30 ก.ย. 2569 | 17:00 น.

KEY
POINTS
แทบทุกคนก็ต้องเคยมี ‘ฝันร้าย’ (nightmare) กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความรู้สึกอะไรก็ตามที่เราพยายามจะฝังมันเอาไว้ มันก็อาจปริล้นออกมาผ่านฝันได้ ผู็คนแต่ละคนก็ย่อมมองฝันร้ายในแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ในวันนี้เราคงไม่มานั่งถกเถียงกันว่าฝันร้ายนั้นดีต่อจิตใจเราหรือไม่อย่างไร เพราะที่แน่ ๆ หลาย ๆ ครั้งฝันร้ายทำให้เราตื่น และกีดขวางการนอนหลับของเรา สิ่งนี้อาจไม่ใช่ปัญหาถ้านาน ๆ ครั้งจะหลับฝันถึงการตกตึกหรือโดนอสูรกายวิ่งไล่ แต่หากฝันร้ายที่ว่านี้เกิดขึ้นย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ อย่างเรื้อรัง นั่นก็เป็นปัญหาการนอนรูปแบบหนึ่ง!
ฝันร้ายจนส่งผลกระทบถึงชีวิตถูกเรียกทางการแพทย์ว่า ‘ภาวะฝันร้าย’ (nightmare disorder) และพบบ่อยในผู้มีภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) ซึ่งเกิดได้กับทุกคนที่ผ่านเหตุการณ์รุนแรง ไม่จำกัดเฉพาะทหาร ขณะเดียวกัน ไม่ใช่ทุกคนที่ฝันร้ายจะมี PTSD ทางเลือกในการดูแลมีทั้งจิตบำบัดและยา แต่งานวิจัยชี้ว่าทั้งสองแนวทางยังมีข้อจำกัด และไม่ได้เหมาะกับทุกคน
ระบบ ‘NightWare’ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ โดยนำสมาร์ตวอตช์มาใช้ตรวจวัดสัญญาณทางร่างกายขณะหลับ หากพบสิ่งบ่งชี้ว่าการนอนเริ่มเผชิญกับความเครียดและกดดัน อุปกรณ์จะส่งแรงสั่นเตือนเบา ๆ ที่ข้อมือเพื่อขัดจังหวะฝันร้ายโดยพยายามไม่ปลุกให้ผู้ใช้ตื่น แม้ทางองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติให้วางจำหน่ายสำหรับข้อบ่งใช้เฉพาะไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 แต่ก็ยังคงเกิดคำถามตามมาว่า การสะกิดเพียงเบา ๆ จากนาฬิกาจะสามารถช่วยให้เราหลุดพ้นจากฝันร้ายโดยไม่รบกวนการนอนหลับได้จริงหรือ?
จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมนี้เกิดขึ้นในปี 2015 เมื่อ ‘ไทเลอร์ สกลูซาเซก’ (Tyler Skluzacek) นักศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก Macalester College ในรัฐมินนิโซตา ตั้งใจจะใช้ความรู้ด้านโปรแกรมมิงเข้ามาช่วยเหลือ ‘แพทริก สกลูซาเซก’ (Patrick Skluzacek) ผู้เป็นพ่อ ซึ่งกำลังต่อสู้กับภาวะ PTSD หลังผ่านการปฏิบัติหน้าที่ในสงครามอิรัก
เขาและเพื่อนร่วมทีมใช้เวลา 36 ชั่วโมงในการแข่งขันเขียนโปรแกรม Hack DC สร้างแอปชื่อ ‘myBivy’ ขึ้นมา ชื่อนี้มาจากคำว่า ‘bivouac’ ที่หมายถึงที่พักชั่วคราวของทหาร แอปคว้ารางวัลที่หนึ่งในประเภทแอปด้าน PTSD และกลายเป็นต้นแบบของสิ่งที่ต่อมาพัฒนาเป็น ‘NightWare’ โดยมีทีมงาน นักวิจัย และแพทย์อีกหลายคนร่วมผลักดันจนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์
แรงบันดาลใจมาจากสุนัขช่วยเหลือ ซึ่งจะค่อย ๆ สะกิดเจ้าของเมื่อเจ้าของฝันร้าย มันไม่เห่าเสียงดังหรือกระโดดขึ้นเตียง แค่ทำให้คนข้าง ๆ รู้สึกว่ามีอะไรมาแตะ ความนุ่มนวลแบบนี้เองที่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของงานออกแบบ แรงสั่นต้องแรงพอให้ร่างกายรับรู้ แต่ต้องเบาพอจะไม่ทำลายการนอนที่เหลือทั้งคืน
NightWare ไม่ใช่แอปที่ดาวน์โหลดมาลงนาฬิกาของตัวเองได้ แพทย์จะสั่งเป็นชุด Apple Watch และ iPhone ที่บริษัทตั้งค่ามาเฉพาะ ก่อนนอนผู้ใช้กดเริ่ม ตื่นเช้าก็กดหยุด
ในช่วงแรก ระบบจะเรียนรู้ก่อนว่าการนอนตามปกติของเจ้าของเป็นอย่างไร โดยอ่านอัตราการเต้นหัวใจและการขยับตัวระหว่างหลับ แล้วคำนวณเป็นค่าเฉพาะของระบบที่เรียกว่า Stress Index พร้อมตั้งเกณฑ์ของแต่ละคน เพราะ ‘ปกติ’ ของแต่ละคนไม่เท่ากัน เมื่อค่าเกินเกณฑ์ นาฬิกาจะเริ่มสั่นเบา ๆ และค่อย ๆ แรงขึ้นทีละระดับถ้าค่ายังไม่ลดลง คล้ายการสะกิดซ้ำมากกว่าเสียงนาฬิกาปลุก
จริง ๆ แล้ว ในทางปฏิบัตินาฬิกาไม่ได้รู้ว่าเราฝันถึงอะไร และไม่ได้ยืนยันด้วยซ้ำว่ากำลังเกิดฝันร้ายจริง มันรับรู้แค่สัญญาณทางร่างกายที่สัมพันธ์กับความทุกข์ระหว่างหลับ FDA เองก็ระบุว่า Stress Index ไม่ใช่มาตรวัดความเครียดทางการแพทย์ที่ผ่านการรับรอง
ส่วนคำว่า “ไม่ปลุกให้ตื่น” ก็เป็นเป้าหมายการออกแบบ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป ในการทดลองมีผู้เข้าร่วมคนหนึ่งถอนตัวเพราะรู้สึกว่าถูกรบกวนการนอน และคำแนะนำการใช้ก็บอกให้ติดต่อแพทย์หากอุปกรณ์ทำให้ตื่นบ่อย ส่วนแรงสั่นส่งผลต่อช่วงการนอนอย่างไร ยังเป็นคำถามที่ต้องศึกษากันต่อไป
การศึกษาชิ้นสำคัญซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปี 2023 ได้ทำการทดสอบในกลุ่มทหารผ่านศึกที่มีอาการฝันร้ายจากบาดแผลทางจิตใจจำนวน 72 คน เป็นเวลาประมาณ 30 วัน โดยใช้วิธีสุ่มแบ่งผู้ร่วมทดลองออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับอุปกรณ์จริง ในขณะที่อีกกลุ่มได้รับอุปกรณ์หลอกซึ่งมีลักษณะและการทำงานภายนอกเหมือนกันทุกประการ แต่ไม่มีการสั่นเตือน ทั้งนี้ เพื่อขจัดปัจจัยแทรกซ้อนอย่างความคาดหวังหรือความสนใจที่ได้รับระหว่างการวิจัยออกจากผลการศึกษา โดยทั้งผู้เข้าร่วมและทีมวิจัยต่างไม่ทราบว่าใครได้รับอุปกรณ์ประเภทใด
ผลคือการนอนของทั้งสองกลุ่มดีขึ้น และกลุ่มที่ได้เครื่องจริงมีตัวเลขดีกว่า แต่ความต่างระหว่างสองกลุ่มยังไม่มากพอจะนับเป็นนัยสำคัญทางสถิติ ความหมายคือยังสรุปไม่ได้ว่าความต่างนั้นมาจากตัวเครื่อง ซึ่งไม่เท่ากับการพิสูจน์ว่าเครื่องไม่ได้ผล เอกสารของ FDA ก็ตั้งข้อสังเกตว่าการทดลองอาจมีผู้เข้าร่วมน้อยเกินกว่าจะเห็นความแตกต่างได้ชัด
เมื่อผู้วิจัยวิเคราะห์เพิ่มเติมภายหลังเฉพาะคนที่ใช้เครื่องอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของคืน พบว่ากลุ่มที่ได้เครื่องจริงรายงานว่านอนดีขึ้นชัดเจนกว่ากลุ่มหลอก ผลนี้น่าสนใจ แต่เป็นการวิเคราะห์ที่ไม่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น ใช้คนน้อยลง และอาศัยการประเมินของผู้เข้าร่วมเอง จึงยังต้องรอการยืนยันจากงานวิจัยที่ใหญ่กว่า งานนี้ได้รับทุนจาก NightWare แต่ผู้วิจัยระบุว่าบริษัทไม่ได้ร่วมวิเคราะห์หรือรายงานผล
FDA อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์นี้เพราะเห็นว่ามีความเสี่ยงต่ำ และประโยชน์ที่น่าจะเป็นมีน้ำหนักมากกว่า แต่ก็กำหนดกรอบไว้ชัด คือใช้ที่บ้านตามใบสั่งแพทย์ ในผู้ใหญ่อายุ 22 ปีขึ้นไป ใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ไม่ใช่การรักษา PTSD และไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่แสดงพฤติกรรมตามฝัน เช่น เดินละเมอ นอกจากนี้ ณ ปี 2020 ยังไม่มีข้อมูลผลระยะยาว ทั้งหมดนี้เป็นบริบทในสหรัฐฯ และไม่ได้บอกว่าคนในประเทศอื่นจะหาใช้ได้
NightWare ไม่ได้ลบความทรงจำ ไม่ได้ทำให้บาดแผลทางใจหายไป และผลก็อาจต่างกันในแต่ละคน มันเป็นเพียงความพยายามทำให้คืนหนึ่งของใครบางคนสั้นลงจากความหวาดกลัวอีกนิด
กว่าสิบปีก่อน ไทเลอร์เริ่มจากคำถามของลูกคนหนึ่งว่าจะช่วยพ่อได้อย่างไร และหยิบคำตอบมาจากสุนัขตัวหนึ่ง สุนัขที่สะกิดเจ้าของไม่ได้รู้ว่าเจ้าของกำลังฝันถึงอะไร มันรู้เพียงว่าคนข้าง ๆ กำลังทุกข์ นาฬิกาเรือนนี้ก็พยายามทำแค่นั้น ส่วนการสะกิดเบา ๆ จะพาใครกลับไปสู่การหลับที่สงบได้แค่ไหน ยังเป็นคำถามที่งานวิจัยต้องหาคำตอบต่อไป
อ้างอิง
U.S. Food and Drug Administration. (2020, 6 พฤศจิกายน). De Novo classification order, DEN200033: NightWare Kit.
U.S. Food and Drug Administration. (2020). De Novo decision summary, DEN200033.
Apple Newsroom. (2022, 7 พฤศจิกายน). Veterans find relief from nightmares with NightWare and Apple Watch.
Davenport, N. D., & Werner, J. K. (2023). A randomized sham-controlled clinical trial of a novel wearable intervention for trauma-related nightmares in military veterans. Journal of Clinical Sleep Medicine, 19(2), 361–369.
Shaw-Flamm, J. (2016). Banishing Night Terrors. Macalester Today, Winter 2016, 10–11.
Robertson, B. D., Wargo, E. F., & Fay, J. (2026). Real-world reduction in nightmare frequency and distress among San Francisco first responders treated with a prescription wearable device: a 60-day open-label pilot. Frontiers in Sleep, 5, 1941077.