส้นศีลธรรม จนอาจสร้างความชอบธรรมให้เกิดความรุนแรงในสังคม 

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าคุณจะชื่นชมในอุดมการณ์อันแรงกล้า หรือรังเกียจมุกตลกที่ไร้ความปรานีของเขา ‘จิมมี คิมเมล’ คือข้อพิสูจน์ที่ยังมีชีวิตว่าสื่อมวลชนยุคใหม่นั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน เขาคือชายผู้ใช้หน้าจอโทรทัศน์เป็นทั้งโล่ปกป้องผู้ไร้โอกาสทางสังคม และเป็นทั้งดาบที่ใช้ทิ่มแทงศัตรูทางการเมืองอย่างเจ็บแสบ 

 

เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า

ภาพ: Getty Images

 

อ้างอิง:

     Biography.com Editors, and Catherine Caruso. "Jimmy Kimmel: The Triumphs & Controversies of the Late Night Host."   

     Biography.com, Hearst Magazine Media, 24 Sep. 2025. Accessed 29 Apr. 2026.

     Crowley, Kinsey. "How old is Donald Trump, Melania Trump and Jimmy Kimmel?" USA TODAY, 28 Apr. 2026. Accessed 29 Apr. 2026.

     Halpert, Madeline, and Harry Sekulich. "Jimmy Kimmel rejects White House criticism over Melania widow joke." BBC, 29 Apr. 2026. Accessed 29 Apr. 2026.

     Powel, James, Brendan Morrow, and Taijuan Moorman. "Jimmy Kimmel responds to White House calls for his firing." USA TODAY, 28 Apr. 2026. Accessed 29 Apr. 2026.

     "JIMMY KIMMEL - Before They Were Famous - Jimmy Kimmel Live - Biography." YouTube, uploaded by BeforeTheyWereFamous. Accessed 29 Apr. 2026.

     "Jimmy Kimmel on Melania & Donald Trump Demanding His Firing & The White House Correspondents’ Dinner." YouTube, uploaded by Jimmy Kimmel Live. Accessed 29 Apr. 2026.

     "Jimmy Kimmel Responds to Trump Calling Him “One of the Dumbest Human Beings Ever”." YouTube, uploaded by Jimmy Kimmel Live. Accessed 29 Apr. 2026.

     "Jimmy Kimmel Reveals Details of His Son’s Birth & Heart Disease." YouTube, uploaded by Jimmy Kimmel Live. Accessed 29 Apr. 2026.