05 ก.พ. 2569 | 10:00 น.

KEY
POINTS
“พื้นที่ที่ดี ไม่ควรมีแค่คนมาเยือนชั่วครั้งคราว แต่ควรมีคนอยากกลับมาใช้ชีวิต”
วิสัยทัศน์ของ ‘ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ’ Executive Director ของ Stella X ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมควบคู่กับธุรกิจด้านสุขภาพ (Wellness) กับการวางรากฐาน Stella Ozone Khao Yai สู่ Well-Being Community แห่งอนาคต ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของธุรกิจท่องเที่ยวและอีเวนต์
หลังเปิดตัวลานคอนเสิร์ตกลางแจ้งในปี 2568 ที่ผ่านมา Stella Ozone Khao Yai ทำให้เขาใหญ่ถูกจับตามองในฐานะ Year-End Destination แห่งใหม่ของประเทศ แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังภาพความสำเร็จเชิงอีเวนต์ คือวิธีคิดของณัฐพศิน ผู้อยู่เบื้องหลังที่มองว่า พื้นที่แห่งนี้สามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่าเสียงเพลงและแสงไฟบนเวที นั่นคือ ให้สถานที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
เพราะบางครั้งสถานที่หมายถึง ผู้คนและห้วงเวลาที่ทำให้ใครหนึ่งได้กลับมาพักกาย ดูแลใจ และใช้เวลาคุณภาพตามจังหวะชีวิตของตัวเอง
ในโลกที่เร่งรีบ เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และต้องแบกแรงกดดันที่มองไม่เห็นมากมาย ณัฐพศิน มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้คนยุคใหม่อย่างชัดเจน ความบันเทิงไม่ใช่คำตอบของการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว แต่คนต้องการ ‘พื้นที่พักใจ’ ที่เปิดโอกาสให้วางความวุ่นวายภายนอก อยู่กับตัวเอง และปล่อยให้หัวใจได้พักครู่หนึ่ง
เขาจึงเชื่อว่า การท่องเที่ยวและอีเวนต์ต้องตอบโจทย์พร้อมกันหลายมิติในอนาคต ไม่ใช่แค่มอบความสนุก แต่ต้องครอบคลุมไปถึงเรื่องการดูแลสุขภาพกายและใจ เปิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเจอกันและสร้างบทสนทนาที่มีความหมาย พร้อมกับให้ผู้คนได้กลับมาเชื่อมโยงกับตัวเองอีกครั้ง
แนวคิดนี้เอง ที่ทำให้ Stella Ozone Khao Yai ถูกกำหนดบทบาทใหม่ จากสถานที่พักผ่อนและจัดกิจกรรม สู่การเป็น Well-Being Community Destination
ภายใต้การกำหนดทิศทางแผนการพัฒนาของ Stella X ในปี 2569 ที่ไม่ได้โฟกัสเพียงความยิ่งใหญ่ของงาน แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ผู้คนจะได้ใช้เวลาร่วมกันในพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การต่อยอดจากคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี สู่ Well-Being Community Ecosystem รวมกิจกรรมหลากหลายไว้ในที่เดียว เพื่อรองรับ community trends ที่กำลังเติบโตในระดับโลกและภูมิภาค
กิจกรรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ยกตัวอย่างเช่น
ทุกกิจกรรมถูกออกแบบให้เกิดขึ้นควบคู่กัน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เลือกจังหวะชีวิตของตัวเอง ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ปล่อยให้ธรรมชาติค่อย ๆ นำทางตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องเดินทางไปที่อื่น
หนึ่งในแนวคิดหลักที่ณัฐพศินย้ำอยู่เสมอ คือการเปลี่ยนบทบาทของผู้เข้าร่วมงาน จาก ‘ผู้ชม’ ไปสู่ ‘สมาชิกของพื้นที่’
เขาไม่ได้มองความสำเร็จจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการกลับมาใช้พื้นที่ซ้ำ การบอกต่อคนใกล้ตัว และความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามกาลเวลา
“ถ้าคนกลับมา เพราะเขารู้สึกว่าได้อะไรบางอย่างกลับไป นั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง” ณัฐพศินกล่าว
ด้วยวิสัยทัศน์ในฐานะ Executive Director ของ Stella X ณัฐพศินเลือกวางตำแหน่งของ Stella Ozone Khao Yai ให้เป็นหนึ่งในพื้นที่ไม่กี่แห่งของเขาใหญ่ที่สามารถพัฒนาเป็น Nature-Led Well-Being Hub เชื่อมโยงธรรมชาติ ผู้คน และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน
ปี 2569 Stella Ozone Khao Yai ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของการวางรากฐานระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิต (Well-Being Community Ecosystem) ที่ผู้คนสามารถกลับมาดูแลร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์ของตนเองในระยะยาว ซึ่งอาจทำให้เขาใหญ่ถูกจดจำมากกว่าการเป็นสถานที่พักผ่อน แต่เป็นพื้นที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นได้จริง
เพราะสิ่งสำคัญของการพัฒนา Stella Ozone Khao Yai คือ การค่อย ๆ วางโครงสร้าง เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เติบโตไปพร้อมกับผู้คนและบริบทของสังคมอย่างยั่งยืน
เขาเชื่อว่า พื้นที่ที่ดีไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเอง แต่ต้องทำให้ผู้คน ‘รู้สึกได้’ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาไปจนถึงวันเดินทางกลับ แล้วความผูกพันเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้คนอยากกลับมาใช้ชีวิต
ท้ายที่สุด Stella Ozone Khao Yai หวังให้พื้นที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ผู้คนเลือกกลับมาอยู่ เพื่อพักกาย ดูแลใจ และใช้ชีวิตในจังหวะที่เหมาะกับตัวเองอีกครั้ง ภาพของเขาใหญ่จึงค่อย ๆ ถูกจดจำในฐานะพื้นที่หุบเขาที่หล่อเลี้ยงการใช้ชีวิต ช่วยให้ผู้คนเดินไปข้างหน้าอย่างสมดุลและมีความหมาย