‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

‘นูโว’ คือ วงที่เดินทางข้ามยุคจากยุคปลาย 80 มาจนถึงปี 2026 แม้จะมีจุดที่แยกย้ายกันไปเติบโต แต่พวกเขาค้นพบแล้วว่า การเล่นด้วยกันดีกว่าและสนุกกว่าการทำงานคนเดียว

KEY

POINTS

เมื่อพูดถึงวงป๊อปร็อกไทยช่วงปลายยุค 80 คงยากที่จะมองข้ามชื่อของ ‘นูโว’ วงดนตรีที่ฝากเพลงฮิตไว้มากมาย และยังคงกลับมารวมตัวกันบนเวทีครั้งแล้วครั้งเล่า

ตลอดเกือบสี่ทศวรรษที่ผ่านมา สมาชิกทั้งหกคนผ่านทั้งช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จ การแยกย้ายไปเติบโตบนเส้นทางของตัวเอง และการกลับมาพบกันอีกครั้ง จนค้นพบว่า ความสุขของพวกเขายังคงอยู่ที่การเล่นดนตรีร่วมกัน

แม้เราจะเกิดไม่ทันวันที่นูโวออกอัลบั้มแรก ไม่ได้เห็นภาพวันที่เทปขายล้านตลับ หรือบรรยากาศคอนเสิร์ตในช่วงที่วงกำลังโด่งดังที่สุด ความทรงจำที่มีต่อวงจึงมาจากเพลงที่ยังถูกเปิดฟังอยู่เสมอ เรื่องเล่าของคนรุ่นพ่อแม่ และชื่อของนูโวยังคงอยู่ในบทสนทนาของวงการเพลงไทย

จึงเป็นเหตุผลที่ครั้งนี้ The People ชวนสมาชิกทั้งหกคนของนูโวมาย้อนเวลาตั้งแต่วันแรกของเส้นทางดนตรีจนมาถึงวันที่เพลงกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำผู้คน และกำลังจะมีคอนเสิร์ต CIMBweBOND Presents “NUVORIGINAL” ที่กำลังจะจัดขึ้นวันที่ 1-2 สิงหาคม 2569 ที่ Paragon Hall 

เพื่อหาคำตอบว่า อะไรทำให้วงดนตรีวงหนึ่งยังคงถูกเรียกว่าเป็น ‘ตำนาน’ ของวงการเพลงไทย 

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

กำเนิด ‘NUVO’

ปฏิเสธไม่ได้ว่า จุดเริ่มต้นของนูโว คือ การได้รับโอกาสจาก ‘เต๋อ’ เรวัตน์ พุทธินันทน์ หลังจากได้ลองฟังเดโม่ที่เด็กหนุ่ม 5 คนทุ่มแรงกายและแรงใจลงไปในบทเพลง

ก้องพูดถึงความทรงจำเกี่ยวกับเดโม่เพลงนั้นว่า มันอาจจะไม่ใช่เพลงที่ดีสุด แต่เป็นเพลงป๊อปที่สะท้อนคาแรกเตอร์และความตั้งใจของพวกเขาได้ดี

“พี่เชื่อว่า ณ วันนั้น พี่เต๋ออาจจะไม่ได้มองว่ามันดี แต่เขาคงเห็นไฟว่า เด็กพวกนี้อายุ 18-19 ปี เอ็งทำกันได้ขนาดนี้ ก็เลยรับเข้าแกรมมี่” 

ส่วนพี่โจเสริมว่า พี่เต๋อฟังเพลงแล้ว ยังไปดูพวกเขาเล่นดนตรีทุกวัน เพื่อให้มั่นใจว่าเหล่านักดนตรีไฟแรงที่เขาตัดสินใจเลือกมีไฟในการเล่นดนตรีจริง ๆ 

“พี่เต๋อเห็นว่าหน่วยก้านเราดีในวัยนั้น แต่อยากจะรู้ว่าพวกนี้เป็นแบบไหน ก็เลยไปดูเราเล่นที่ผับสามปีทุกวันนะ เขาเลยรู้สึกว่าพวกนี้เป็นนักดนตรีแล้ว เล่นทุกวัน เข้าแก๊ปเขาเลย ก็เลยคลอดออกมาเป็นนูโว”

โจเล่าบรรยากาศของการอัดเพลงยุคนั้นว่า ทุกอย่างเป็นระบบอนาล็อก อัดเสียงเสร็จก็ฟังวนกันอยู่หลายรอบ จนกว่าจะได้เป็นเพลงที่สมบูรณ์

“ฟังเป็นหลายล้านรอบเลย สมัยก่อนไม่มี bounce หรือส่งกันผ่านอีเมล เป็นเทปล้วน ๆ พกกันเป็นปึก อันไหนไม่อัปเดตก็ทิ้ง แล้วก็อัดทับกันไปเรื่อย ๆ”

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

ปี 2531 นูโวปล่อยอัลบั้มแรก ‘เป็นอย่างงี้ตั้งแต่เกิดเลย’ 

จากกลุ่มเด็กผู้ชายที่ชอบเล่นดนตรี เมื่อวันเดบิวต์มาถึง พวกเขาดีใจและตื่นเต้น แล้วกิมมิกสำคัญของอัลบั้มนี้ คือ ทุกเพลงจะถูกต่อด้วยคำว่า ‘เลย’

มันไม่ได้มีเหตุผลอื่นเป็นพิเศษ แต่เป็นจุดขายที่ทำให้พวกเขาสัมผัสความรู้สึกของการเป็นศิลปินล้านตลับเป็นครั้งแรก 

“ผมว่าตอนซื้อเทป แฟนเพลงคงไม่ได้ดูชื่อเพลงหรอก เพราะปล่อยอาทิตย์แรก เทปไม่เดินเลย แต่หลังจากไปเล่นสดครั้งแรกที่ช่อง 5 สองอาทิตย์หลังจากนั้น ปั๊มเทปไม่ทัน MGA แตกล้านตลับภายในสองเดือน” โจเล่า

นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ‘นูโว’ เป็นร็อกแบนด์แห่งยุคและเดินทางก้าวข้ามเวลาจนเป็นตำนานถึงวันนี้ 

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

วงร็อกแนวใหม่ที่ประเทศไทยไม่มี

โจพูดถึงเหตุผลที่ทำให้นูโวเป็นที่รักของแฟนคลับ คือ การเป็นวงแบนด์ป๊อปร็อกสมัยใหม่ที่ครบเครื่องและความไร้เดียงสาผ่านบทเพลงที่กินใจคนฟัง

“เราเล่นสดได้แบบไร้เสียงสา จิ้มไป เล่นไป ดีดเปียโนไป ตีกลองไป มันเป็นความ innocence ของเด็กอายุ 22-23 ปี ไม่มีอาหารรสชาตินี้ มี sound effect ที่สมัยใหม่แบบนี้ ในเมืองไทย พอกินไป เขาก็ติดใจ”

 

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

ส่วนจอห์นบอกว่า แนวเพลงของนูโวค่อนข้างหลากหลายทำให้กินพื้นที่คนฟังได้หลากหลาย และยังคงทำงานกับความรู้สึกของผู้คนมาตลอก แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 40 ปี 

“รสชาติของเพลงแต่ละเพลงที่อยู่ในอัลบั้มชุดแรกมันมีสีสันมาก ภาพต่างๆที่ออกมา ซีรีส์สุด ๆ ไปเลย ทั้งคอนเสิร์ตหรือมิวสิควิดีโอ ทุกวันนี้ยังดูเพลินอยู่เลย มันเป็นปรากฎการณ์ ถึงจะไม่มีหน้าสื่อเยอะเหมือนในปัจจุบัน”

เมื่อมองย้อนกลับไป ความสำเร็จของนูโวจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นผลจากการกล้าลองสิ่งใหม่ และการทำงานอย่างละเอียดในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่เพลง การแสดงสด ไปจนถึงภาพลักษณ์ของวง จึงไม่แปลกที่ผลงานของพวกเขาจะยังคงถูกหยิบกลับมาฟังและพูดถึงอยู่เสมอ

เบื้องหลังการร่วมงานกับนักแต่งเพลงระดับตำนาน 

การที่เพลงของนูโวติดหู ส่วนหนึ่งคงต้องยกเครดิตให้กับนักแต่งเพลงมือทองแห่งยุคที่มาร่วมเขียนเพลงและทำนองให้ ยกตัวอย่างเช่น เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์, จอร์จ Sevendogs, สีฟ้า, อภิไชย เย็นพูนสุข, ชุมพล สุปัญโญ รวมถึง ‘ดี้’ นิติพงษ์ ห่อนาค 

แม้จะเขียนเพลงไว้มากมาย แต่เพลงของ ‘ดี้’ นิติพงษ์ ห่อนาคที่มอบให้กับนูโวจะเป็นเพลงช้า แนวซึ้ง อย่างทำไปไม่รักกัน หลอกกันเล่นเลย ไม่เป็นไรเลย หรือ ‘กวีบทเก่า’

เมื่อพูดถึงเพลง ‘กวีบทเก่า’ ก้องเริ่มแชร์ก่อนว่า ถือเป็นเพลงที่ฟังครั้งแรก แล้วรู้เลยว่า เพลงนี้จะดังและเป็นอมตะ

“เราฟังกันตอนนั่งรถไปต่างจังหวัด เวอร์ชันที่เป็นร้องไกด์ เป็นแค่เดโม่ แต่รู้สึกว่าเพลงนี้โดนแน่ ๆ แล้วมันก็โดนจริง ๆ พอเสร็จสมบูรณ์ก็เป็นเพลงอมตะเพลงหนึ่ง”

ส่วน ‘เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์’ โจบอกว่า เขาจะเป็นคนแก้ทำนองให้เข้าปากและทำให้เพลงเหล่านั้นสมบูรณ์ก่อนจะส่งตรงถึงหูคนฟัง 

เรียกได้ว่า นูโวเองก็เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับชีวิตในห้องอัด แล้วเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเขาตลอดมา

หนึ่งในนั้น คือ ตอนอัดเพลง ‘เก็บไว้ให้เธอ’

พวกเขาใช้เวลาไป 2 วัน แต่ยังจำช่วงเวลาเหล่านั้นได้ดีราวกับเกิดขึ้นได้ไ่นาน

โจพูดต่อว่า “เก็บไว้ให้เธอ จะเป็นไลน์ออร์แกน อัดกันไปสองวัน เอาให้เป๊ะ เพราะพี่เจ๋อบอกห้ามมั่ว สมมติผมร้องผิดปุ๊บ กด rewind แล้วกด stop กด play อีกรอบ เตรียมเข้าแล้วกดสีแดงเพื่ออัด ถ้าพลาดก็อัดใหม่ เดี๋ยวนี้มี copy paste สมัยก่อนอดทน ยืนกันจนเมื่อยขาเลย”

ไม่เพียงเท่านั้น สมาชิกนูโวทุกคนก็ร้องเพลงและดนตรีด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป 

เพราะจอห์นบอกว่า อายุที่มากขึ้น ประสบการณ์ที่มากขึ้น ก็ทำให้เพลงรักที่หวานซึ้งค่อย ๆ เป็นความรักที่โตขึ้น

“ล่าสุด ผมร้องเพลงกวีบทเก่า เรารู้สึกว่าความหมายมันเริ่มเปลี่ยน เพราะกาลเวลาของเพลงกับอายุของเรากับแฟน ๆ ทำให้มีความหมายเพิ่มขึ้น เหมือนเข้มข้นเรื่อย ๆ เป็นขิงแก่ที่มีรสชาติลงตัว จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่เพลงกวีบทเก่า แต่หมายถึงเพลงนูโวทุกเพลง”

ช่วงเวลาที่แยกย้ายกันไปเติบโต

“นูโวไม่เคยวงแตก มีแต่แยกย้ายไปทำความฝัน” โจบอก

จริงอยู่ที่นูโวมีช่วงพักวงไปนานถึง 8 ปี สมาชิกแต่ละคนก็ไปเลือกเดินบนเส้นทางของตัวเอง เราจึงเห็นอัลบั้มโจก้อง อัลบั้มเดี่ยวของจอห์น เห็นใหม่เปิดห้องอัดของตัวเอง เห็นสุกไปทำงานกองถ่าย เริ่มวางแผนอนาคตของตัวเอง 

“ผมว่าการพักวงเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะเกิดลึกสุดใจขึ้นมา เกิดไม่กล้าบอกเธอขึ้นมา เป็นเพลงใหม่ ๆ ที่ทำให้คนรู้จักนูโวมากขึ้น” ใหม่เสริม

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

ซึ่งเพลงที่หลายคนคิดถึง ก็คือ เพลง ‘รักจากน้ำตา’ ที่ได้ ‘โต’ วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ โต Silly Fools มาช่วยแต่งเนื้อและทำนองให้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน แล้วค่อยอัดเสียงจนเป็นเพลงที่ทุกคนรู้จัก

เพราะบนเส้นทางดนตรีแสนยาวไกล โจบอกว่า ทุกคนก็มีความฝันของตัวเอง อยากเดินอ การอยูอกจากกรอบเดิม ๆ ของตัวเอง เพื่อเดินทางไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ แล้วกลับมาเข้าใจตัวเองอีกครั้ง

“คนเล่นกีตาร์ทุกคนก็อยากรู้ว่า ตัวเองไปได้แค่ไหน แต่ว่าเราต้องพิสูจน์ก่อน ถ้าเราไม่ลองออกไปวิ่งเราก็ไม่รู้หรอกเราวิ่งได้กี่กิโลเมตร” 

ไม่ได้มีเพียงงานดนตรี แต่เรายังเห็นจอห์น โจ ก้องขยับมาชิมลางงานแสดงที่ตราตรึงใจผู้ชมมาตลอด แต่ถึงอย่างนั้น การเล่นดนตรีกับเพื่อน ๆ นูโวยังเป็นความสนุกที่ถูกเชื่อมด้วยเสียงดนตรี

สำหรับโจ เขาบอกว่า การที่นูโวทั้ง 6 คนอยู่ด้วยกันมันดีกว่าการอยู่คนเดียว

“เราหายกันไป 8 ปี กลับมาอัลบั้ม NUVO in Love แล้วรู้สึกว่าอยู่ด้วยกันมันดีกว่า”

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

 

ส่วนจอห์นบอกว่า นูโว คือ ครอบครัวและเพื่อนที่ใช้ชีวิตด้วยกันมามากกว่าครึ่งชีวิต แล้วยังสนุกทุกครั้งเมื่อทุกคนได้มาเล่นดนตรีด้วยกัน

“ตอนผมออกอัลบั้มเดี่ยว ต่อให้มีวงมาเล่น แต่ไม่ได้ใกล้เคียงกับความรู้สึกที่ผมเป็นหนึ่งในหกที่นั่งอยู่ตรงนี้ ยืนคนเดียวมันไม่มีความสุขเท่าหกคน”

“ผมคิดว่านี่แหละคือครอบครัวเรา ครอบครัวนูโว เราอยู่กันมา 40 ปี ผมอยู่กับเพื่อน ๆ กลุ่มนี้มากกว่าสมาชิกในครอบครัวผมอีกมากกว่าลูกชายผมที่อายุ 15-20 ปี This is Family เป็น Nuvo Family”

ความสัมพันธ์ของสมาชิกทั้งหกคนที่ยืนยาวมาหลายทศวรรษ จึงกลายเป็นภาพที่แฟนเพลงได้เห็นและสัมผัสมาตลอดเวลา ความผูกพันระหว่างคนในวงค่อย ๆ สร้างความผูกพันกับผู้ฟังไปพร้อมกัน จนเกิดเป็นฐานแฟนคลับที่เติบโตเคียงข้างนูโวมาหลายยุคหลายสมัย

Magic Moment กับแฟนคลับ

แม้จะมีช่วงที่สมาชิกแต่ละคนออกไปใช้ชีวิตแล้วแยกย้ายกันไปเติบโต แต่จอห์นบอกว่า สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมมาตลอด คือ ความรักในเสียงดนตรี เพื่อส่งมอบความสุขให้กับแฟนเพลง

“โมเมนต์ในห้องซ้อมดนตรี เหมือนเดิมมาตลอด การเล่นดนตรีในเพลงเดียวกัน แล้วรู้สึกว่า นี่คือส่วนของกลอง ดีดกีตาร์ สิ่งที่เราทำด้วยกันใน combination ของการเป็นวง ไปอยู่บนเวที แล้วส่งต่อให้แฟน ๆ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษ” 

โจเล่าต่อว่า วันนี้นูโวเดินทางมาถึงปีที่ 38 แล้ว แฟนคลับอาจจะเปลี่ยนผ่านวัยจากวันรุ่นเป็นผู้ใหญ่ ทว่าสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือ เสียงร้องสุดเสียงและการร่วมสร้างความสุขไปด้วยกัน ไม่เปลี่ยนแปลง

“แฟนคลับเราจะเป็นพี่เราประมาณ 5 ปีและเป็นน้องประมาณ 10 กว่าปี แล้วยังร้องเพลงแล้วสนุกไปกับเราเหมือนเจอกันวันแรก กรี๊ดกร๊าดโดยลืมอายุ ผมว่าผมประทับใจมาก”

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินที่เรารักแล้ว เราก็พร้อมจะทุ่มแรงกาย แรงใจ และแรงสนับสนุน ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เพราะมันคือการสนับสนุนกันทั้งสองฝ่าย ผ่านความทรงจำและเสียงเพลง 

แล้วศิลปินก็รับรู้และขอบคุณมาตลอด 

“ขอบคุณที่ให้กำลังใจ ยังเชียร์พวกเรามาตลอด ถ้าไม่มีแฟนคลับ พวกเราคงไม่มีโอกาสได้มายืนบนเวที เพราะพวกเขา เลยทำให้เรายังได้แสดงบนเวทีใหญ่ ๆ ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงทุกวันนี้” ก้องบอกความในใจถึงแฟนคลับ

ตำนานถึงคนรุ่นใหม่

ชื่อวง ‘นูโว’ อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูสำหรับคนรุ่น Gen Z มากนัก หลายคนอาจรู้จักพวกเขาผ่านเพลงที่พ่อแม่ฟัง หรือเห็นภาพการกลับมารวมตัวกันในคอนเสิร์ตมากกว่าจะเติบโตมากับผลงานของพวกเขา

เราจึงชวนสมาชิกวงนูโวนิยามตัวตนของวงให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักด้วยคำพูดของพวกเขาเอง

สำหรับจอห์น ความเป็นนูโวไม่ได้มีแค่เพลงป๊อปร็อกที่ฟังสนุก แต่ยังเป็นวงที่เคยหยิบเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อมมาถ่ายทอดผ่านบทเพลง 

“ผมคิดถึงเพลงนี้ ‘ดูแลโลกนี้ให้ดีอย่างเดิมดีกว่า ดูแลรักษาฟ้าดินแผ่นน้ำให้ดี’ ผมอยากจะบอกคนรุ่นนี้ว่าตอนที่ผมอายุเท่าคุณ เพลงที่ผมร้องก็ร้องเพื่อสิ่งดี ๆ งาม ๆ แบบนี้แล้วคนชอบทั้งประเทศ เมื่อก่อนคนรุ่นเราจะร้องถึงสิ่งที่งดงาม เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องต่าง ๆ ที่อยากให้สังคมดีขึ้น”

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

ขณะที่โจเลือกนิยามนูโวด้วยประวัติศาสตร์ของวงว่า “40 ปีก่อนมันมีเหตุการณ์สำคัญอยู่เรื่องหนึ่ง คือมีวงหนึ่งโคตรดังเลย ลองไปรื้อดู” 

ในวันที่คนรุ่นใหม่มีตัวเลือกทางดนตรีนับไม่ถ้วน สมาชิกนูโวไม่ได้พยายามอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงสำคัญ พวกเขาเพียงชวนให้เปิดฟังเพลง แล้วปล่อยให้บทเพลงเป็นผู้พูดแทน

ความเป็นออริจินัลของนูโวที่กลับมาอีกครั้ง

1-2 สิงหาคม 2569 นี้ สมาชิกทั้ง 6 คนของนูโวจะกลับมาจัดคอนเสิร์ตอีกครั้งในรอบ 7 ปี 

คอนเสิร์ตครั้งนี้ พวกเขาใช้ชื่อว่า CIMBweBOND Presents “NUVORIGINAL” คอนเสิร์ตที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์คอนเสิร์ตที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน

ก้องบอกว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้ นูโวจะเล่นคอนเสิร์ตไปพร้อมกับภาพยนตร์ แล้วพวกเขาก็ตั้งตารอเช่นกันว่า คอนเสิร์ตจะเป็นอย่างไร และสนุกมากแค่ไหน 

“การเล่นคอนเสิร์ตสดกับภาพยนตร์มันจะควบรวมกันได้อย่างไร พี่ก็ไม่เคยเห็นวงไหนในโลกใบนี้ทำแบบนี้ เราทำเป็นวงแรกเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกมาเป็นอย่างไร พี่ยังอยากดูเลย อยากให้แฟน ๆ นูโวทุกคนได้มาดูโชว์นี้”

‘นูโว’ มิตรภาพ 38 ปีที่ทำให้รู้ว่า การอยู่ด้วยกัน 6 คนมันดีกว่าแยกย้ายไปเติบโต

อีกหนึ่งความพิเศษที่จอห์นบอกไว้ คือ เพลงหน้า B และแขกรับเชิญตัวท็อปที่แฟนคลับตั้งตารอได้เลย แล้วมากกว่าความอลังการของโปรดักชันและบทเพลงที่คิดถึง คือ การหวนคืนความทรงจำของนูโวและแฟนคลับอีกครั้ง

“มันเป็นเรื่องความทรงจำที่ดี เป็นโมเมนต์ที่ของคนที่อยู่กับเราตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ เขาเรียกว่า legend มันจะ continue ไปด้วยตัวมันเพลงเองหรือตัวเราเองต่อไป

“แล้วความเป็น NUVORIGINAL ก็คงไม่ใช่  NUVORIGINAL ถ้าขาดแฟนคลับและเพลงทั้งหมดที่เราคุยกัน มันจะเป็นปรากฎการณ์ เมื่อทั้งสองอย่างมารวมกันในวันที่ 1 และ 2 สิงหาคมนี้” 

สามารถซื้อบัตรได้ที่ https://www.thaiticketmajor.com/nuvoriginal/

เพราะทั้งหมด คือ ความตั้งใจของวงป๊อปร็อคแบนด์ที่อยากตอบแทนแฟนคลับที่อยู่เคียงข้างกันมานานเกือบสี่ทศวรรษ และประกาศให้โลกรู้อีกครั้งว่า ประเทศไทยมีวงระดับตำนานที่ชื่อ ‘นูโว’

 

ภาพ : ดำรงฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม