14 ก.ค. 2569 | 18:00 น.

KEY
POINTS
คุณยายมาซาโกะ วากามิยะ (Masako Wakamiya) คืออดีตพนักงานธนาคารที่ทำงานอยู่ในวงการมาเกือบทั้งชีวิต
แต่ในวัย 82 ปี เธอเป็นที่รู้จักในฐานะนักพัฒนาแอปพลิเคชันเกมสำหรับผู้สูงอายุที่มีชื่อว่า ‘Hinadan’ (ฮินะดัง) จนกลายเป็นแรงบันดาลใจครั้งใหญ่ให้กับเหล่าหนุ่มสาวรุ่นใหม่
คำว่า ‘ฮินะดัง’ มีที่มาจากแท่นวางตุ๊กตาแบบหลายชั้น ที่ใช้จัดแสดงตุ๊กตาจักรพรรดิและจักรพรรดินีจากยุคเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) ในเทศกาลฮินะมัตสึริ (วันเด็กผู้หญิง) ของญี่ปุ่น ตัวเกมออกแบบมาให้ผู้เล่นคอยเรียงตุ๊กตาฮินะทั้ง 12 ตัวตามตำแหน่งและลำดับชั้นให้ถูกต้อง ซึ่งไม่มีขั้นตอนอะไรสลับซับซ้อน เพราะคุณยายตั้งใจอยากให้คนรุ่นราวคราวเดียวกับเธอได้มีเกมฝึกสมองสนุก ๆ ไว้เล่นในยามว่าง
ปัจจุบันในวัย 91 ปี คุณยายมาซาโกะยังคงใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง และมีความทรงจำที่ดีเยี่ยมไม่ต่างจากวันวาน
คุณยายมาซาโกะเกิดเดือนเมษายน ปี 1935 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ช่วงเวลาแสนสงบก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะปะทุขึ้น เธอจำได้ว่าช่วงประถมศึกษาปีที่ 1 ต้องช่วยที่บ้านสร้างหลุมหลบภัยทางอากาศเอาไว้ตรงสวนหลังบ้าน สถานการณ์ที่ชวนอึดอัดใจเช่นนี้ หล่อหลอมให้เธอรักในการศึกษายิ่งกว่าสิ่งใด หลังสงครามสิ้นสุดลงคุณยายมาซาโกะก็จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมในสังกัดมหาวิทยาลัยครุศาสตร์โตเกียว (Tokyo University of Education) ในเดือนมีนาคม 1954 ก็ได้เริ่มทำงานที่ธนาคารมิตซูบิชิในเดือนเมษายนปีเดียวกัน (ปัจจุบันคือ MUFG Bank) ก่อนจะเกษียณอายุจากธนาคารในปี 1997
แต่การทำงานในธนาคารสร้างความลำบากให้เธออยู่ไม่น้อย เพราะมือขวาใช้งานได้ไม่ดีนัก ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด ทำให้ทุกครั้งที่ต้องลงมือใช้ลูกคิดและนับธนบัตรจึงทำได้ไม่ถนัด แต่ไม่นานโลกก็เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ธนาคารเปลี่ยนมาใช้เครื่องคิดเลขอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องนับธนบัตร ชีวิตการทำงานของมาซาโกะจึงง่ายขึ้นเยอะ
ส่วนจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการนักพัฒนาแอปฯ เกิดขึ้นหลังเกษียณอายุเข้าไปแล้ว มาซาโกะในวัย 60 ปี ต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน ดูแลคุณแม่ที่แก่ชรา การอยู่ในวังวนเดิมทุกวัน ทำให้คุณยายเริ่มอยากจะทำอะไรบางอย่าง เพราะที่ผ่านมาเธอทำแต่งาน การอยู่บ้านเฉย ๆ จึงผิดวิสัยอยู่ไม่น้อย
“เมื่อเกษียณ ฉันเคยคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตสบาย ๆ แต่ความคิดนั้นก็หายไป เพราะต้องกลับมาดูแลแม่ ทำให้แทบไม่ได้ออกจากบ้าน สิ่งที่ช่วยให้ฉันมีกำลังใจในช่วงเวลานั้นก็คือ ‘คอมพิวเตอร์’ โดย ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 คนที่ซื้อคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงผู้ที่คลั่งไคล้เทคโนโลยีหรือคนเนิร์ด ซึ่งต่างจากทุกวันนี้ที่มีหนังสือสอนและคอร์สพื้นฐานมากมาย ตอนนั้นฉันต้องเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ถามคนที่มีความรู้ไปเรื่อย ๆ จนค่อย ๆ ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็น”
คุณยายมาซาโกะเริ่มจากการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกมาใช้งาน เพื่อพูดคุยกับเพื่อน ๆ และติดต่อกับโลกภายนอกไม่ให้เหงา เมื่อเวลาผ่านไป ยุคสมัยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคสมาร์ตโฟน เธอสังเกตเห็นว่าแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ในตลาด รวมถึงเกมต่าง ๆ ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ ทั้งจังหวะการเล่นที่รวดเร็วและตัวหนังสือขนาดเล็ก ซึ่งไม่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุเอาเสียเลย เธอจึงลองไปคุยกับนักพัฒนาให้ช่วยสร้างเกมสำหรับคนแก่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นผล หลายคนบอกว่าเขาไม่รู้ว่าผู้สูงอายุชอบเล่นเกมแบบไหม ความตั้งใจที่จะมีเกมที่ออกจากมือของนักพัฒนาจึงปิดฉากลง
แต่คุณยายมาซาโกะไม่ยอมแพ้ ในทางกลับกัน เธอกลับมีไอเดียหนึ่งขึ้นมาในหัว ในเมื่อไม่มีใครรู้ความต้องการของคนแก่ งั้นเธอในฐานะคนแก่จะเป็นคนสร้างเกมขึ้นมาเอง!
ถึงจะมีใจอยากสร้างเกมสำหรับคนรุ่นเดียวกันมากแค่ไหน แต่การเรียนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในวัย 80 กว่าปีไม่ใช่เรื่องง่าย คุณยายต้องเรียนรู้ภาษา Swift ผ่านการวิดีโอคอลคุยกับครูสอนเขียนโค้ดที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร และอาศัยความอดทนอย่างหนักในการทำความเข้าใจคำศัพท์ทางเทคนิค จนในที่สุดเกม ‘Hinadan’ ก็เสร็จสมบูรณ์และปล่อยให้ดาวน์โหลดบน App Store ได้สำเร็จในปี 2016
และนั่นได้ปูทางให้เธอเป็นที่รู้จักระดับโลก ถึงขนาดที่ Apple ส่งอีเมลเชิญไปร่วมงานในปี 2017 และได้พูดคุยกับ ‘ทิม คุก’ (Tim Cook) ซีอีโอของ Apple อีกด้วย
คุณยายมาซาโกะให้สัมภาษณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Hitachi Global ก่อนที่เธอจะเล่าเสริมอีกว่า เธอได้คุยกับทิม คุก ถึงปัญหาของผู้สูงวัย และชายตรงหน้าก็พร้อมรับฟัง
“ฉันเล่าให้เขาฟังว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบันใช้งานค่อนข้างยากสำหรับผู้สูงอายุ เขาตอบฉันว่า "ได้เลย เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องนี้เอง" ก่อนจะเข้ามากอดฉันแน่น ๆ อีกด้วย”
นี่คงเป็นความฝันสูงสุดของนักพัฒนาแอปฯ หลายคนที่อยากจะไปเจอกับซีอีโอของ Apple โดยตรง และคุณยายก็ทำได้สำเร็จ นอกจากทิม คุก แล้วในปี 2021 คุณยายยังได้ร่วมพูดคุยกับ ‘ออเดรย์ ถัง’ (Audrey Tang) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของไต้หวัน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการสร้างสังคมดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
คุณยายยังมีส่วนร่วมในการก่อตั้ง Mellow Club แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุได้สื่อสาร แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างเครือข่ายระหว่างกัน
แม้ร่างกายจะร่วงโรยไปตามวัย แต่คุณยายมาซาโกะกลับมองเห็นข้อดีของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเติมเต็มข้อจำกัดของมนุษย์
“เวลาสัมภาษณ์หรือพูดคุยกับคนอื่น ฉันต้องใช้เครื่องช่วยฟังจึงจะได้ยินคำถาม สายตาก็แย่ลง ทำให้มองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่มีตัวอักษรเล็ก ๆ ไม่ค่อยเห็น แต่ข้อจำกัดเหล่านี้สามารถเอาชนะได้ด้วยเทคโนโลยีค่ะ เช่น ลำโพงอัจฉริยะที่ใช้ AI อันนี้เป็นอะไรที่มีประโยชน์มาก เราสามารถสั่งค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต สั่งปิดไฟ หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้ แม้ในเวลาที่มือไม่ว่าง
“ใน Mellow Club มีเพื่อนของฉันหลายคนเป็นโปรแกรมเมอร์ บางคนเริ่มมองตัวอักษรและสีเล็ก ๆ ในโค้ดไม่ชัดแล้ว ฉันหวังว่าในอนาคต นักพัฒนาซอฟต์แวร์จะให้ความสำคัญกับการเข้าถึง (Accessibility) ของเครื่องมือดิจิทัลมากขึ้น เพราะวันหนึ่งนักพัฒนาเองก็ต้องกลายเป็นผู้สูงอายุเช่นกัน”
นอกจากนี้ คุณยายยังเคยขึ้นเวทีระดับโลกอย่าง TEDxTokyo และร่วมบรรยายที่องค์การสหประชาชาติ (United Nations) ในปี 2018 เพื่อผลักดันให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม
“เมื่อผู้สูงอายุมีทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Literacy) พวกเขาจะสามารถสร้างพื้นที่ของตัวเองขึ้นมาได้ และเมื่อใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ก็จะสามารถเชื่อมโยงกับครอบครัว เพื่อน และผู้คนจากต่างประเทศที่อยู่ห่างไกลได้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข”
แบรดลีย์ เชอร์แมน (Bradley Schurman) ผู้เขียนหนังสือ The Super Age ได้กล่าวชื่นชมคุณยายว่า “มาซาโกะคือแรงบันดาลใจของผู้คนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตยืนยาวอย่างมีเป้าหมาย เธอพิสูจน์ให้เห็นว่าความอยากรู้อยากเห็นไม่เคยเสื่อมถอยไปตามอายุ”
ด้วยความตั้งใจที่อยากแบ่งปันโลกคอมพิวเตอร์ให้ผู้สูงอายุคนอื่น ๆ ได้สัมผัส คุณยายมาซาโกะจึงเดินหน้าเปิดคอร์สสอนการใช้คอมพิวเตอร์ให้กับผู้สูงวัยมาโดยตลอด เพราะเธอถือคติว่าอย่าปิดประตูแห่งการเรียนรู้ แต่ให้เปิดใจรับกับทุกความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาอยู่เสมอ
“ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ฉันรีบกระโดดเข้าไปลองสิ่งใหม่ ๆ ฉันไม่เคยสร้างกำแพงปิดกั้นตัวเองจากโลกที่ไม่คุ้นเคย…
“ตอนที่ฉันอายุ 60 ปี โลกของฉันกว้างขึ้น ราวกับมีปีกบินได้เลย”
ในโลกการทำงานยุคปัจจุบันที่เราต้องร่วมงานกับผู้คนหลากหลายวัยและหลากวัฒนธรรม คุณยายมาซาโกะได้ฝากแง่คิดไว้ว่า ท้ายที่สุดแล้วพวกเราทุกคนก็คือมนุษย์เหมือนกัน ล้วนรู้สึกหนาวในฤดูหนาว ร้อนในฤดูร้อน มีความรักครอบครัว รักในเพื่อนพ้อง และมีสิ่งที่เหมือนกันอีกมากมาย เมื่อเราเริ่มมองจากสิ่งที่เหมือนกัน เราก็จะเข้าใจความแตกต่างของกันและกัน และสามารถทำงานร่วมกันได้
สิ่งสำคัญคือการแบ่งปันสิ่งที่มีร่วมกัน พร้อมกับเรียนรู้ที่จะยอมรับในความต่าง และหัดบอกความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายได้รับรู้ตรง ๆ
“ฉันอยากให้ผู้สูงอายุทั่วโลกเลิกพูดว่า 'ฉันแก่เกินไปแล้ว' แล้วหันมาลองทำสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่ต้องกลัวความล้มเหลว เพราะต่อให้ล้มเหลว มันก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร และอย่างน้อยคุณก็จะได้สัมผัสโลกใบใหม่ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มีหลายอย่างที่เราเรียนรู้ได้จากความล้มเหลว ความล้มเหลวคือปุ๋ยที่ช่วยให้ดอกไม้ผลิบาน
“ในอดีต มนุษย์มีอายุเฉลี่ยเพียงประมาณ 50 ปี แต่ทุกวันนี้อายุขัยอาจยืนยาวถึง 100 ปี ดังนั้น ฉันอยากให้ทุกคนเลิกยึดติดกับตัวเลขอายุ และออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระตามแบบที่ตัวเองต้องการกันเถอะ”
เรื่อง : วันวิสาข์ โปทอง
ภาพ :
ภาพหลักแคปหน้าจอจากวิดีโอ Great Big Story
ภาพด้านหลังทางซ้ายมือแคปหน้าจอจาก TEDx
ภาพคุณยายมาซาโกะกับทิม คุก แคปหน้าจอจากช่องยูทูป @matsumlab
อ้างอิง
After Learning to Code at 81, She Made a Game for Fellow Seniors.
87-year-old App Developer on Creating an Age-inclusive Workplace.
Game App Developer in Her 80s Opens ICT World for Fellow Seniors.
INTERVIEW | Masako Wakamiya, the Oldest App Developer in the World.
Japan's 'golden coder' making games apps aged 82.
Meet the 84-year-old Japanese app developer who inspired Tim Cook.
Now is the time to get your own wings | Masako Wakamiya | TEDxTokyo.