17 มี.ค. 2569 | 17:30 น.

KEY
POINTS
ห้องน้ำสาธารณะอาจเป็นเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้ามในชีวิตประจำวัน แต่ในอีกมุมหนึ่ง พื้นที่ธรรมดาแห่งนี้กลับสะท้อนระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่เรื่องสุขอนามัย ความเท่าเทียม ไปจนถึงความใส่ใจที่เมืองมีต่อผู้ใช้งานทุกคน
สำหรับ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ความสุขไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในพื้นที่อยู่อาศัย หากยังรวมถึงพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนใช้ชีวิตร่วมกันในทุกวัน แนวคิด We Build Happiness จึงถูกขยายออกไปไกลกว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การตั้งคำถามสำคัญว่า เมืองที่ดีควรสร้างความสุขให้ผู้คนได้อย่างไร
คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการประกวดออกแบบห้องน้ำสาธารณะ ‘สุขา สุขี : THE HAPPY TOILET’ ที่เชื่อว่าการออกแบบที่ดีสามารถยกระดับประสบการณ์พื้นฐานในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นความสบายใจและศักดิ์ศรีของผู้ใช้งานได้จริง เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีไม่ควรเป็นเพียงภาพฝันของอนาคต แต่ควรเกิดขึ้นได้ในทุกวัน
และนี่คือเบื้องหลังแนวคิดของ ‘สุขา สุขี : THE HAPPY TOILET’ โปรเจกต์ที่เกิดขึ้นเพื่อขยับความสุขของคนไทยให้เกิดขึ้นจริง
ในการออกแบบพื้นที่สาธารณะ มาตรวัดความสำเร็จมักซ่อนอยู่ในรายละเอียดที่เล็กที่สุด นั่นคือการสร้างห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ เข้าถึงได้สำหรับคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขอนามัยเท่านั้น หากแต่คือภาพสะท้อนคุณภาพชีวิต ความฝัน และความหวังที่เหล่านักออกแบบ ทั้งสถาปนิกวิชาชีพ ผู้ออกแบบอิสระ ไปจนถึงนักเรียน นักศึกษา มีต่อคนในสังคม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ในการยกระดับความเป็นอยู่ของมนุษย์ให้เท่าเทียม
แอสเซทไวส์ จึงเปิดพื้นที่ให้เหล่านักสร้างสรรค์เข้ามาร่วมกัน ‘ถอดรหัส’ ความสุขผ่าน 6 เกณฑ์การตัดสินที่กลั่นกรองมาจากหัวใจของโครงการ
Function การออกแบบที่ใช้งานได้จริง สะดวก ปลอดภัย เพื่อให้คนทุกกลุ่มสัมผัสความสุขได้ในทันที
Aesthetic สุนทรียะที่เคารพอัตลักษณ์พื้นที่ เปลี่ยนประสบการณ์ชั่วขณะให้กลายเป็นความทรงจำสุดประทับใจไม่รู้ลืม
Sustainability แนวคิดการออกแบบที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ความสุขนี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์
Creativity ความคิดสร้างสรรค์สุดแปลกใหม่ ทั้งการจัดการแสงธรรมชาติและอากาศ เพื่อให้เข้าใกล้ ‘โคโมเรบิ’ (Komorebi) ความงามอันเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน
Technology นวัตกรรมที่พอเหมาะพอดี เพื่อสุขอนามัยที่ตรงตามมาตรฐานโลก
Constructability เชื่อมโยงอุดมคติสู่ความจริง ทั้งการก่อสร้างจริง ดูแลง่าย และควบคุมคุณภาพ เพื่อให้งานออกแบบรับใช้มนุษย์ได้ในโลกจริง
ทั้งหมดนี้ คือเบื้องหลังแนวคิดการออกแบบห้องน้ำสาธารณะ ที่ทำให้เห็นและเข้าใจว่า งานออกแบบที่สมบูรณ์ต้องไม่หยุดอยู่แค่บนหน้ากระดาษเท่านั้น แต่ต้องยืนหยัดได้จริงผ่านกาลเวลา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เปลี่ยนงานดีไซน์ให้กลายเป็น ‘ความสุขี’ ที่ยั่งยืนและจับต้องได้ในทุกวัน
โปรเจกต์ ‘สุขา สุขี : THE HAPPY TOILET’ จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะ แต่คือหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่า ‘เสียง’ ของเหล่านักออกแบบทั่วประเทศนั้นทรงพลังเพียงใด ผลงานกว่า 683 ชิ้นที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 คือประจักษ์พยานของการร่วมรังสรรค์สังคมให้ดีกว่าเดิม ทั้งหมดนี้คืองานออกแบบที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต คืนเกียรติและศักดิ์ศรีแก่ผู้ใช้งานทุกคนอย่างเสมอเหมือนเท่าเทียมกัน
“การตอบรับของโครงการ ‘สุขา สุขี : THE HAPPY TOILET’ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ผลงาน 683 ชิ้นที่ส่งเข้ามา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบไทยและคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของสังคม ทุกแนวคิดสะท้อนความตั้งใจในการสร้างห้องน้ำสาธารณะที่ดีกว่าสำหรับทุกคน เราไม่ได้มองเพียงความสวยงามของงานออกแบบ แต่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริง ความเท่าเทียม ความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และความยั่งยืนในระยะยาว เพื่อให้ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกสามารถนำไปต่อยอดเป็นต้นแบบห้องน้ำสาธารณะที่ใช้งานได้จริงในอนาคต” กรมเชษฐ์กล่าว
ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอขอบคุณผู้เข้าประกวดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิกอิสระ นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป ทุกผลงานมีคุณค่าและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้เราเชื่อมั่นว่า การยกระดับมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะไทยสามารถเกิดขึ้นได้จริง หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน”
เร็วๆ นี้ โครงการ ‘สุขา สุขี : THE HAPPY TOILET’ ได้เดินทางมาถึงหมุดหมายสำคัญ นั่นคือการประกาศผลตัดสิน เพื่อค้นหาว่าแนวคิดใด จะกลายเป็นต้นแบบห้องน้ำสาธารณะของเมืองไทย
ท่ามกลางผลงานมากมาย นี่คือเสียงสะท้อนจากผู้ชนะทั้ง 3 สาขา ที่ยืนยันว่างานออกแบบที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน เริ่มต้นจากรายละเอียดเพียงไม่กี่อย่าง นั่นคือความสะอาด ความปลอดภัย และเป็นมิตรกับผู้คนทุกเพศทุกวัย
และรางวัลชนะเลิศ ประเภทบริษัทผู้ออกแบบวิชาชีพ The Rest-Garden คือผลงานการออกแบบของ ‘สิธาพร พึ่งสำราญ’ โดยเธอบอกถึงจุดเริ่มต้นของการส่งผลงานเข้าประกวดว่า เพราะเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของบริษัทแอสเซทไวส์ว่าผลงานของเธอจะมีโอกาสสร้างขึ้นได้มาจริง จึงไม่ลังเลที่จะส่งผลงานเข้าประกวด
และอีกอย่างคือ สิธาพรอยากเห็นประเทศไทยมีห้องน้ำสาธารณะที่คนทั่วโลกนึกภาพออกเสียที เพราะตัวเธอเองมีประสบการณ์เดินทางท่องโลกมาแล้วหลายประเทศ แต่ละเมืองล้วนมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน และห้องน้ำก็เป็นตัวชี้ชัดว่าประเทศนั้นหรือเมืองนั้น ให้คุณค่ากับสิ่งที่อาจถูกมองข้ามอย่างห้องน้ำสาธารณะอย่างไร
“ห้องน้ำสาธารณะในไทยเราเป็นแบบไหน” เธอเริ่มจากการตั้งคำถาม
“มันเริ่มจากการ ‘ไม่มี’ ภาพจำแบบนั้นใช่ไหม ห้องน้ำสาธารณะไทยควรเป็นยังไง อยู่ที่ไหน เราไม่มีภาพชัดในหัว แต่ความโชคดีของเราคือกรุงเทพฯ มีห้างสรรพสินค้าเยอะ เราเลยอาศัยเข้าห้องน้ำห้างได้
“แล้วอีกอย่าง ห้องน้ำสาธารณะก็สามารถสะท้อนความเป็นเมืองของเมืองนั้นเหมือนกัน เราไปมาหลายเมืองแล้ว ทั้งญี่ปุ่น จีน ประเทศเขาพัฒนาเร็วมาก แต่ของไทยยังไม่ค่อยเห็น ถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นจริงและทำให้คนรู้สึกมั่นใจที่จะเข้าไปใช้ เปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ของห้องน้ำสาธารณะได้เท่านี้ก็ตอบโจทย์การเป็นเมืองท่องเที่ยวได้แล้ว
หนึ่ง - ปรับขนาดห้องน้ำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น และยกหลังคาให้มีช่องว่างระหว่างห้องน้ำกับฝ้าเพดาน เพื่อความโปร่ง และปล่อยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาฆ่าเชื้อโรคได้โดยตรง
สอง - ปรับรูปทรงของห้องน้ำให้มีความมน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ลดกลิ่นเหม็นอับ
สาม - พื้นห้องน้ำจะใช้คอนกรีตแบบมีรูพรุน ช่วยเรื่องของการซึบซับน้ำ และทำความสะอาดได้ง่าย
หลังจากสิ้นคำตอบของเธอ ‘โอ๊ก ศรนิล’ ผู้ชนะรางวัลชนะเลิศ ประเภทออกแบบอิสระ และประชาชนทั่วไป เจ้าของผลงาน Good Heavens! ก็ได้กล่าวขึ้นมาสนับสนุนความคิดของสิธาพรว่าเขาเห็นด้วยทุกประการ และในฐานะที่เป็นผู้ชาย สิ่งหนึ่งที่เขาอยากให้ห้องน้ำสาธารณะเปลี่ยนไปคือ อยากให้ทุกที่มีความปลอดภัย สะอาด ไร้กลิ่นอับ เหมาะแก่การเข้าใช้งาน
“เรื่องของห้องน้ำอาจจะดูเป็นส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับเมือง หรือแม้แต่ในอาคารเอง ห้องน้ำก็เป็นส่วนที่เล็กน้อยที่เรามักจะเอาไว้ทีหลัง เช่น สมมติเราออกแบบห้างสรรพสินค้า หรือว่าคอนโดมิเนียม ห้องน้ำที่เป็นส่วนกลาง เรามักจะเอาไว้ทีหลัง แต่จริง ๆ แล้วนี่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับทุกคนที่จะเข้ามาใช้ภายในตัวอาคาร”
และสิ่งที่โอ๊กสังเกตเห็นมาตลอดคือ ห้องน้ำหญิง-ชาย มักจะมีจำนวนคนต่อแถวเข้าคิวต่างกัน ห้องน้ำหญิงมักจะมีแถวยาวเหยียดอยู่เสมอ ต่างจากห้องน้ำชายที่ไม่ค่อยเห็นการยืนต่อแถวเข้าคิวมากนัก เลยเป็นที่มาของไอเดีย การจัดสรรปันส่วนห้องน้ำแบบโมดูล เพื่อรองรับการขยายตัวของจำนวนห้องน้ำในอนาคต
“ผมตั้งใจให้ใช้ Prefab คือผลิตที่โรงงานแล้วก็เอามาติดตั้งที่หน้างาน สมมติว่าห้องน้ำหญิงหรือห้องน้ำชายส่วนไหนมันไม่พอ เราก็ผลิตเพิ่มเป็นส่วน ๆ แล้วก็มาวาง จากนั้นจึงเชื่อมหลังคาเข้าหากันทีหลัง ไม่จำเป็นต้องทำให้มันใหญ่โตทีเดียว
“แล้วก็ลักษณะของการวางที่เป็น Cluster จะช่วยให้เกิดความเป็นไปได้ที่หลากหลายขึ้นในการขยายตัว ไม่ว่าจะเติม 1 โมดูล หรือเติม 2 โมดูลเข้าไป เรื่องวัสดุภายในพยายามจะให้ดูแลง่ายที่สุด ก็เลยนึกไปถึงเรื่องของผิวสเตนเลส ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการขีดเขียนในห้องน้ำ
“แล้วผมก็มีใส่ดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงไปอีก สิ่งที่ผมอัดอั้นตันใจอย่างหนึ่งคือ เวลาไปเข้าห้องน้ำ ทำไมไม่มีสายฉีดน้ำให้เราฉีด (หัวเราะ) ผมไม่ชอบใช้กระดาษมาก ๆ เลย ก็เลยคิดไปว่าหรือจริง ๆ แล้วน้ำทำให้เกิดคราบ เกิดเชื้อราสะสมในห้องน้ำหรือเปล่า เขาเลยไม่ใช้กัน งานผมเลยจะเว้น Gap ระหว่างพื้นกับผนังไว้เพื่อให้น้ำระบายออกได้ง่าย แล้วก็ไม่เกิดเหลี่ยมมุมที่เกิดเชื้อรา”
ด้านคนรุ่นใหม่อย่าง ‘ชญานนท์ ชิณวงค์’ และ ‘วุฒิชัย โคตรชา’ นักศึกษาคณะ สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าของผลงาน RINGSCAPE+ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ทลายกำแพงความน่ากลัวของห้องน้ำสาธารณะ เสริมความเฟรนลี่เข้าไป และหยิบแรงบันดาลใจจาก ‘วงปีไม้’ มาจัดสรรพื้นที่ให้คนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใช้วีลแชร์ โดยเน้นความสัมพันธ์ระหว่างวัยและการใช้พื้นที่ร่วมกันให้ได้มากที่สุด
“เราอยากให้ห้องน้ำเป็นพื้นที่โปร่งโล่ง แต่ยังคงมีความเป็นส่วนตัวไว้อยู่ แล้วก็ทำให้ตัวห้องน้ำตรงนี้มีความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ซึ่งเราได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘วงปีไม้’ สื่อถึงความเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ และอีกอย่างวงปีแต่ละวงก็มีขนาดวงที่ไม่เท่ากันทั้งหมด เราก็เอาคอนเซปต์วงปีตรงนั้นมาแมป (Map) ลงกับฟังก์ชันในแต่ละพื้นที่ อย่างเช่นห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิง แล้วก็ห้องน้ำ Universal Design
“เราออกแบบให้มี Circulation (ทางเดิน) ที่แยกกันอย่างชัดเจน แต่ก็ยังรับรู้ถึงว่าเราสามารถที่จะมองเห็นซึ่งกันและกันได้ ส่วนในโซนที่เป็น Private ก็ออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัว จะมองไม่เห็นกัน อาจจะมองเหลื่อมกัน (คล้ายลักษณะวงปีไม้) แต่พื้นที่ส่วนตัวจะไม่เห็นแน่นอน ภาพรวมของงานก็จะมีการวางฟังก์ชันที่สลับวางไว้ เหมือนกับวงปีไม้ที่ได้เอามาเป็นคอนเซปต์หลัก
“ตัวห้องน้ำก็ได้มีการคำนึงถึงเรื่องของเด็กเล็กเข้ามาด้วย จะมีพื้นที่เพลย์กราวด์ให้เด็กมารอระหว่างผู้ปกครองทำธุระ ตรงนี้ก็จะเป็นจุดศูนย์กลางของวงปีไม้ เพื่อจะใช้เป็นทางสัญจรหลัก แล้วก็เป็นฟังก์ชันเสริมเข้ามา เราอยากสร้างกิจกรรมใหม่ให้กับตัวห้องน้ำ ให้ดูมีชีวิตชีวา และมีกิจกรรมหลากหลายมากยิ่งขึ้น”
ก่อนที่ทุกคนจะทิ้งท้ายถึงแนวคิดการออกแบบว่า งานออกแบบของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากรูปทรงหรือวัสดุ หากเริ่มจากวิธีคิดเรื่อง ‘ความสุข’ ที่จับต้องได้ และสอดคล้องกับแนวทาง We Build Happiness ของแอสเซทไวส์อย่างลงตัว
“เราเห็นทัศนคติเรื่อง We Build Happiness และความตั้งใจของบริษัทมาตลอด ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำจะ Build Happiness ได้จริง ๆ และจากหลาย ๆ อย่างที่แอสเซทไวส์ทำสำเร็จมาแล้ว ก็เชื่อว่าห้องน้ำที่เราออกแบบก็น่าจะเกิดขึ้นได้จริง” สิธาพรกล่าว
โอ๊กมองคำว่าความสุขกว้างออกไปอีกขั้น เขายอมรับว่าความสุขอาจเป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคน แต่ห้องน้ำสาธารณะคือสิ่งพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องใช้ ไม่ว่าจะมีสีผิว วัย ศาสนา หรือสัญชาติใดก็ตาม
“สำหรับผม เรื่องของความสุขน่าจะเป็นเรื่องปัจเจก แต่ละคนก็อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันไป แต่เรื่องของห้องน้ำสาธารณะ ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็น 'ความสุขร่วมของมนุษยชาติ' ที่เราควรจะต้องมีห้องน้ำดี ๆ ในสถานที่และเวลาที่เราต้องใช้
“ผมอยากเห็นห้องน้ำที่สร้างความสุขได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ที่ที่เราไปคลายทุกข์อย่างเดียว ไม่ใช่แค่ปวดสุด ๆ แล้วถึงมองหา แต่อยากให้คนเดินผ่านแล้วรู้สึกว่า ‘อยากจะแวะเข้าซะหน่อย’ อยากให้ห้องน้ำเป็นส่วนสำคัญที่เพิ่มชีวิตชีวาเข้าไปให้เมือง”
ด้านชญานนท์และวุฒิชัยกล่าวย้ำถึงแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวัย ที่เป็นแกนกลางของงานออกแบบ ว่าสิ่งเหล่านี้จะก่อกำเนิดเป็นความสุขอย่างแท้จริง
“งานของพวกผมเน้นเรื่อง 'ความสัมพันธ์ระหว่างวัย' เราจะเน้นพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันให้ได้มากที่สุด ดีไซน์นี้เลยตอบในเรื่องหลาย ๆ เช่น ช่วงอายุ ความสัมพันธ์ระหว่างวัย และความสะดวกสบาย ซึ่งในแต่ละช่วงอายุก็มีข้อจำกัดในการใช้ห้องน้ำที่แตกต่างกัน ตัวนี้ก็ออกแบบมาเพื่อที่จะตอบรับกับความแตกต่างนั้น
ก่อนจะย้ำว่า สิ่งที่อยากเห็นที่สุดไม่ใช่เพียงรางวัล หากคือวันที่แบบของพวกเขาถูกสร้างขึ้นจริง “พวกผมอยากเห็นห้องน้ำที่เราออกแบบมาได้สร้างจริง ๆ ซึ่งสเกลมันไม่ได้ใหญ่มาก และเป็นโครงการที่ดีด้วย เพื่อที่จะได้เห็นไอเดียห้องน้ำที่มันน่าใช้และปรับได้ในแต่ละพื้นที่ ถ้าสร้างขึ้นมาได้จริงก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี”
และนี่คือสามเสียง สามแนวคิด ที่อาจแตกต่างกันในรายละเอียด แต่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการคืนศักดิ์ศรีให้พื้นที่เล็ก ๆ อย่าง ‘สุขา’ ให้กลายเป็น ความสุขี อย่างแท้จริง
ในท้ายที่สุดแล้ว ความสุขอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งยิ่งใหญ่เสมอไป หากแต่อาจซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ของชีวิตประจำวัน — แม้แต่ในพื้นที่ที่หลายคนมองข้ามอย่าง ‘ห้องน้ำสาธารณะ’
ดังเช่นแนวคิดเรียบง่ายของ ‘ฮิรายามะ’ จากภาพยนตร์ Perfect Days (2023) ที่ชวนให้ตระหนักว่า ความสุขที่แท้จริงอาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็กที่สุด — ความปีติที่ซ่อนอยู่ในกิจวัตรธรรมดาอย่างการดูแล ‘สุขา’ ให้สะอาดหมดจด เพื่อรอต้อนรับผู้คนที่บังเอิญเดินผ่านเข้ามาในแต่ละวัน
*รับชมผลงานผู้ชนะจากทั้ง 3 สาขาได้ที่นี่
รางวัลชนะเลิศ ระดับบริษัทผู้ออกแบบวิชาชีพ The Rest-Garden โดย สิธาพร พึ่งสำราญ https://thehappytoiletproject.com/.../COMP0.../COMP00515.pdf
รางวัลชนะเลิศ ระดับผู้ออกแบบอิสระ และประชาชนทั่วไป Good Heavens โดย โอ๊ก ศรนิล https://thehappytoiletproject.com/.../IND00086/IND00086.pdf
รางวัลชนะเลิศระดับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา RINGSCAPE+ โดย ชญานนท์ ชิณวงค์ และ วุฒิชัย โคตรชา https://thehappytoiletproject.com/.../STU00686/STU00686.pdf