09 ธ.ค. 2568 | 11:46 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม “Top Executive Innovation Site Visit Beyond Organic: Indoor Vertical Farming” นำคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานชั้นนำในระบบนิเวศนวัตกรรมด้านการเกษตรและอาหาร และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่
ภาครัฐและสถาบันการเงิน อาทิ สถาบันอาหาร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หน่วยงานด้านวิชาการเกษตรและผู้ทรงคุณวุฒิจาก กฟน. (MEA) ภาควิชาการจากมหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันวิชาการเกษตร ภาคสมาคม เช่น สมาคมไอโอที และภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ Central Group และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เข้าเยี่ยมชม DISTAR FRESH FARM ณ บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
เพื่อสัมผัสกับนวัตกรรมการปลูกผักในระบบโรงเรือนแนวตั้ง (Indoor Vertical Farming) ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) และความยั่งยืน (Sustainability) ของประเทศไทย
นายกนช รัติวานิช ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรมอาวุโส งานประสานความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่ากิจกรรมดังกล่าวตอกย้ำภารกิจของ NIA ในการส่งเสริมและสนับสนุนสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยในสาขาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคม
วัตถุประสงค์หลักการเยี่ยมชมกิจการของ DISTAR FRESH FARM ในวันนี้ เนื่องจากบริษัทแห่งนี้ถือเป็นผู้นำและเป็นต้นแบบในการนำระบบ Indoor Vertical Farming มาใช้ในประเทศไทย ก่อตั้งโดยสตาร์ทอัพที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญสูงสุดของความมั่นคงทางอาหาร และความปลอดภัยทางอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ปัญหา PM2.5 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ
“นวัตกรรมสำคัญของ DISTAR FRESH FARM ที่น่าสนใจและเป็นจุดเด่น สามารถสรุปได้ใน 4 ประเด็นหลัก คือ การปลูกในห้องปลอดเชื้อ (Medical Grade Clean Room) ซึ่งเป็นระบบการปลูกแบบปิดที่ใช้ห้องปลอดเชื้อระดับเดียวกับห้องปฏิบัติการหรือห้องผ่าตัด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกได้อย่างสมบูรณ์
การใช้อุปกรณ์ระดับ Food Grade ไม่ว่าจะเป็น รางปลูก ชั้นวาง และระบบที่สัมผัสกับพืชทั้งหมด ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสูง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอนุภาคเล็ก ๆ อาทิ ไมโครพลาสติก ที่อาจออกมาจากพลาสติกทั่วไป ทั้งมีการใช้ วัตถุดิบคุณภาพสูงและน้ำบริสุทธิ์ ใช้วัสดุปลูกจากหินภูเขาไฟ แทนวัสดุปลูกทั่วไป และใช้น้ำระบบ Reverse Osmosis (RO) ที่บริสุทธิ์ที่สุด ซึ่งถือเป็นมาตรฐานระดับสูงที่หาได้ยากในการทำฟาร์มในประเทศไทย”
นายสานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ CEO และผู้ก่อตั้ง DISTAR FRESH FARM ซึ่งถือเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่บุกเบิกและเป็นโมเดลที่สามารถขยายผลได้เป็นรายแรก ๆ ของไทย ได้กล่าวถึงแนวคิดโมเดลธุรกิจ ว่าเป็นการนำเสนอจุดเด่นของนวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาการเกษตรแบบดั้งเดิมที่ต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง (Climate Change) และการปนเปื้อนสารพิษ โดยตั้งเป้าสู่มาตรฐาน "Beyond Organic"
DISTAR FRESH FARM ได้ยกระดับการผลิตผักให้ปลอดภัยอย่างแท้จริง ผ่านการจัดการในระบบปิดด้วยนวัตกรรม 3 ด้านหลักนั่นคือ มีรูปแบบการปลูกแบบ Indoor Vertical Farming ที่ให้กำลังการผลิตสูง ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนี้ยังสามารถลดระยะเวลาการปลูกจาก 50-60 วัน เหลือเพียง 30 วัน และใช้น้ำน้อยกว่าการเกษตรแบบปกติถึง 90% โดยปัจจุบันพื้นที่ฟาร์มขนาดเพียง 400 ตารางเมตร สามารถผลิตผักได้สูงถึง 10 ตันต่อเดือน เทียบเท่ากับการปลูกบนที่ดินขนาด 20 ไร่แบบดั้งเดิม
ในด้านการตลาด DISTAR FRESH FARM ยังได้นำเสนอโมเดลธุรกิจแบบ Farming as a Service และการขายตรงถึงผู้บริโภคในรูปแบบการสมัครสมาชิก ซึ่งช่วยลดปัญหาวิกฤต Food Waste จากฟาร์มได้ถึง 60%
อีกทั้งผักทุกต้นได้รับการรับรองมาตรฐาน "Peorganic" ซึ่งมีการตรวจหาสารพิษและยาฆ่าแมลงสูงถึง 693 รายการ ครอบคลุมมากกว่ามาตรฐานออร์แกนิกทั่วไปถึง 14 เท่า ด้วยตรวจเพียง 48 รายการ
“เนื่องจาก "ผักทุกต้นมีเจ้าของ" ตั้งแต่เริ่มต้นปลูก ทำให้สามารถกำหนดราคาขายที่คงที่ตลอดปีและสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าสูงถึงขั้นมีอัตราการต่ออายุสมาชิกรายปี 100%”
บริษัทยังมีการขยายโมเดลเพื่อสังคม โดยมีโครงการ CSR ร่วมกับ EGAT ณ แม่เมาะ ลำปาง สามารถผลิตได้ 1 ตันต่อเดือน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชน และมีจุดจำหน่ายพร้อมให้ความรู้ที่ Nextopia สยามพารากอน
สำหรับกิจกรรมเยี่ยมชมครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้คณะผู้บริหารได้สัมผัสระบบการทำงานภายในโรงเรือนอย่างใกล้ชิด และได้ร่วมทดลองเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สด สะอาด และปลอดภัย เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับเมนูสุขภาพในช่วงรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ NIA ในการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและสนับสนุนการทำตลาดเพื่อผลักดันให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ