20 ก.ค. 2569 | 17:20 น.

สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ร่วมคณะภาครัฐ และภาคเอกชนไทยเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมร่วมงาน “การประชุมสัมมนาการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจจีน (เสฉวน) - ไทย ประจำปี 2569” (Thailand - China (Sichuan) Investment and Economic Forum) ณ เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน นำโดย นายกรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เนื่องในโอกาสเปิดสำนักงานแห่งใหม่ของ BOI ณ เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน พร้อมขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับจีน โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันตกของจีนซึ่งมี มณฑลเสฉวน เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
ในโอกาสนี้ สราวุฒิได้ขึ้นกล่าวในงานประชุมสัมมนาฯ หัวข้อ “Growing with China: Why TCP Group Chose Sichuan” ถ่ายทอดประสบการณ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP ในฐานะบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจและลงทุนในประเทศจีนมาเป็นเวลากว่าสามทศวรรษ พร้อมนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับองค์ประกอบสำคัญของการลงทุนระยะยาว และศักยภาพของมณฑลเสฉวนในฐานะหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการเติบโตในตลาดจีน
สราวุฒิ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีนไม่ได้เกิดขึ้นจากการค้าและการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเข้าใจระหว่างผู้คน และความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ทั้งสองฝ่ายสามารถเติบโตไปด้วยกันได้
“ประสบการณ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จสำหรับทุกบริษัท แต่เป็นหนึ่งในตัวอย่างของสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายไม่ใช่เพียงการลงทุนให้สำเร็จ แต่คือการสร้างการเติบโตที่เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในระยะยาว” สราวุฒิ กล่าว
กลุ่มธุรกิจ TCP ก่อตั้งในประเทศไทยเมื่อ 70 ปีก่อน โดยเติบโตจากผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของไทยสู่กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก และเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าเรดบูลที่วางจำหน่ายในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของบริษัทมาโดยตลอด
ความผูกพันระหว่างกลุ่มธุรกิจ TCP กับประเทศจีนเริ่มต้นตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง เฉลียว อยู่วิทยา นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีน ผู้คิดค้นและเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าเรดบูล ซึ่งตั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่มเรดบูล หรือ "หงหนิว" แห่งแรกในมณฑลไห่หนาน เมื่อปี พ.ศ. 2536 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจในประเทศจีนที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 33 ปี
ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจ TCP มีมูลค่าการลงทุนสะสมในประเทศจีนกว่า 4.36 พันล้านหยวน ครอบคลุมสำนักงานใหญ่ประจำประเทศจีน ณ กรุงปักกิ่ง และฐานการผลิตสมัยใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ เมืองเน่ยเจียง มณฑลเสฉวน และเมืองหนานหนิง
เขตปกครองตนเองกว่างซี ซึ่งเปิดดำเนินการผลิตแล้วทั้งสองแห่ง
สราวุฒิระบุว่า ปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับบริษัทมากที่สุดไม่ได้มีเพียงขนาดของตลาดหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือ เสถียรภาพที่มีรากฐานจากนโยบาย และทัศนคติของผู้คนที่พร้อมทำงานร่วมกับนักลงทุนในฐานะพันธมิตร
“เมื่อเราได้พบกับผู้แทนภาครัฐจากมณฑลเสฉวนและเมืองเน่ยเจียง สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับเรา คือคำถามแรกของผู้แทนฯ ที่ไม่ได้ถามว่ากลุ่มธุรกิจ TCP จะลงทุนเป็นจำนวนเท่าไร แต่ถามว่า ‘เราจะช่วยให้กลุ่มธุรกิจ TCP ลงทุนและดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร’ สำหรับผม นี่คือจุดเริ่มต้นของความเป็นพันธมิตรอย่างแท้จริง” สราวุฒิ กล่าว
ตลอดกระบวนการพัฒนาฐานการผลิตในเมืองเน่ยเจียง ตั้งแต่การอนุมัติโครงการ การก่อสร้าง การเริ่มดำเนินงาน ตลอดจนการขยายกำลังการผลิต กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลมณฑลเสฉวน เมืองเน่ยเจียง เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเน่ยเจียง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจว่าการลงทุนในเสฉวนจะสามารถเติบโตได้ในระยะยาว
การลงทุนที่ดีต้องสร้างมากกว่าโรงงาน
แม้การลงทุนในเสฉวนจะเริ่มต้นจากการสร้างฐานการผลิต แต่คุณค่าที่แท้จริงของการลงทุนอยู่ที่ความสามารถในการสร้างโอกาสและการเติบโตให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ โดย สราวุฒิ มองว่า การลงทุนที่ดีควรสร้างมากกว่าโรงงาน แต่ต้องสร้างโอกาส ขีดความสามารถ และการเติบโตให้แก่ทุกฝ่าย วันนี้กลุ่มธุรกิจ TCP และมณฑลเสฉวนกำลังเติบโตไปด้วยกันในสี่มิติสำคัญ ได้แก่
“ความสำเร็จของธุรกิจไม่ควรวัดจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าเราได้สร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ผู้คน ชุมชน และสังคมมากเพียงใด นี่คือองค์กรที่กลุ่มธุรกิจ TCP มุ่งมั่นจะเป็น” สราวุฒิ กล่าว
มองเสฉวนผ่านระบบนิเวศ ไม่ใช่เพียงขนาดตลาด
จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในจีน สราวุฒิมองว่า การตัดสินใจเลือกพื้นที่ลงทุนไม่ควรพิจารณาจากต้นทุน ที่ตั้งหรือขนาดตลาดแยกออกจากกัน แต่ควรมองถึงระบบนิเวศโดยรวม ทั้งทิศทางนโยบาย คุณภาพบุคลากร ประสิทธิภาพของหน่วยงานภาครัฐ ความพร้อมของพันธมิตรทางธุรกิจ และความสามารถในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภค
สำหรับมณฑลเสฉวน จุดแข็งสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงที่โครงสร้างพื้นฐานหรือทำเลในภูมิภาคตะวันตกของจีน แต่อยู่ที่ความเปิดกว้างของพื้นที่ ความเป็นมืออาชีพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความพร้อมที่จะสร้างความสัมพันธ์กับนักลงทุนในระยะยาว
สราวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า “กลุ่มธุรกิจ TCP เดินทางมายังเสฉวนเพื่อการลงทุน แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมามีคุณค่ามากกว่านั้น เราได้ร่วมกันสร้างงาน พัฒนาอุตสาหกรรม ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น สำหรับผม นี่คือความหมายที่แท้จริงของการลงทุนอย่างยั่งยืน”
“ผมหวังว่าประสบการณ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP จะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับบริษัทไทยที่กำลังมองหาโอกาสในประเทศจีน เสฉวนอาจไม่ได้เป็นคำตอบเดียวสำหรับทุกธุรกิจ แต่สำหรับบริษัทที่กำลังมองหาพันธมิตร ระบบนิเวศ และพื้นที่ที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน ผมเชื่อว่าเสฉวนเป็นหนึ่งในโอกาสที่ควรศึกษาอย่างจริงจัง”