พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 : เมื่อ ‘ความอ้วน' กลายเป็นกฎเหล็ก ในการใส่สูทของเหล่าสุภาพบุรุษ

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 : เมื่อ ‘ความอ้วน' กลายเป็นกฎเหล็ก ในการใส่สูทของเหล่าสุภาพบุรุษ

ธรรมเนียมการไม่ติดกระดุมสูทเม็ดล่างสุดมีที่มาจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ซึ่งมีพระวรกายท้วมขึ้น จึงทรงปลดกระดุมออกเพื่อให้สวมใส่สบายขึ้น

KEY

POINTS

หากสูทที่คุณสวมมีกระดุมสามเม็ดโปรดจำไว้ว่า

- เม็ดบนจะกลัดหรือปล่อยก็ได้

- แต่จงกลัดเม็ดกลางไว้เสมอ

- ส่วนกระดุมเม็ดล่างสุดให้ ‘เว้นว่าง’ เอาไว้

เช่นเดียวกับเสื้อกั๊ก (Waistcoat) ที่มีกฎคล้ายกัน คือ ควรปล่อยกระดุมเม็ดล่างให้เป็นอิสระเช่นกัน

ทั้งหมดนี้คือธรรมเนียมปฏิบัติ ที่กลายเป็นกฎเหล็กในการแต่งกายของเหล่าสุภาพบุรุษ มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แม้ในปัจจุบันระเบียบการแต่งกายจะผ่อนปรน และเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากขึ้น แต่กระดุมเล็ก ๆ เม็ดนี้ ยังคงทำหน้าที่ไม่ต่างจาก ‘รหัสลับ’ คอยส่งสารบางอย่างออกมาได้อย่างน่าประหลาด 

และนี่คือเรื่องราวของกระดุมเม็ดล่างสุด ที่สามารถพาย้อนกลับไปยังการดำรงอยู่ของชนชั้นสูง อิทธิพลที่พวกเขาส่งผ่านมายังเหล่าสามัญชน กระทั่งกลายเป็นข้อปฏิบัติขั้นพื้นฐานในการแต่งกายด้วยสูท

ถึงจะไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเหตุใดต้องปล่อยกระดุมเม็ดล่างสุดเอาไว้เสมอ แต่จากการสืบค้นข้อมูล ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นมาจาก ‘พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7’ (King Edward VII ครองราชย์ระหว่างปี 1901 - 1910) ในสมัยยังเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ ช่วงนั้นพระองค์เพลินเพลินกับอาหารมากไปหน่อย ทำให้พระวรกายเริ่มท้วมขึ้น ประจวบกับแฟชันสูทกำลังเป็นที่นิยม ทำให้ทุกครั้งที่สวมสูทเข้ารูป พระองค์จึงหยุดติดกระดุมเม็ดล่างเพื่อให้สวมใส่ได้สบายขึ้น

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 : เมื่อ ‘ความอ้วน' กลายเป็นกฎเหล็ก ในการใส่สูทของเหล่าสุภาพบุรุษ

“พระองค์เสวยอาหารจัดเต็มในมื้อเช้า มื้อกลางวัน ชา มื้อค่ำ (โดยปกติจะมีสิบสองคอร์ส) และมื้อดึก พระองค์ดื่มในระดับพอประมาณ แต่โดยปกติจะสูบซิการ์ขนาดใหญ่มหึมาสิบสองมวน และบุหรี่ยี่สิบมวนต่อวัน” Oxford Dictionary of National Biography ระบุ

ด้วยความจงรักภักดีและความเกรงใจ เหล่าข้าราชบริพารและสุภาพบุรุษในราชสำนักจึงเริ่มปลดกระดุมตาม เพื่อไม่ให้กษัตริย์ของพวกเขาดูแปลกแยก จนในที่สุดพฤติกรรมนี้ก็กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสุภาพบุรุษชาวอังกฤษและแพร่หลายไปทั่วโลกในชื่อ ‘ทฤษฎีเอ็ดเวิร์ดเดียน’ (The Edwardian Theory) ตามที่ ‘เซอร์ ฮาร์ดี เอมีส’ (Sir Hardy Amies) ดีไซเนอร์ในตำนานและช่างตัดเสื้อประจำพระองค์สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 นานเกือบสี่ทศวรรษ เคยบรรยายไว้ในปี 1992 กับ The Royal Society for the Encouragement of Arts, Manufactures and Commerce 

เขาได้ไล่เรียงประวัติของสูทของสุภาพบุรุษชาวอังกฤษ ตั้งแต่ปี 1670 จนถึงยุคปัจจุบัน โดยบอกว่าสูทกระดุมแถวเดียวแบบที่เราเห็นในปัจจุบัน เป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี 1906 และถูกเรียกว่า lounge suit (ชุดสูทสากล ซึ่งกลายเป็นแฟชันกระแสหลักของผู้ชายยุคนั้น จากอิทธิพลของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 - ผู้เขียน)

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 : เมื่อ ‘ความอ้วน' กลายเป็นกฎเหล็ก ในการใส่สูทของเหล่าสุภาพบุรุษ

ชุดลักษณะนี้ จะมีกระดุมสามเม็ด แต่ก็ยังแตกต่างจากสูทในปัจจุบันเล็กน้อย คือจะถูกออกแบบมาสำหรับการสวมใส่แบบสบาย ๆ มากกว่า และมีทรงหลวมเพื่อให้เจ้าของชุดดูดีที่สุด ขณะจับบังเหียนม้า 

เอมีสยังบอกอีกว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือการควบคุมการทิ้งตัวของผ้า และตำแหน่งกระดุมบริเวณเอว ดังนั้น ชุดสูทสากลจึงเริ่มเข้ามาแทนที่เสื้อโค้ตสำหรับขี่ม้าแบบดั้งเดิม กระดุมเม็ดที่สามของชุดสำหรับขี่ม้าจะอยู่ต่ำกว่าระดับเอว จึงจำเป็นต้องปล่อยไว้โดยไม่ติด เพื่อให้เสื้อทิ้งตัวได้อย่างสวยงามทุกท่วงท่าขณะบังคับบังเหียนบนหลังม้า เพราะหากฝืนติดกระดุมเม็ดล่าง ผ้าจะรั้งจนเกิดรอยยับรูปตัว X บริเวณหน้าท้องทันที 

“พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ปล่อยกระดุมเม็ดล่างของเสื้อไว้ไม่ติดเสมอ เพราะพระองค์อ้วน พระองค์รู้สึกว่าสบายกว่าถ้าปลด และทุกคนก็ทำตาม ปัจจุบันจึงถูกตัดเย็บมาโดยตั้งใจให้ไม่ต้องติดกระดุมเม็ดสุดท้าย” เอมีสระบุ

แต่จากคำบอกเล่าของ ‘โรเบิร์ต จอห์นสัน’ (Robert Johnson) ผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่นของ GQ ประเทศอังกฤษ เขาบอกว่าตำนานที่ส่งต่อมา ‘น่าจะ’ เป็นเรื่องแต่ง เพราะทฤษฎีนี้ดูจะเหนือจินตนาการไปหน่อย ต่างกับเหล่านักประวัติศาสตร์แฟชันอังกฤษ ที่พวกเขาเชื่อว่านี่คือข้อเท็จจริง แม้รายละเอียดบางส่วนจะเลือนรางไปตามกาลเวลาก็ตาม

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 : เมื่อ ‘ความอ้วน' กลายเป็นกฎเหล็ก ในการใส่สูทของเหล่าสุภาพบุรุษ

ขณะที่นักประวัติศาสตร์บางกลุ่ม เชื่อว่าบางทีอาจมีทฤษฎีอื่นควบคู่ไปด้วย นั่นคือทฤษฎีขี่ม้า (The Riding Theory) เสื้อโค้ทในสมัยก่อนมีกระดุมหลายเม็ด การปลดเม็ดล่างจะช่วยให้ชายเสื้อไม่รั้งและไม่ยับเมื่อต้องนั่งบนอานม้า เป็นเพียงการปรับตัวตามธรรมชาติของเสื้อผ้า เพื่อให้ผู้สวมใส่ลุกนั่งได้สะดวกขึ้น โดยที่เสื้อไม่เลิกขึ้นมากองที่หน้าอก

เมื่อยุคสมัยผันผ่าน จากสูทสามกระดุม กลายมาเป็นสองกระดุมซึ่งถือเป็นมาตรฐานหลักของยุคสมัยใหม่ (เช่น ทรง Ludlow ของ J.Crew) แต่หลักการของเอ็ดเวิร์ดยังคงอยู่ คือการติดเพียงเม็ดบนและปลดเม็ดล่างเสมอ

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 : เมื่อ ‘ความอ้วน' กลายเป็นกฎเหล็ก ในการใส่สูทของเหล่าสุภาพบุรุษ

สำหรับเอมีสแล้ว สูทในอุดมคติอยู่ในช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อกระดุมสามเม็ดยังคงเป็นที่นิยม

“ยิ่งผมมองดูสูทสามกระดุม ที่ติดกระดุมตรงช่วงเอวอย่างถูกต้อง ปล่อยกระดุมบนสุดไว้ไม่ติดให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย ๆ ส่วนกระดุมล่างก็ไม่ต้องติด เพื่อให้การทิ้งตัวของเสื้อผ้าขณะขี่ม้ามีความงดงาม ผมก็ยิ่งรู้สึกว่ามันสบายตาเสียจริง” เอมีสให้ความเห็น

“เพราะนี่คือสัดส่วนที่ถูกต้องที่สุดแล้ว” เขายืนยัน

สุดท้ายแล้ว กระดุมเม็ดล่างสุด อาจจะเป็นรหัสลับที่เหล่าชนชั้นสูงส่งผ่าน สู่บุรุษยุคแล้วยุคเล่า และกลายเป็นบรรทัดฐานที่บุรุษทั่วโลกปฏิบัติตาม

 

เรื่อง : วันวิสาข์ โปทอง

 

อ้างอิง

Here's the bizarre reason you're not supposed to use the bottom button on suits. 

The Joy Of Jacket Buttons. ​

Why do we always leave the last button of a waistcoat undone?