06 พ.ค. 2569 | 17:00 น.

KEY
POINTS
ทันทีที่มีการเปิดตัว ‘ดร.โจ - ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร’ เป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน ดูเหมือนว่าจะทำให้การแข่งขันในปีนี้ดุเดือดอยู่ไม่น้อย เพราะ ดร.โจ ในวัย 44 ปีผู้นี้ นอกจากจะมีภูมิหลังเป็นคนกรุงเทพฯ แท้ ๆ แล้ว ยังเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่มาพร้อมกับประสบการณ์ชีวิตที่น่าสนใจ
ในสายตาคนนอก เขาคือนักนโยบายเศรษฐกิจและวิศวกรคอมพิวเตอร์ผู้ใช้ข้อมูลนำทางชีวิต แต่สำหรับคนฝั่งธนฯ เขาคือ ‘เด็กตลาดพลู’ ผู้คุ้นชินกับวิถีชีวิตคนย่านนี้มาโดยตลอด แม้ว่าในช่วงหนึ่งของชีวิต เขาจะออกเดินทางไกลไปใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นนานนับสิบปี แต่สุดท้ายก็เลือกทิ้งความมั่นคงในแดนอาทิตย์อุทัย เพื่อกลับมาทำหน้าที่ลูกดูแลพ่อแม่ที่ชราภาพที่บ้านเกิด
จากศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ สู่เกียรตินิยมรั้วสามย่าน ชีวิตวัยเรียนที่ต้องต่อรถลงเรือข้ามฟากจากฝั่งธนฯ เข้าสู่ใจกลางพระนครเป็นกิจวัตร ทำให้เขาเห็นกรุงเทพฯ ในทุกมิติ ตั้งแต่ความรุ่งโรจน์ของย่านเศรษฐกิจ ไปจนถึงความทรุดโทรมตามตรอกซอกซอย ประสบการณ์ตลอดหลายทศวรรษนี้เอง คือต้นทุนสำคัญที่กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากเปลี่ยนเมืองหลวงที่แสนวุ่นวาย ให้กลายเป็นบ้านที่ทุกคนใช้ชีวิตได้ ‘ง่าย’ กว่าเดิม
เบื้องหลังความสุขุมของ ดร.โจ มีคู่ชีวิตอย่าง ‘เก๋ - ชลธิดา สถาวรวิจิตร’ คอยส่งกำลังใจอยู่เบื้องหลัง เธอคือผู้บริหารหญิงเก่งวัย 44 ปี พี่สาวคนโตแห่งตระกูลทีฆคีรีกุล เติบโตมาพร้อมกับภาพจำของคุณพ่อที่ทำงานหนักเพื่อสร้างรากฐานแข็งแกร่งให้ครอบครัว ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย และไม่ได้ถูกบอกเล่าผ่านหน้าสื่อบ่อยนัก
ชลธิดาคว้าปริญญาตรีด้านการบัญชีจาก คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะต่อยอดความรู้ด้วยปริญญาโทด้านการตลาดและการเงินจาก จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เธอและน้อง ๆ คือผู้พลิกฟื้นธุรกิจครอบครัวจากยุค ‘ไดสตาร์’ (DiStar) สู่การปั้นอาณาจักรความงามหมื่นล้านอย่าง คาร์มาร์ท (Karmart) ปัจจุบัน ชลธิดาดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์การเติบโตของแบรนด์ในเครือกว่า 19-21 แบรนด์ ส่วนความสำเร็จที่คนไทยรู้จักดีอย่างแบรนด์ Cathy Doll นั้น มีที่มาจากชื่อเล่นภาษาต่างประเทศของเธอนั่นเอง
นอกจากงานด้านการตลาด เธอยังรับหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดของบริษัทและให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเธอรู้ดีว่าธุรกิจจะเติบโตได้นั้น จะต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังคอยผลักดันทุกกลไกให้เดินต่อไปข้างหน้าได้ และ ‘คน’ คือคำตอบ มีเพียงแต่คนเท่านั้นที่จะช่วยให้ธุรกิจเดินต่อไปได้
ส่วน ดร.โจ คือนักนโยบายที่เชื่อในเรื่องข้อมูล และการพัฒนาบุคลากร เหมือนกับที่ภรรยาของเขาให้ความสำคัญ ทั้งคู่มีโซ่ทองคล้องใจคือ ‘น้องไทม์’ ลูกชายวัย 7 ขวบ ที่ทำให้พวกเขามองเห็นอนาคตของเมืองผ่านสายตาของคนเป็นพ่อแม่
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในเดือนพฤศจิกายน 2566 สำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของ ดร.โจ ขณะเป็น สส.พรรคก้าวไกล ช่วงเข้ารับตำแหน่ง โดยยื่นบัญชีทรัพย์สินของตนเองและคู่สมรสมีทรัพย์สินรวม 60,170,812 บาท โดยมีหนี้สิน 2,724,317 บาท มีบัญชีเงินฝาก 41 บัญชี มูลค่า 6,229,108 บาท
มีรายการเงินลงทุน มูลค่า 25,522,433 บาท มีที่ดิน 3 แปลงมูลค่า 14,750,000 บาท มีบ้านและคอนโด 3 หลัง มูลค่า9 ล้านบาท มีรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ BMW ix3 Msport มูลค่า 3,200,000 บาท
แม้จะมีทรัพย์สินรวมกันกว่า 60 ล้านบาท แต่พวกเขายังคงให้ความสำคัญกับการแบ่งเวลาให้ครอบครัวอย่างจริงจัง โดยทั้งสองมักจะพาลูกชายออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตอยู่เสมอ และชลธิดาเองก็ไม่เคยกดดันลูกชายวา่จะต้องเรียนเก่งเหมือนพ่อ เพราะเธอแค่อยากให้ลูกเติบโตมาเป็นคนที่ไม่เบียดเบียนใครก็พอแล้ว เรียกได้ว่าทั้งสองเป็นคุณพ่อคุณแม่ ที่พร้อมทุ่มเทเวลาทุกวินาทีเพื่อลูกคนนี้อย่างสุดกำลัง
เมื่อเปิดหน้าประวัติการศึกษาและการทำงานของ ดร.โจ จะเห็นได้เลยว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา เขาเป็นคนเรียนเก่ง ขยันทำงาน ไม่ลังเลที่จะคว้าทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา และมักจะใช้เวลาคิดวิเคราะห์ทุกอย่าง อย่างเป็นจริงเป็นจังเสมอ
เขาเริ่มต้นเส้นทางหลังจบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยการทำงานเป็นวิศวกรที่บริษัท Schlumberger Overseas S.A. ซึ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานข้ามชาติ ความใฝ่รู้ทำให้เขาเดินทางไปศึกษาต่อจนจบปริญญาโทและเอกด้าน Information Science ณ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศญี่ปุ่น (JAIST) และทำงานเป็นนักวิจัยที่นั่นอยู่หลายปี ก่อนจะย้ายไปเป็นนักวิจัยอาวุโสที่ NEC Corporation, Central Research Labs ในญี่ปุ่น
เมื่อกลับประเทศไทย ดร.โจ ได้เข้าทำงานที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเวลากว่า 10 ปี โดยผ่านงานสำคัญมาแทบทุกด้าน ตั้งแต่ดูแลระบบชำระเงิน (Mobile Payment) ในช่วงเริ่มต้นของ PromptPay, บริหารเงินสำรองระหว่างประเทศพอร์ตดอลลาร์สหรัฐฯ, ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยงและยุทธศาสตร์องค์กร
โดยตำแหน่งสุดท้ายของเขาคือรองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ดูแลโปรเจกต์เงินดิจิทัล (CBDC) และเขายังเคยได้รับคัดเลือกให้เป็นที่ปรึกษา (Advisor) ที่ ศูนย์นวัตกรรมของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS Innovation Hub) ระหว่างปี 2563-2564
ดร.โจ ก้าวขึ้นมาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. พร้อมความมุ่งมั่นที่จะทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานผ่านนโยบาย ‘กรุงเทพง่าย ๆ’ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน และนี่คือข้อความส่วนหนึ่งที่เขาโพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร - โจ - Chaiwat Sathawornwichit
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากทั้งตลาดพลูและญี่ปุ่น นั่นก็คือการมองกรุงเทพในแบบที่ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่กรุงเทพคือผู้คน ผมอยากเห็นกรุงเทพเป็นเมืองที่พัฒนาคน เพื่อให้คนกลับมาเป็นพลังของเมือง เป็นเมืองหลวงที่เป็นหลักพิงเมื่อล้ม และเป็นลมใต้ปีกเมื่อคุณมีความฝัน
นี่คือเหตุผลที่ผม และพรรคประชาชน เสนอวาระ ‘กรุงเทพง่าย ๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน’ ไม่ใช่เพราะการบริหาร กทม. เป็นเรื่องง่าย แต่เพราะการใช้ชีวิตในกรุงเทพมันยากเกินไป
เราจะทำให้กรุงเทพง่ายขึ้น ผ่าน 4 ชุดนโยบายหลัก
1. เลี้ยงครอบครัวง่าย
กรุงเทพ ต้องช่วยให้คนอยากมีลูกได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ตั้งแต่การดูแลเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่เข้าถึงง่ายขึ้น เวลาบริการที่สอดคล้องกับชีวิตพ่อแม่มากขึ้น ไปจนถึงระบบสนับสนุนเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเรียน
กรุงเทพต้องดูแลพ่อแม่ของเราในวันที่ท่านแก่ชราลงด้วย การไปหาหมอไม่ควรเป็นภาระทั้งวันของครอบครัว เราต้องเชื่อมศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกชุมชน โรงพยาบาล และระบบส่งต่อให้ทำงานเป็นเครือข่ายเดียวกัน เพื่อลดภาระการเดินทาง ลดเวลารอ และทำให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน ผู้ป่วยติดเตียง เข้าถึงการดูแลได้ง่ายกว่าที่เป็นอยู่
2. ค้าขายง่าย
กรุงเทพต้องเป็นเมืองที่คนตัวเล็กมีที่ยืน พ่อค้าแม่ขาย ผู้ประกอบการรายย่อย และคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ ไม่ควรถูกผลักให้อยู่ในพื้นที่สีเทา ไม่ควรต้องจ่ายต้นทุนแฝง หรืออยู่กับความกลัวว่าจะถูกไล่ ถูกจับ หรือถูกเรียกเก็บเงินนอกระบบ
เราต้องเพิ่มพื้นที่ทำมาหากินที่ถูกกฎหมาย โปร่งใส เป็นธรรม ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ทำเรื่องถูกต้องให้ง่ายขึ้น และทำให้การเริ่มต้นค้าขายในกรุงเทพไม่ใช่เรื่องยากเกินเอื้อม
3. เดินทางง่าย
กรุงเทพ ต้องคืนเวลาให้คนในเมือง เวลาที่เสียไปกับรถติด การต่อรถหลายทอด การเดินทางที่ไม่แน่นอน และระบบขนส่งที่ยังไม่เชื่อมถึงชีวิตจริง คือเวลาที่คนควรได้กลับไปกินข้าวกับครอบครัว ได้พักผ่อน ได้ออกกำลังกาย ได้ดูแลลูก หรือได้ใช้ชีวิตของตัวเอง
เราต้องทำให้ระบบขนส่งเชื่อมต่อกันจริง รถเมล์ตรงเวลามากขึ้น ทางเดินปลอดภัยขึ้น จุดเชื่อมต่อไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และการจัดการจราจรต้องใช้ข้อมูลจริง ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ
4. ใช้ชีวิตง่าย
กรุงเทพ ต้องเป็นเมืองที่คนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย สะอาด และมีสุขภาพดีขึ้น เมืองต้องมีไฟส่องสว่างในซอยและริมคลอง ทางเท้าที่เดินได้จริง กล้อง CCTV ที่ครอบคลุม จุดเสี่ยงที่ถูกแก้ไข และการออกแบบเมืองที่เห็นคนเดินเท้าเป็นเจ้าของเมือง ไม่ใช่แค่ผู้ใช้ทางชั่วคราว
เมืองต้องจัดการฝุ่น PM2.5 จากต้นทาง ทั้งการจราจร การก่อสร้าง โรงงาน และการเผา พร้อมมาตรการป้องกันและเตือนภัยที่จริงจังกว่าเดิม
เมืองต้องมีพื้นที่สีเขียวที่เข้าถึงได้ ทางเดินที่ชวนให้คนขยับตัว พื้นที่ออกกำลังกายในชุมชน และบริการสุขภาพกาย สุขภาพใจ ที่คนธรรมดาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ทั้งหมดนี้คือวาระการสร้างเมืองที่เป็นทั้ง ‘ตาข่าย’ ที่คอยโอบอุ้มยามล้ม และ ‘ลมใต้ปีก’ ในวันที่ทุกคนพร้อมก้าวทะยานไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม
อ้างอิง
[คลิปเต็ม] เปิดใจ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ประวัติ ส.ส.พรรคก้าวไกล นักการเมืองหล่อดีกรีไม่ธรรมดา.
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร - โจ - Chaiwat Sathawornwichit.
ปชน.เปิดตัว "ดร.โจ ชัยวัฒน์" ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เปิด 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
เปิดชีวิต สแกนวิธีคิด ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากเกียกกาย สู่สมรภูมิ ‘เสาชิงช้า’
เปิดทรัพย์สิน สส. ก้าวไกล "ชัยวัฒน์" รวย 60 ล้านบาท.
ชลธิดา สถาวรวิจิตร มือปั้น ‘รื่นรมย์’ เครื่องหอมไทย โผล่บนโต๊ะแม่ อีลอน มัสก์.