16 พ.ค. 2569 | 10:44 น.

“MCT ไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องสิทธิ์ของ AI แต่เรามีหน้าที่ปกป้องสิทธิของนักแต่งเพลงที่เป็นมนุษย์ทุก ๆ คน ”
ประโยคสำคัญของ ‘ณฐพล ศรีจอมขวัญ’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MCT ส่วนหนึ่งของ Keynote Session Songwriting What’s Next 2026 บนของงาน ‘MCT Presents Songwriter Thailand Showcase 2026’: SONGvivor’ นักแต่งเพลง ‘ต้องรอด’ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ Gaysorn Urban Resort ชั้น 19
เขาเริ่มต้นจากสถานการณ์อุตสาหกรรมดนตรีทั่วโลกที่ AI กำลังเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งเพลง โดยข้อมูลจาก แพลตฟอร์ม Deezer ระบุว่า 44% ของเพลงที่อัปโหลดใน Deezer ถูกสร้างโดย AI และอาจมีมูลค่าสูงถึง 16,000 ล้านยูโรภายในปี 2028
เพราะในโลกปัจจุบัน เส้นความสร้างสรรค์ของมนุษย์และ AI ต่างเบลอจนแทบแยกไม่ออก เพื่อส่งรายได้คืนกลับนักแต่งเพลงผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แพลตฟอร์มรวมถึงหน่วยงานจัดเก็บลิขสิทธิ์ทั่วโลกจึงจำเป็นต้องเข้ามาดูแล
“เพลงทุกเพลงมีลิขสิทธิ์ CMO (Collective Management Organization) ต่าง ๆ ในโลกนี้ก็เลยพยายามกำหนดขึ้นมาว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่บริษัทAI นำเอาเพลงที่มีลิขสิทธิ์ไป Input ให้ Machine learning ควรจะมีการขออนุญาตทุกครั้ง”
แต่ณฐพลเชื่อว่า ในยุคที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มนุษย์ก็ไม่ได้มองว่า AI เป็นศัตรู แต่เป็นเครื่องมือชนิดใหม่ที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการรังสรรค์ผลงานให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น
“ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนไม่ได้มอง AI เป็นศัตรู ทุกคนใช้ AI อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ใช้มันเป็นเครื่องมืออยู่แล้ว และมันไม่ได้ผิดอะไร แต่เราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร หรือเวลาที่เราจะพบกับโลกแห่งความเป็นจริงว่า AI มีผลกับโลกเราในปัจจุบัน อันนี้เป็นคำถามที่สำคัญ”
ณฐพล เสริมว่า นักแต่งเพลงจะอยู่รอดได้ พวกเขาต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์ดนตรี เก็บหลักฐานการสร้างชิ้นงานเอาไว้ และควรทำทุกอย่างให้โปร่งใส หากใช้ AI ในการช่วยเขียนเพลง รวมถึงติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของระบบการคุ้มครองลิขสิทธิ์
“MCT เป็นองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์องค์กรเดียวในประเทศไทย เป็นสมาชิกของ CISAC องค์กรระดับนานาชาติ และเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพราะฉะนั้นองค์กรนี้จะต้องจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ปกป้องสิทธิ์ของมนุษย์ทุกคนที่เป็นผู้สร้างสรรค์และนักแต่งเพลง”
ปี 2025 MCT สามารถจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้ราว 800 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่จัดตั้งบริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรีขึ้นมา เงินจำนวนนี้หลังหักจากค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปส่งคืนให้กับสมาชิกขององค์กรในฐานะนักแต่งเพลง
รวมถึงยังเผยรายได้สูงสุดของศิลปิน 15 อันดับแรก โดยอันดับหนึ่งมีรายได้สูงถึง 4 ล้านบาท เป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าอาชีพนี้ก็สามารถมีความมั่นคงและยั่งยืนได้
“ผมมั่นใจว่าใครหลาย ๆ คนในนี้เป็นนักแต่งเพลง หลาย ๆ คนก็ยังฝันที่อยากจะเป็นนักแต่งเพลงอาชีพอยู่ และนี่เป็นหลักฐานที่ผมอยากให้เห็นว่า อาชีพนักแต่งเพลงสามารถที่จะเป็นอาชีพได้จริง ๆ”
เขาพูดขณะเปิดรายได้ของนักแต่งเพลง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ หวังให้ผู้คนกล้าที่จะทำตามฝันในการเขียนบทเพลงต่อไป
ณฐพลทิ้งท้ายว่า MCT จะยังคงสร้างความความรู้ความเข้าใจด้านลิขสิทธิ์ดนตรี และยินดีที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ของนักแต่งเพลง เพื่อให้พวกเขาเป็นนักแต่งเพลงได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน