อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

ตุลา 2519 ผ่านประสบการณ์จริงในห้วงเวลาที่ประชาธิปไตยไทยเต็มไปด้วยความผันผวน พร้อมมองย้อน 50 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ชี้ให้เห็นว่า แม้โลกจะเปลี่ยนไปมากเพียงใด การเมืองไทยก็ยังเปราะบางอยู่เสมอ

KEY

POINTS

ครบรอบ 53 ปี ของเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ในปีนี้ (2569) นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ประท้วงรัฐบาลทหารในสมัยนั้นต่อมาได้เป็นกำลังสำคัญของประเทศ โดยได้ผ่านประสบการณ์อีกหลายเหตุการณ์ ทั้ง 6 ตุลา 2519, พฤษภา 2535, เมษา-พฤษภา 2553, การเคลื่อนไหวของเยาวชนปี 2563 

แต่เฉพาะระหว่างปี 2516-2519 นับว่าเป็น 3 ปีแห่งความผันผวนทางการเมือง โดยขบวนการนิสิตนักศึกษาเป็นส่วนที่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้และต่อรองกับรัฐบาลต่าง ๆ นับแต่รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร, รัฐบาลอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์, รัฐบาลม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, รัฐบาลม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช 

หลังจากนั้นแกนนำนักศึกษาที่รอดชีวิต หากไม่ถูกจับก็ต้องเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในสมัยรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร กระทั่งรัฐบาลพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ประกาศวันที่ 16 กันยายน 2521 เปลี่ยนทิศทางนโยบาย ต่อมาถึงรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 ทำให้คนที่เข้าป่าได้กลับเข้าเมือง

The People สัมภาษณ์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์ทหาร และความมั่นคง ผู้เขียน ‘The October Journey: บันทึกการเดินทางเดือนตุลาฯ (จากจุฬาฯ สู่บางขวาง)’

ผู้เป็นนิสิตปี 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516, เป็น ‘นักโทษการเมือง’ ในคดี 6 ตุลา 2519 สู่ศาสตราจารย์กิตติคุณผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์ทหาร และความมั่นคง ในปัจจุบัน

นอกจากนั้น เป็น 1 ใน 19 จำเลยคดี 6 ตุลา 2519 ที่ถูกขังนับแต่ 6 ตุลาฯ กระทั่งมีพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ประกาศวันที่ 16 กันยายน 2521 เป็นเวลาเกือบ 2 ปีที่ไม่มีอิสรภาพ

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

กระแสการเมืองในช่วงที่อาจารย์สุรชาติอยู่ในวัยเรียน

สุรชาติ: ผมเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก มาเรียนกรุงเทพฯ ตั้งแต่เด็กและเรียนมัธยมที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร (รุ่น46) เป็นเด็กวิทย์ ที่กลายเป็นเด็กศิลป์ สมัยนั้นอ่านบทความจากสยามรัฐ เช่น บทความของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งพุ่งเป้าไปที่จอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร รวมถึงพันเอกณรงค์ กิตติขจร ต่อมาอ่านสังคมศาสตร์ปริทัศน์ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม อ่านบทความของนักคิดอย่างสุลักษณ์ ศิวรักษ์ และบทบรรณาธิการของสุชาติ สวัสดิ์ศรี 

เคยมาเที่ยวงาน ‘จุฬาฯ วิชาการ’ ในปี 2514 ด้วยความตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นเวทีไฮด์ปาร์คโจมตีรัฐบาลมาก่อน มีเวทีต่อต้านรัฐบาลทหารจอมพลถนอม ผมได้เดินดูนิทรรศการที่คณะรัฐศาสตร์ ปีเดียวกันนั้น (2514) จอมพลถนอม ‘รัฐประหารตัวเอง’ ซึ่งสร้างความไม่พอใจทางการเมืองโดยเฉพาะในหมู่ปัญญาชน

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

ก่อน 14 ตุลา 2516 กระแสการต่อสู้ทางการเมืองของนักศึกษาบนเวทีโลก เกิดขึ้นในปี 2511 เป็นปีใหญ่ มีการประท้วงของนักศึกษาในกรุงปารีส นำไปสู่การขยายตัวของขบวนการนักศึกษาในหลาย ๆ ประเทศ กระแสปฏิวัตินักศึกษาที่ปารีส คือจุดเริ่มต้นของ ‘กิจกรรมนักศึกษา’ ที่เป็นกระแสใหญ่ทั่วโลกในเวลาต่อมา 

ในอีกส่วนของกระแสโลกมีกระแสการต่อต้านสงครามเวียดนามซึ่งไม่เพียงส่งผ่านเฉพาะปัญญาชนที่จบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา แต่ส่งผลกับปัญญาชนในหลายประเทศ รวมถึงในไทยด้วย กระแสนี้เป็นจุดเริ่มต้นการต่อต้านรัฐบาลทหารไทย พร้อม ๆ กับการต่อต้านฐานทัพสหรัฐอเมริกาในไทยหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 

ท่ามกลางกระแส ‘ขบวนการนิสิตนักศึกษา’ นักศึกษาสายกิจกรรมในไทยได้จัดตั้งศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ ศนท. ในปี 2513 ก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 

สำหรับปี 2516 ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน เกิด ‘คดีทุ่งใหญ่’ ข้าราชการและกลุ่มบุคคลออกไปล่าสัตว์ที่ทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ของทางราชการ ระหว่างเดินทางกลับ ประสบอุบัติเหตุเครื่องตกที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม พบซากสัตว์ป่าจำนวนมากในเฮลิคอปเตอร์ลำที่ตก นำไปสู่กระแสต่อต้านรัฐบาลทหารชัดเจน จากนักศึกษาและสื่อมวลชนโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ผมเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเรื่องทุ่งใหญ่ เข้าร่วมเรื่องการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ นำไปสู่ 14 ตุลาคม 2516 เข้าร่วมงานกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) กระทั่งกลางปี 2517 ไปช่วยงานคนงานที่สหภาพแรงงานที่อ้อมน้อย และในกลางปี 2518 จึงกลับเข้ามาช่วยงานในศูนย์นิสิตฯ อีกครั้งเป็นผู้ทำข้อมูลในเรื่องฐานทัพสหรัฐอเมริกาในไทย 

นิสิตใหม่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2516

สุรชาติ: ในปี 2516 มีเจ้านายสอบเอนทรานซ์เสด็จมาร่วมเป็นนิสิตใหม่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ด้วยคือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงเป็นปีมหาพิเศษอย่างยิ่งสำหรับมหาวิทยาลัย 

ผมสอบเอนทรานซ์ติดคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในปี 2516 เป็น สิงห์ดำรุ่น 26 เปิดเทอมปี 1 เดือนมิถุนายน 2516 ชีวิตน้องใหม่ในปี 1 ได้ร่วมประท้วงเดินขบวนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยในวันที่ 1 มิถุนายน 2516 จอมพลประภาส จารุเสถียร ได้รับการต่ออายุราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกอีก 1 ปี สัญญาณวัฒนธรรมการประท้วงของคนหนุ่มสาวในไทยเริ่มขึ้นแล้วในปี 2516 

ผมร่วมกับเพื่อนใน ‘ยุทธการล้มโซตัส’ ไม่ผูกเนกไทมาเรียน เป็นสัญลักษณ์การปฏิเสธระบบเก่า ปลดแอกจากระบบโซตัส รวมถึงเดินขึ้น ‘บันไดสีหราช’ ซึ่งน้องใหม่จะถูกห้ามไม่ให้เดินขึ้นในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

ผมเป็นคนแบกป้ายรูปกำปั้น ซึ่งในขณะนั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงทั่วโลก นำขบวนจากจุฬาฯ ไปธรรมศาสตร์ ซึ่งรูปกำปั้นรูปนั้น ปรากฏในภาพเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ยืนไฮด์ปาร์ค ที่ลานโพธิ์ นักกิจกรรมคนแรกของมหิดลที่ผมรู้จักคือ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ อีกคนคือนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช 

ผ่าน 14 ตุลา 2516

สุรชาติ: เช้าวันที่ 14 ตุลา 2516 เป็นวันอาทิตย์ ผมจะต้องไปเรียน รด. (วิชารักษาดินแดน) ที่กรมการรักษาดินแดน เมื่อไปถึงกรม ครูฝึกบอกให้กลับบ้าน ผมจึงเดินไปธรรมศาสตร์ เพราะอยู่ไม่ไกลกันนัก และได้เห็นเหตุการณ์หลายอย่างอยู่ในความทรงจำถึงปัจจุบัน 

วันที่ 16 ตุลา 2516 ผมกลับไปที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ พบว่า ศูนย์นิสิตฯ ใช้ตึกจักรพงษ์ เป็นศูนย์กลางการทำงานในขณะนั้น มีการติดรายชื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไว้หน้าตึก 

วันนั้นเป็นวันแรกที่ได้พบเพื่อนใหม่ชื่อ ‘เครือมาศ’ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ในเวลาต่อมา เธอเรียนทางด้านวรรณคดีอังกฤษ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เธอมาส่งรายงานที่คณะอักษรศาสตร์ แล้วเดินมาที่ตึกจักรพงษ์ หลังจากนั้นเราได้เจอกันอีกเพราะเพื่อนสนิทเธอเรียนภาคเดียวกับผม 

ตอนผมติดคุกบางขวางคดี 6 ตุลา 2519 เธอมาเยี่ยมกับเพื่อนด้วย จึงได้รู้จักกันมากขึ้น และเริ่มมาสนิทกันด้วยการเขียนจดหมายติดต่อกันในช่วงที่ผมถูกคุมขัง เธอยังคอยส่งอาหารและหนังสือให้ตอนผมอยู่ในเรือนจำบางขวาง

วันที่ 16 ตุลาคม 2516  ผมทำหน้าที่ของศูนย์นิสิตฯ ที่ตึกจักรพงษ์ ซึ่งเป็นที่ตรวจสอบรายชื่อคนหายกับคนเสียชีวิต ผมมาทราบภายหลังว่ามีเพื่อน ๆ  มาตรวจสอบรายชื่อด้วยว่ามีชื่อผมหรือไม่ 

ผลจากการทำกิจกรรมนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ส่งผลให้การเลือกตั้งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปี 2519 ‘พรรคจุฬาประชาชน’ ชนะการเลือกตั้ง ผมได้รับตำแหน่งอุปนายกฝ่ายกิจการภายนอก ของสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สจม.) ซึ่งเป็นกรรมการบริหารศูนย์นิสิตฯ โดยตำแหน่ง จากเดิมก็ทำงานฝ่ายต่างประเทศของศูนย์นิสิตฯ อยู่แล้ว โดยเป็นผู้ทำข้อมูลเรื่องฐานทัพสหรัฐอเมริกาในไทย

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

ช่วงอาจารย์สุรชาติทำกิจกรรมตอนเป็นนิสิตจุฬาฯ

เคยพบนายกรัฐมนตรี 2 ท่านและเกือบได้พบอีก 1 ท่าน

แต่สุดท้ายไม่ได้พบ 

สุรชาติ: ผมเป็น 1 ในตัวแทนศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ที่เข้าพบ นายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เพื่อทวงถามคำสัญญาเรื่องกำหนดการครบเวลาถอนฐานทัพสหรัฐออกจากไทยภายใน 1 ปี ครบกำหนด 20 มีนาคม 2519 ซึ่งนายกฯ ให้คำตอบว่า “ถ้าสหรัฐ ไม่ถอนตามกำหนด ผมจะไปเดินขบวนกับพวกคุณ” ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ของหนังสือพิมพ์ และเป็นคำตอบที่ท้าทายฝ่ายขวาจัด อย่างมาก 

ผมเป็นหนึ่งใน 19 คน ที่ได้พบนายกรัฐมนตรีพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์  เมื่อได้รับการปล่อยตัวหลังคดี 6 ตุลา 2519 จากพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ประกาศวันที่ 16 กันยายน 2521

มีนายกฯ อีก 1 ท่านที่นัดหมายว่าจะไปพบ กลับไม่ได้พบคือนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยผมพร้อมเพื่อนอีก 5 คนรวม 6 คน ไปถึงบ้านม.ร.ว.เสนีย์ แล้วถูกบอกให้รอในรถ ต่อมาพวกเราถูกนำตัวไปกองปราบสามยอด แล้วถูกจับขังเป็นชุดแรก ส่วนม.ร.ว.เสนีย์ถูกยึดอำนาจอย่างเป็นทางการในเย็นวันเดียวกัน ขณะถูกขังในกองปราบสามยอด เราได้ยินประกาศคณะรัฐประหาร

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

เช้า 6 ตุลา 2519 

สุรชาติ: กระแสสูงทางการเมืองหลังปี 2516 พาปัญญาชนส่วนหนึ่ง ไปต่อสู้ด้วยอุดมการณ์สังคมนิยม ซึ่งสมัยนั้น เป็น ‘ภัยคุกคาม’ เนื่องจากการขยายตัวของสังคมนิยมในประเทศ และการพังทลายของรัฐบาลฝ่ายขวาในอินโดจีน ทำให้ผู้นำในกลุ่มอนุรักษ์นิยมไทย กลัวว่ารัฐไทยอาจเป็น ‘โดมิโนตัวที่ 4’ หลังจากการล้มของ กัมพูชา เวียดนาม และลาว ในปี 2518 

ขบวนการนิสิตนักศึกษาต่อต้านฐานทัพสหรัฐ ในขณะที่บรรดาปีกขวาในไทย เชื่อมากที่สุดว่า หลักประกันความมั่นคงในไทย คือการมีฐานทัพสหรัฐในไทย เพราะสหรัฐจะไม่ปล่อยให้ไทยเป็นคอมมิวนิสต์ หรือสหรัฐจะไม่ยอมให้กองกำลังของคอมมิวนิสต์รบชนะ เหมือนอย่างที่คอมมิวนิสต์ชนะในกัมพูชา เวียดนาม และลาว เพราะฉะนั้น การที่ขบวนการนักศึกษาต่อต้านฐานทัพสหรัฐ จึงเหมือนการทุบกล่องดวงใจของฝ่ายขวา 

ในปี 2518 มีการสังหารนักศึกษาที่ทำกิจกรรม หนึ่งในนั้นคือ นิสิต จิรโสภณ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์อธิปัตย์ เป็นหนังสือพิมพ์ของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เชื่อว่าถูกผลักตกจากรถไฟ ขณะเดินทางไปทำข่าวการต่อสู้ของประชาชนในภาคใต้ 

การล้อมปราบ 6 ตุลา 2519 เป็นการกระทำต่อกลุ่มนักศึกษา ที่ไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ ไม่ต่างจากการปราบปรามในวันที่ 14 ตุลา 2516 โดยในวันที่ 6 ตุลาฯ มีการนำปืนไร้แรงสะท้อน อาวุธยิง M79 ซึ่งปกติอาวุธสงครามชนิดนี้ ใช้ต่อสู้รถถังข้าศึก แต่ถูกนำมาใช้ต่อผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ระเบิดลูกแรก M79 เริ่มยิงประมาณตี 3 มีเสียงปืนก่อนตี 5 จำได้ว่าเสียงปืนหลัง M79 ลง ก็เริ่มเห็นความสูญเสียแล้ว ผู้ชุมนุมต้องหลบเข้าไปในตึกทุกฝั่งรอบสนามฟุตบอล 

ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมอีกฝ่าย ซึ่งอยู่ฝั่งสนามหลวงคืนวันที่ 5 ตุลา 2519 ที่มาต่อต้านนักศึกษา ก็มีคนมาจำนวนมาก และส่งสัญญาณที่ไม่ดีต่อผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดูมีลักษณะเป็นม็อบที่คุมไม่อยู่ 

ซึ่งต่อมากลุ่มนี้ก็เข้ามาทำร้ายผู้ชุมนุมในธรรมศาสตร์ตอนเช้า 6 ตุลา 2519 กระทั่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปเคลียร์บนตึก นำตัวผู้ชุมนุมลงมาสนามฟุตบอล บังคับให้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้ผมมาทราบภายหลัง เพราะเช้าวันนั้นผมถูกจับที่กองปราบสามยอด 

พลังฝ่ายขวาชูคำขวัญ “ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์” เป็น ‘องค์สาม’ ของอุดมการณ์ขวาไทย เป็น ‘สามประสานฝ่ายขวา’ เพื่อรับมือการขยายตัวของ ‘สามประสานฝ่ายซ้าย’ คือ ‘นักศึกษา-กรรมกร-ชาวนา’ ในยุคหลัง 14 ตุลาฯ 

ช่วงเช้าก่อนรุ่งสาง เมื่อมีเสียงปืน ผมเดินลงจากตึกอมธ. ไปดู ยังเดินไปได้ปกติ แต่เมื่อไปถึงคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ต้องนอนหมอบดูอยู่สุดขอบหัวมุมตึกคณะนิติศาสตร์ ปัจจุบันคือสมาคมนิติศาสตร์ ด้านหลังหอพระ ใกล้สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่เยื้องหอประชุมใหญ่ มองออกไปจะเห็นหน้าหอประชุมใหญ่และสนามหลวง

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

ผมเห็นเพื่อนนักศึกษา 3 ชีวิต นอนนิ่งอยู่ไม่ไกล ทราบว่าเขาเสียชีวิตแล้ว เขานอนอยู่ข้างหน้าเรา เป็นพื้นที่เหมือนพื้นที่สังหาร มาทราบภายหลังว่าเขาเสียชีวิตจากการถูกยิง รวมถึงเพื่อนที่อยู่ด้านข้างหอประชุมใหญ่จะถูกยิงจากฝั่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

คาดว่าการใช้อาวุธยิงเข้าธรรมศาสตร์ จะยิงมาจากด้านบนของฝั่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมัยนั้นยังไม่มีหอพระ ถ้ามองจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะเห็นธรรมศาสตร์ในมุมกว้างทั้งหมด โดยเฉพาะสนามฟุตบอลและตึกบัญชี ซึ่งถูกยิงด้วย M79 หน้าตึก 1 ลูก แต่เมื่อยิงลูกที่ 2 แล้วด้านไม่ระเบิด ตึกบัญชีจะมีเพื่อนจากมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นชุดพยาบาลสนามอยู่จุดนี้ เพื่อนที่อยู่บริเวณนี้หลายคนถูกกระจกบาดเป็นแผลเพราะกระจกแตกจากการถูกยิง

กลับขึ้นตึก อมธ. จากนั้นกลายเป็น 1 ใน 6 คนที่ต้องไปพบนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ที่บ้านเอกมัย 

สุรชาติ: หลังจากหมอบอยู่ที่ขอบหัวมุมตึกคณะนิติศาสตร์อยู่พักใหญ่ ผมถอยกลับไปตึก อมธ. ซึ่งเป็นที่ประชุมของศูนย์นิสิตฯ เพราะเสียงปืนดังมากขึ้น 

หลังนักศึกษาพยายามติดต่อกับรัฐบาลกระทั่งติดต่อได้สำเร็จ ผมถูกขอให้ไปกับสุธรรม แสงประทุม ผมเป็น 1 ใน 3 ตัวแทนกรรมการศูนย์นิสิตฯ ที่จะไปพบนายกฯ ตามการนัดแนะของเจ้าหน้าที่ที่รับสายการติดต่อจากนักศึกษา โดยเขาบอกให้พานักแสดงละครไปด้วย 3 คน จึงรวมเป็น 6 คน ประกอบด้วย

1) สุธรรม แสงประทุม (เลขา ศนท.)

2) ประพนธ์ วังศิริพิทักษ์ 

3) สุรชาติ บำรุงสุข

4) อนุพงษ์ พงษ์สุวรรณ (ประธานชุมนุมนาฏศิลป์และการละคร)

5) วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ (นักแสดง)

6) อภินันท์ บัวหภักดี (นักแสดง)

พวกเราเดินลัดเลาะจากตึกอมธ. ท่ามกลางเสียงกระสุน เราเดินผ่านคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ผ่านใต้ตึกโดมที่มีทางแยกเชื่อมไปลานโพธิ์ แล้วขึ้นรถตำรวจสน. ชนะสงครามที่ประตูท่าพระจันทร์ โดยขณะนั้น ผู้ชุมนุมในสนามฟุตบอลถอยเข้าไปหลบในตึกแล้ว

เดิมผมไม่ใช่คนที่ถูกกำหนดให้ไปเจรจาที่บ้านนายกฯ แต่เป็นกรรมการศูนย์นิสิตฯ อีกท่านหนึ่ง เผอิญเขาเกิดอาการ shell shock เหมือนทหารอยู่ในสนามรบ คุมสติตัวเองไม่ได้ ผมตัดสินใจแป๊บเดียวไปอยู่ในทีมเจรจา เมื่อฝั่งผู้แสดงละคร 3 คนมาครบ ก็เดินไป 6 คน

ขึ้นรถที่รัฐบาลแจ้งว่าตำรวจจะมารับไปเจรจาที่บ้านนายกฯ เสนีย์

สุรชาติ: รัฐบาลแจ้งว่าจะมีตำรวจมารับเรา พวกเรา 6 คน เดินลัดเลาะจากตึกอมธ. มาที่ประตูท่าพระจันทร์ เมื่อมาถึงก็พบรถตำรวจ ซึ่งสมัยนั้นเป็นรถปิ๊กอัพมีหลังคา ถอยท้ายรถมาจอดปิดประตูมหาวิทยาลัยเพื่อรอเรา พอเราเดินมาถึง ประตูมหาวิทยาลัยเปิดออก เราขึ้นรถตำรวจ ไปบ้านนายกฯ เสนีย์ที่เอกมัย ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะถูกจับ เพราะตกลงกันไว้ว่าจะไปพบท่านนายกฯ และขอให้นายกฯ สั่งการให้ยุติการยิง เพราะว่า ตอนเราเดินออกมาเสียงปืนเสียงอาวุธยังดังมาก 

สิ่งที่อยากจะยืนยันคือ ไม่ได้ออกมาจุดนี้เพื่อไปมอบตัวกับรัฐบาล เราไม่ได้ติดต่อมอบตัว แต่ติดต่อขอพบนายกฯ เพื่อขอให้รัฐบาลสั่งการให้หยุดยิง

เนื่องจากตอนหลังมีการพูด 2 อย่างที่ไม่จริง คือ 1) มีการพูดว่าผู้นำนักศึกษา 6 คน แอบไปมอบตัวกับรัฐบาลเพื่อเอาตัวรอด ทั้งที่ 3 คนจากคณะละครก็ไม่ใช่แกนนำ ไม่ใช่กรรมการศูนย์นิสิต และ 2) เป็นการดิสเครดิต มีการพูดว่า 6 คนนี้ไป ‘ขายตัว’ ให้รัฐบาล ซึ่งถ้าไปขายตัวก็คงไม่ได้ถูกจับไปเข้าคุกบางขวาง ถ้าขายตัวอย่างที่มีคนจินตนาการไป ก็น่าจะได้กลับไปนอนบ้านสบาย ๆ ไม่ใช่นอนคุก

กระทั่งมีข่าวประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีการจับกุมผู้นำนักศึกษา 6 คน ซึ่งเมื่อครอบครัวทราบข่าวก็สบายใจเนื่องจากตอนแรกกังวลว่าจะถูกนำตัวไปทำร้าย 

เมื่อออกจากธรรมศาสตร์แล้ว ผมก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในธรรมศาสตร์ เพราะตอนตำรวจจับ ก็ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้คุยกับเราเรื่อง 6 ตุลาฯ เหตุการณ์ในธรรมศาสตร์ เรามาทราบภายหลัง

ถูกจับเป็นชุดแรก 

สุรชาติ: เมื่อไปถึงบ้านนายกฯ ทางตำรวจบอกว่าไม่ต้องลงจากรถ แต่ไม่ได้แจ้งว่า ด้วยเหตุอะไร สักพักมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่า ให้ไปอีกที่หนึ่งแต่ก็ไม่บอกว่าที่ไหน กระทั่งมาพบว่า เขาพาพวกเราไปกองปราบสามยอด เมื่อไปถึง มีอธิบดีตำรวจในสมัยนั้น ออกคำสั่งให้ ‘จับ’ จากนั้นตำรวจซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็กรูเข้ามาล็อคแขนล็อคตัวพวกเรา เราถูกจับขังในห้องขังตำรวจกองปราบสามยอด ครบ 7 วันก็ถูกส่งฟ้องศาล 

วันที่ 12 ตุลา 2519 ถูกส่งเข้าเรือนจำบางขวาง เริ่มใช้ชีวิตเป็นนักโทษจริง ๆ ถูกตีตรวน ถูกเปลี่ยนชุดให้ใส่ชุดนักโทษ ซึ่งแตกต่างจากเพื่อนที่ถูกจับในคุกอื่น ตอนนั้นมี 3 แห่งคือ บางขวาง บางเขน ลาดยาว

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

พอเข้าไปที่เรือนจำจึงเริ่มระแคะระคายมากขึ้นว่า เกิดอะไรขึ้นในเช้าวันที่ 6 ตุลา 2519 ก่อนหน้านั้น ตอนอยู่กองปราบ ได้ยินเสียงวิทยุ มีการประกาศยึดอำนาจ จึงรู้ว่าการเมืองเริ่มเปลี่ยน ไม่น่าจะได้กลับบ้านง่าย พอเข้าบางขวางก็รู้ว่าคงไม่ได้กลับบ้านภายใน 7-10 วัน เราไปอยู่ในระบบเรือนจำใหญ่ เราก็จะใช้ชีวิตเหมือนนักโทษจริง ๆ 

ส่วนนายกฯ เสนีย์ คงถูกควบคุมตัวในบ้าน (house arrest) แต่เช้าเพราะเงื่อนไขการรัฐประหารมาแล้ว ผมเขียนในหนังสือ ‘The October Journey: บันทึกการเดินทางเดือนตุลาฯ (จากจุฬาฯ สู่บางขวาง)’ นายกฯ เสนีย์น่าจะถูกควบคุมตัว เพื่อให้การใช้อำนาจของรัฐบาล ไม่อยู่ในมือรัฐบาล ต่อจากนั้นเกิดเหตุการณ์รัฐประหารตอนเย็น 6 ตุลา 2519 พอผมอยู่ในเรือนจำบางขวางก็ได้เจอกลุ่ม ‘กบฎ 26 มีนา 2520’

ถูกขังเกือบ 2 ปี ได้รับการนิรโทษกรรมและได้กลับมาที่ลานโพธิ์ 

สุรชาติ: ถูกขังนับแต่ 6 ตุลา 2519 ขาดอีก 2 สัปดาห์จะครบ 2 ปี คดี 6 ตุลาฯ มีจำเลย 18+1 คน รวม 19 คนสุดท้ายที่ยังถูกขัง คดียังไม่สิ้นสุด 

การนิรโทษกรรมทำให้ได้ออกจากคุกเกิดขึ้นระหว่างที่ยังมีการให้การในชั้นศาล การซักค้านของทนายความฝ่ายจำเลย ทำให้ข้อมูลหลายส่วนหลุดออกมาสู่สาธารณะ มีสื่อมวลชนตามทำข่าว ดังนั้น หลายคนจึงมองว่า การนิรโทษกรรมเพื่อยุติคดี 6 ตุลาฯ 

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

เกิดขึ้นเพื่อทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ 6 ตุลาฯ จบลง ไม่มีทางที่จะหลุดผ่านศาล เพราะไม่สามารถจะมาซักให้เปิดเผยได้อีก ไม่ต้องมาให้การในศาลอีก รวมถึงกรณีตำรวจในภาพคาบบุหรี่แล้วเล็งปืนเข้ามาในธรรมศาสตร์

เมื่อเราได้รับการนิรโทษกรรม เราก็ได้กลับมาที่ลานโพธิ์ ซึ่งในชีวิตคนรุ่นผม ลานโพธิ์เป็นจุดสำคัญ เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ 

ทางแกนนำนักศึกษาธรรมศาสตร์เป็นผู้จัดพิธีรับขวัญที่ลานโพธิ์ พวกเราเมื่อออกจากคุกก็มาอยู่บริเวณลานโพธิ์ ที่หน้าตึกศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

อ่านเส้นทาง ‘สุรชาติ บำรุงสุข’ ชีวิต ‘คนเดือนตุลา’ ในความผันผวนปี 2516-2519

ความเห็นของอาจารย์สุรชาติต่อ

‘53 ปี 14 ตุลา 2516’ - ‘50 ปี 6 ตุลา 2519’

บ่งบอกว่าการเมืองไทยเป็นอย่างไร

สุรชาติ: หลังจาก 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519 เราเห็นความผันผวนทางการเมือง เห็นการเรียกร้องทางการเมือง ที่มีความสูญเสียทั้งในเหตุการณ์พฤษภา 35 และพฤษภา 53 และทั้งมีการรัฐประหารแทรกเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นในปี 2519 2534 2549 2557

ทั้งหมดนี้ บอกกับเราว่า การเปลี่ยนผ่านทางการเมือง หรือการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยไทย ยังมีความเปราะบาง หรือประชาธิปไตยไทยยังมีความเสี่ยงทางการเมือง

ขณะเดียวกัน การเมืองและสังคมไทย อยู่ในบริบทของการเมืองโลก โลกเปลี่ยนเช่นไร ก็จะส่งผลกระทบต่อสังคมไทยเช่นนั้น หรืออาจกล่าวได้ว่า ในช่วง 50 ปี เห็นการเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ชุดใหญ่ จากสงครามเย็นชุดเก่า สู่สงครามเย็นชุดใหม่ของศตวรรษที่ 21

ทั้งหมดนี้บอกกับเราถึงความท้าทายที่สังคมการเมืองไทยต้องเผชิญ และน่าสนใจว่า 60 ปี 6 ตุลา 2519 ในปี 2579 โลกและสังคมไทยจะเปลี่ยนไปเช่นไร 

เพราะขวาไทยในปี 2519 รักอเมริกา เกลียดจีน แต่ขวาไทย 2569 เกลียดอเมริกา รักจีน

50 ปี โลกเปลี่ยนไปหมด แต่การเมืองไทยยังมีความเปราะบางอยู่มาก

 

สัมภาษณ์: ฟ้ารุ่ง ศรีขาว

ถ่ายภาพ: พิชยุตม์ คชารักษ์

 

อ้างอิงภาพ:

ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ช่วงถูกจับที่กองปราบสามยอด โดยถูกจับตั้งแต่เช้า 6 ตุลา 2519 พร้อมเพื่อนรวม 6 คน ที่มาภาพ: “สุรชาติ บำรุงสุข” ผู้เขียนหนังสือ "The October Journey: บันทึกการเดินทางเดือนตุลาฯ (จากจุฬาฯ สู่บางขวาง)"

ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ใช้ติดโปสเตอร์หาเสียงของพรรคจุฬาประชาชนในการเลือกตั้งสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สจม.) ในต้นปี 2519 ที่มาภาพ: “สุรชาติ บำรุงสุข” ผู้เขียนหนังสือ "The October Journey: บันทึกการเดินทางเดือนตุลาฯ (จากจุฬาฯ สู่บางขวาง)"

ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ยืนชูมือ ในงานรับขวัญ หลังออกจากเรือนจำบางขวาง งานจัดขึ้นที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่มาภาพ: “สุรชาติ บำรุงสุข” ผู้เขียนหนังสือ "The October Journey: บันทึกการเดินทางเดือนตุลาฯ (จากจุฬาฯ สู่บางขวาง)"

ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ถูกเบิกตัวจากเรือนจำบางขวาง มาขึ้นศาลทหารครั้งแรก คดี 6 ตุลา 2519 ที่กระทรวงกลาโหม ที่มาภาพ: โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ 6 ตุลา – October 6 Museum Project ภาพถ่ายโดยทีมช่างภาพหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ในช่วง 6 ตุลา 2519 ค้นพบภาพโดยคุณสุภาภรณ์ อัษฎมงคล

ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ถูกเบิกตัวจากเรือนจำบางขวาง มาขึ้นศาลทหารครั้งที่ 2 คดี 6 ตุลา 2519 ที่กระทรวงกลาโหม ที่มาภาพ: โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ 6 ตุลา – October 6 Museum Project ภาพถ่ายโดยทีมช่างภาพหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ในช่วง 6 ตุลา 2519 ค้นพบภาพโดยคุณสุภาภรณ์ อัษฎมงคล