อนุทิน ชาญวีรกูล : นาทีนี้ไม่มีใครเร็วกว่า… หนู

อนุทิน ชาญวีรกูล : นาทีนี้ไม่มีใครเร็วกว่า… หนู

ในโลกการเมืองไทย ชื่อของ อนุทิน ชาญวีรกูล หรือชื่อเล่น “หนู” ไม่เคยหายไปจากวงโคจรอำนาจ ตัวเล็กแต่คล่องแคล่ว เดินเกมเร็วและชาญฉลาด การวางยุทธศาสตร์ของเขาไม่เพียงสร้างอิทธิพลให้พรรคภูมิใจไทย แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถพลิกเกมกลางพายุการเมืองไทย

KEY

POINTS

ในโลกการเมืองไทย ชื่อหนึ่งที่ไม่เคยหลุดจากวงโคจรแห่งอำนาจ คือ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ทายาทผู้สืบทอดทั้งเครือข่ายธุรกิจและทุนทางการเมืองไว้ในตัวคนเดียว เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้สืบสายเลือด หากแต่เลือกเดินต่อบนถนนที่ครอบครัวปูไว้ เส้นทางนี้เต็มไปด้วยทั้งโอกาสและความท้าทาย

‘อนุทิน’ หรือ ‘หนู’ เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2509 ในครอบครัวของ ‘ชวรัตน์ ชาญวีรกูล’ นักธุรกิจรับเหมาที่ต่อมาก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เขาเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์จาก Hofstra University สหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมารับช่วงบริหารบริษัท ซิโน–ไทย เอ็นจีเนียริ่ง บริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ของครอบครัว

อนุทิน ชาญวีรกูล : นาทีนี้ไม่มีใครเร็วกว่า… หนู

ชีวิตการเมืองของอนุทินเริ่มขึ้นใน ‘พรรคไทยรักไทย’ ของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหลายกระทรวง พร้อมกับถูกมองว่าเป็น ‘นักธุรกิจรุ่นใหม่’ ที่กำลังฝึกฝนวิชาการเมืองอย่างเข้มข้น แต่แล้ว การยุบพรรคไทยรักไทยในปี 2550 ทำให้เขาถูก ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี บทเรียนครั้งนั้นกลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาเดินอย่างระมัดระวังและรอบคอบมากขึ้น

เมื่อพ้นโทษแบน อนุทินหวนคืนเวทีอีกครั้ง พร้อมกับจับมือกับ ‘ตระกูลชิดชอบ’ โดยเฉพาะ ‘เนวิน ชิดชอบ’ อดีตแกนนำไทยรักไทยและพลังประชาชน ความร่วมมือนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2551 พรรคนี้กลายเป็นฐานอำนาจที่ทำให้อนุทินก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างจริงจัง

 

ในฐานะหัวหน้าพรรค เขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับการเมืองไทย โดยเฉพาะเรื่องการปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ซึ่งมีบทลงโทษค่อนข้างรุนแรงและชัดเจน พร้อมทั้งย้ำว่า

“ผู้ที่คิดล้มล้างสถาบันหลักของชาติทั้ง 3 สถาบัน โดยเฉพาะสถาบันที่เป็นที่เคารพสักการะของคนไทยทุกคน จะไม่สามารถมาขอทำเสร็จ แล้วจบเกมกันไป ขออภัยโทษอะไรต่าง ๆ ก็ไม่ได้แล้ว”

การให้สัมภาษณ์นี้สะท้อนมุมมองเชิงจริยธรรมและความเข้มงวดในการเมืองของเขา พร้อมกับแสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นนักธุรกิจและนักต่อรองการเมือง เขาก็มีกรอบความคิดที่ชัดเจนเรื่องความซื่อสัตย์ต่อรัฐและสถาบัน

ความเป็น ‘ตัวแปร’ ของภูมิใจไทยปรากฏชัดเจนในการเลือกตั้งปี 2562 เมื่อพรรคตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับ ‘พลังประชารัฐ’ การตัดสินใจครั้งนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก

ชื่อของเขาโดดเด่นที่สุดในฐานะ ‘รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข’ ระหว่างการระบาดโควิด-19 ภาพที่สาธารณชนเห็นคือคนที่พยายามควบคุมสถานการณ์ภายใต้แรงกดดันมหาศาล ทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์เข้ามาพร้อมกัน ในอีกด้านหนึ่ง นโยบาย ‘กัญชาเสรี’ ของเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย ทั้งสร้างคะแนนนิยมและเสียงวิจารณ์ ทำให้เขาต้องรับทั้งคำชมและแรงกดดัน

หลังการเลือกตั้งปี 2566–2567 พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้ราบรื่น กระแสความขัดแย้งเริ่มปะทุเมื่อเพื่อไทยต้องการ ‘กระทรวงมหาดไทย’ คืนจากภูมิใจไทย อนุทินตอบชัดว่า หากถูกลดบทบาท เขาพร้อมพาพรรคออกไปเป็นฝ่ายค้าน และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

อนุทิน ชาญวีรกูล : นาทีนี้ไม่มีใครเร็วกว่า… หนู

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็น ‘บาดแผลใหญ่’ ของตระกูลชินวัตร แต่ยังทำให้รัฐบาลผสมสั่นคลอนอย่างหนัก  

ในช่วงวิกฤตนี้ ชื่อของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ กลับถูกเอ่ยถึงอย่างกว้างขวางในฐานะ ‘ทางออก’ ของวิกฤตการเมืองไทย มีรายงานเรื่องการเดินสายหารือกับพรรคต่าง ๆ แทบจะทันที

การเคลื่อนไหวของอนุทินในช่วงเวลานี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นนักวางยุทธศาสตร์ที่ประมาทไม่ได้ เขาไม่เพียงอ่านเกมการเมืองได้อย่างแม่นยำ แต่ยังสามารถปรับตัวและเดินเกมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ชื่อเล่นของเขา ‘หนู’ สะท้อนทั้งการเดินเกมเร็วในทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองอำนาจ การจัดการความขัดแย้ง หรือการวางยุทธศาสตร์ การตัดสินใจของเขาเป็นไปอย่างฉับไว ชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการพลิกเกมและนำเหตุการณ์ไปข้างหน้าอย่างไม่มีใครเทียบ

ในสายตาของผู้คน ‘อนุทิน’ คือ ‘หนูผู้เดินเกมเร็วที่สุด ณ นาทีนี้’