22 ต.ค. 2569 | 15:00 น.

KEY
POINTS
"อย่ารอให้ตัวเองรวยก่อนแล้วค่อยกลับมาดูแลครอบครัวหรือเพื่อน เพราะถึงเวลานั้น... มันอาจจะสายเกินไป"
คำพูดของ ‘เบญจพร การุณกรสกุล’ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Absolute Group อาจฟังดูเรียบง่าย แต่สำหรับเธอ นี่คือสิ่งที่คนเราควรนึกถึงเมื่อกำลังวางแผนชีวิตในวันที่อาจยืนยาวถึง 100 ปี เพราะต่อให้มีเงินมากพอสำหรับวัยเกษียณ หากไม่มีสุขภาพที่ดีหรือคนที่อยากใช้เวลาด้วย ชีวิตที่ยืนยาวก็อาจไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง
เพราะครั้งหนึ่งเบญจพรเองก็เคยทำงานด้านการเงิน มีความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในระดับสูง แต่ความเครียดจากการทำงานกลับทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง ก่อนตัดสินใจลาออกเพื่อทำธุรกิจด้านสุขภาพ แม้ต้องยอมลดรายได้ลงเหลือเพียงหนึ่งในสิบของเงินเดือนเดิมก็ตาม
สำหรับบางคน นี่อาจเป็นการแลกความมั่นคงกับความเสี่ยง แต่สำหรับเบญจพร การได้ทำงานที่เชื่อและมีความสุขกับสิ่งที่ทำมีความหมายไม่แพ้ตัวเลขในบัญชีธนาคาร การตัดสินใจครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดที่เธอมีต่อชีวิต ซึ่งให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสุขในแต่ละวัน
วันนี้ ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Absolute Group เบญจพรทำงานอยู่กับเรื่องสุขภาพ และได้เห็นผู้คนหลากหลายวัยเข้ามาดูแลร่างกายด้วยเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุที่ต้องการรักษาความแข็งแรง เพื่อให้ตัวเองยังใช้ชีวิตได้อย่างอิสระในวันข้างหน้า
ประสบการณ์จากการทำงานและเรื่องราวของคุณแม่ที่เริ่มฝึกพิลาทิสเมื่ออายุประมาณ 75 ปี ทำให้เธอมองเห็นความสำคัญของการเตรียมร่างกายสำหรับชีวิตระยะยาวชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของตัวเองก็ทำให้เธอเข้าใจว่า การวางแผนชีวิตต้องคำนึงถึงทั้งเงิน สุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว
และนี่คือส่วนหนึ่งของงาน Nation Forum 2027 หัวข้อ “The 100-Year Life: อายุ 100 ปี ออกแบบได้” โดย เบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Absolute Group และ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ ร่วมพูดคุยถึงการเตรียมชีวิตให้พร้อมสำหรับสังคมอายุยืน ผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ สุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน และความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว
“คิดว่า 100 ปีฟังดูยาวนะคะ แต่จริง ๆ ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้แล้ว ในเรื่องของวิทยาการทางการแพทย์ต่าง ๆ และการดูแลสุขภาพที่มีมากขึ้น คิดว่า 100 ปีเป็นไปได้แน่นอน แต่ว่าอยากให้เป็น 100 ปีที่มีสุขภาพดี (Healthspan) ค่ะ”
เบญจพรให้ความสำคัญกับแนวคิด Healthspan หรือช่วงเวลาที่มนุษย์มีสุขภาพดีและยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ควบคู่ไปกับ Lifespan หรือระยะเวลาตลอดชีวิต เพราะการมีอายุยืนไม่ได้หมายความว่าเราจะมีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงเวลานั้น
ความแตกต่างนี้เห็นได้ชัดจากเป้าหมายในการออกกำลังกายของผู้คนที่เปลี่ยนไปตามวัย
ในช่วงอายุ 20-30 ปี หลายคนออกกำลังกายเพราะต้องการรูปร่างที่ดี อยากดูดี หรืออยากเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ภายนอก แต่เมื่อเข้าสู่วัย 40-50 ปีขึ้นไป คำถามเกี่ยวกับสุขภาพจะเปลี่ยนไป ความสำคัญเริ่มอยู่ที่การรักษาความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเดินเหินอย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องทรมานจากการปวดหลังหรือเจ็บเข่า และการมีแรงทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบต่อไปได้อีกหลายสิบปีนี่คือสิ่งที่เบญจพรให้ความสำคัญผ่านแนวคิด Functional Fitness หรือการดูแลความแข็งแรงของร่างกายเพื่อให้เรายังใช้งานร่างกายได้ดี ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม เป้าหมายจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การออกกำลังกายเพื่อให้รูปร่างดีในวันนี้ แต่ยังรวมถึงการเตรียมร่างกายสำหรับตัวเราในอีก 10, 20 หรือ 30 ปีข้างหน้า
เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจยาวนานหลายสิบปี การรักษาความแข็งแรงของร่างกายย่อมช่วยให้เรายังมีอิสระในการตัดสินใจและใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้มากขึ้น การออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่ออนาคตของตัวเอง ไม่ใช่เพียงเพื่อผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ในกระจกวันนี้
หนึ่งในเรื่องราวที่ทำให้เบญจพรเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างชัดเจน คือประสบการณ์ของคุณแม่ของเธอเอง
เธอเล่าว่าคุณแม่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนในชีวิต เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาทุ่มเทให้กับการทำงาน เลี้ยงลูก และดูแลบ้านเป็นหลัก
“คือคุณแม่ของตัวเองค่ะ ท่านไม่เคยออกกำลังกายเลย ว่ายน้ำก็ไม่เป็น เมื่อก่อนทำงานหนัก เลี้ยงลูก ดูแลบ้าน จนกระทั่งอายุประมาณ 75 ปี ท่านมีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ปวดหลังมากจนเดินแทบไม่ไหว คุณหมอแนะนำให้ผ่าตัด แต่ท่านไม่อยากผ่าตัด
“เบญเลยชวนคุณแม่มาฝึก พิลาทิส (Pilates) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบฟื้นฟูแกนกลางลำตัว ช่วยจัดแนวกระดูกสันหลัง เริ่มฝึกตอนอายุ 75 ปี ตอนนี้คุณแม่อายุประมาณ 85 ปีแล้ว อาการปวดหลังหายไป สามารถเดินเหินได้ปกติ ไปเที่ยว ไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง
“สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ และการมีสุขภาพที่ดีมันคือต้นทุนชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้เลยค่ะ"
เรื่องนี้ทำให้เบญจพรเห็นว่า การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเท่านั้น แม้จะเริ่มในวัย 70 ปี ก็ยังมีโอกาสพัฒนาความแข็งแรงและความสามารถในการใช้ชีวิตได้ ทั้งนี้ การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัยหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสม และควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรทางการแพทย์เมื่อจำเป็น
การเดินไปซื้อของ การออกไปพบเพื่อน การเดินทางท่องเที่ยว หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา ล้วนเป็นความสามารถที่อาจดูธรรมดาในวันที่ร่างกายยังแข็งแรง แต่กลับมีความหมายอย่างมากเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
ก่อนมาทำธุรกิจด้านสุขภาพ เบญจพรเคยอยู่ในโลกการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง เธอจึงเข้าใจดีว่าเงินมีความสำคัญต่อชีวิตมากเพียงใด แต่ประสบการณ์จากการทำงานในช่วงนั้นก็ทำให้เธอเห็นอีกด้านหนึ่งของความสำเร็จ เมื่อรายได้ที่ดีไม่ได้หมายถึงความสุขที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การตัดสินใจลาออกจากงานที่มีรายได้สูงเพื่อเริ่มต้นธุรกิจด้านฟิตเนสราว 20 ปีก่อน ทำให้เธอต้องยอมรับรายได้ที่ลดลงเหลือเพียงหนึ่งในสิบของเดิม แต่เป็นการเลือกเส้นทางที่สอดคล้องกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อและต้องการทำ
"เบญเติบโตมาจากครอบครัวที่มีแนวคิดค่อนข้าง Conservative ค่ะ กฎข้อแรกที่จำได้เสมอคือ 'อย่าใช้เงินเกินตัว' และถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ จะไม่กู้ยืมเงิน แม้แต่การทำธุรกิจเองก็ตาม
“สำหรับเรื่อง Work-Life Balance เบญมองว่าแต่ละคนนิยามไม่เหมือนกัน เด็กยุคใหม่อาจจะมองว่าทำงานเก็บเงินได้สักพักแล้วขอหยุดไปพักผ่อน ไปเที่ยว 3 เดือนแล้วค่อยกลับมาทำใหม่ แต่สำหรับเบญ คิดว่าเราต้องหาจุดสมดุลที่สามารถทำควบคู่กันไปได้
“ในอดีตเบญเคยทำงานสายการเงิน (Investment Banking) ทำงานหนักมาก เงินเดือนดีมาก แต่มีความเครียดสูงมาก และรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเรา จนถึงจุดหนึ่งที่ตัดสินใจลาออกมาเริ่มต้นทำธุรกิจด้านฟิตเนส ตอนนั้นยอมลดเงินเดือนลงมาเหลือเพียง 1 ใน 10 ของที่เคยได้ เพื่อมาทำสิ่งที่เราเชื่อและรัก
“การมีเงินเป็นสิ่งสำคัญแน่นอนค่ะ เพราะถ้าไม่มีเงิน เราก็ใช้ชีวิตลำบากและเกิดความเครียด แต่เงินอย่างเดียวไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด ความสุข ความสบายใจ และสุขภาพจิตที่ดี ต้องเดินไปด้วยกันค่ะ"
อย่างไรก็ตาม การวางแผนการเงินสำหรับชีวิตที่อาจยาวนานถึง 100 ปี ไม่ได้มีเพียงการประหยัดหรือหลีกเลี่ยงหนี้เท่านั้น แต่ยังต้องคิดถึงเงินที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในวันที่หยุดทำงานแล้ว รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
ประเด็นนี้สอดคล้องกับมุมมองของ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ซึ่งอธิบายว่าชีวิตในแต่ละช่วงวัยมีสถานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน ช่วงวัยเด็กจนถึงประมาณ 25 ปีเป็นช่วงที่ต้องพึ่งพาครอบครัว เมื่อเข้าสู่วัยทำงานก็เริ่มสร้างรายได้และสะสมทรัพย์สิน ส่วนช่วงวัยกลางคนควรใช้โอกาสนี้สร้างความมั่นคงให้เพียงพอสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง
ดร.ณรงค์ชัยจึงเน้นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนรู้เครื่องมือการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และการเตรียมรับมือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล พร้อมชี้ให้เห็นว่าการวางแผนการเงินต้องคำนึงถึงทั้ง Lifespan หรือระยะเวลาที่เราจะมีชีวิตอยู่ และ Wealthspan หรือช่วงเวลาที่เรายังมีทรัพยากรทางการเงินเพียงพอสำหรับดำรงชีวิต
การมีเงินเก็บมากพอในวันที่เกษียณจึงอาจยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด หากเราไม่ได้วางแผนให้เงินที่มีอยู่สามารถรองรับชีวิตในระยะยาวได้ด้วย
สำหรับเบญจพร ประเด็นสำคัญอยู่ที่การมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิต โดยไม่ปล่อยให้การหาเงินกลายเป็นสิ่งที่ทำลายสุขภาพและความสุขของตัวเองเสียก่อน
อีกสิ่งหนึ่งที่เบญจพรให้ความสำคัญคือความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ซึ่งเธอพบเห็นได้จากการทำธุรกิจฟิตเนส ลูกค้าสูงวัยหลายคนไม่ได้มาที่ฟิตเนสเพียงเพื่อออกกำลังกาย แต่ยังต้องการพบปะผู้คน พูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราว และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ทำให้ตัวเองรู้สึกมีชีวิตชีวา
“อย่างที่ฟิตเนสเราพบว่า ลูกค้าผู้ใหญ่หลายท่านไม่ได้มาแค่เพื่อออกกำลังกายอย่างเดียว แต่สิ่งที่ดึงดูดให้เขามาทุกวันคือ Community ได้มาเจอเพื่อนได้มาพูดคุย อัปเดตชีวิต แลกเปลี่ยนเรื่องอาหารการกิน เรื่องท่องเที่ยว ได้รับพลังบวกจากคนรอบข้างทำให้พวกเขามีรอยยิ้มและมีความสุขกลับไป
“การดูแลความสัมพันธ์ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ อย่าคิดว่าทำงานให้รวยก่อนแล้วค่อยกลับมาดูแลครอบครัวหรือเพื่อน เพราะถึงเวลานั้นมันอาจจะสายเกินไป เราต้องแบ่งเวลาในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้เสมอค่ะ"
แน่นอนว่าความสัมพันธ์ก็ต้องการเวลาในการสร้างและดูแล เช่นเดียวกับสุขภาพที่ต้องอาศัยการฝึกฝน และการเงินที่ต้องอาศัยการวางแผน การมีชีวิตที่มั่นคงในวัยชราจึงไม่ได้หมายถึงการมีทรัพย์สินเพียงพอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีผู้คนที่เราสามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีความสุข
เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวสำหรับชีวิต 100 ปี เบญจพรให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองทั้งสุขภาพกายและใจ การวางแผนการเงิน และการรักษาความสัมพันธ์ให้เติบโตไปพร้อมกัน แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เธอมองว่าทำให้ชีวิตยืนยาวมีความหมาย นั่นคือการมีเป้าหมายในชีวิต
เป้าหมายนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ อาจเป็นงานที่รัก คนที่อยากดูแล สิ่งที่อยากเรียนรู้ หรือการได้ทำประโยชน์ให้ผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ทำให้เรายังมีเหตุผลที่จะตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน และรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่าต่อโลกใบนี้
ก่อนจะฝากแนวทางการออกแบบชีวิตให้ยืนยาวถึง 100 ปี เบญจพรสรุปสิ่งสำคัญไว้ 3 ข้อ
1. เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าตอนนี้คุณจะอายุ 20, 40, 60 หรือ 70 ปี ก็สามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ทันที ทั้งการปรับพฤติกรรมสุขภาพ วางแผนการเงิน และเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตในระยะยาว เพราะไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นสร้างชีวิตที่ดีขึ้น
2. สร้างสมดุลให้ชีวิตทั้ง 3 ด้าน ให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและใจ การเงิน และความสัมพันธ์ไปพร้อมกัน เพราะการมีอายุยืนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากร่างกายไม่แข็งแรง ขาดความมั่นคงทางการเงิน หรือไม่มีคนที่สามารถแบ่งปันช่วงเวลาของชีวิตด้วยกันได้
3. มีเป้าหมายและเหตุผลที่อยากตื่นขึ้นมาในทุกวัน เป้าหมายในชีวิตไม่จำเป็นต้องเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ อาจเป็นงานที่รัก คนที่อยากดูแล สิ่งที่อยากเรียนรู้ หรือการได้ทำประโยชน์ให้ผู้อื่น การมีสิ่งที่ให้ความหมายกับชีวิตจะช่วยให้เรายังคงมีแรงจูงใจที่จะก้าวต่อไป และรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่าต่อโลกใบนี้
เราอาจไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงอายุเท่าไร ไม่อาจกำหนดได้ว่าจะมีสุขภาพแข็งแรงไปจนถึงวันไหน หรือจะพบกับความเปลี่ยนแปลงอะไรระหว่างทาง แต่เรายังเลือกได้ว่าจะเริ่มดูแลตัวเองเมื่อไร จะวางแผนอนาคตอย่างไร และจะใช้เวลากับใครบ้าง
สำหรับเบญจพร การมีอายุยืนไม่ได้หมายถึงการมีจำนวนปีเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการมีโอกาสใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีทั้งสุขภาพ เงิน ความสัมพันธ์ และเป้าหมายที่ทำให้แต่ละวันยังมีความหมาย
เรื่อง : วันวิสาข์ โปทอง
ภาพ : พิชญุตม์ คชารักษ์