27 มี.ค. 2569 | 17:00 น.

KEY
POINTS
สำหรับคุณแล้ว พฤติกรรมหรือว่าอุปนิสัยแบบใดที่พนักงานควรเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ เพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพในอนาคต?
นี่คือคำถามในช่วงท้ายของเซสชั่น Reinventing Skills for the Next Economy ออกแบบทักษะใหม่สำหรับเศรษฐกิจยุคถัดไป ในงาน MarTech Expo 2026 มหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาด ที่รวมทั้งไอเดียใหม่ เครื่องมือจริง และโอกาสต่อยอดธุรกิจ โดยมี ‘จิง - ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ’ รองประธานกรรมการอาวุโส บริษัท ไทยซัมมิท กรุ๊ป และ ‘ทิป - ดร.มัณฑิดา จินดา’ Co-Founder & Managing Director of Digital Tips เป็นผู้ร่วมแบ่งปันแนวคิดการออกแบบทักษะอันทรงคุณค่าในยุค AI ครองโลก
ทั้งสองมองว่าไม่ใช่แค่ให้พนักงานในองค์กรเท่านั้นที่ควรปรับเปลี่ยนตัวเอง หากแต่ยังหมายรวมถึงเหล่าผู้บริหารระดับสูงที่ควรมองหาโอากาสใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจโดยมีเครื่องมือเสริมแรงอย่าง AI เข้ามายกระดับองค์กรให้ก้าวล้ำ และในขณะเดียวกันก็จะต้องไม่ลดทอน ‘คุณค่า’ ของพนักงาน หรือมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อให้กลายเป็นเพียงเครื่องจักรไร้ชีวิต
โดยชนาพรรณได้ตอบคำถามพลางหัวเราะว่าอันที่จริงนี่คือสิ่งที่ AI ไม่มีทางเข้ามาแทนที่ได้ นั่นคือ ความอยากรู้อยากเห็น
“เราต้องเป็นคนที่มีความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) ถ้าใช้ภาษาพูดเวลาพูดกับน้อง ๆ ในออฟฟิศก็บอกว่า 'ต่อมเผือกต้องมา' (หัวเราะ)
"คือความอยากรู้อยากเห็นเนี่ย เป็นอีกงานหนึ่งที่ AI ให้เราไม่ได้ AI จะทำงานตามสั่งเราเท่านั้น เพราะฉะนั้นความอยากรู้อยากเห็นมันมีตั้งแต่ภาพ Macro ว่าโลกเปลี่ยนไปยังไง กระทบธุรกิจเรายังไง จนถึงภาพ Micro เช่น คู่แข่งทำอะไรอยู่ เพราะเวลาเราแชทกับ AI เราต้องตั้งคำถามให้เป็น ถ้าเราไม่สงสัย เราไม่ตั้งคำถามให้ถูก AI มันก็ตอบแค่ตามที่เราถามเท่านั้น"
ขณะที่มัณฑิดาก็ได้เสริมว่า “นิสัยหรือว่าพฤติกรรมที่ควรต้องมีคือ ‘ความสามารถ’ (Adaptability ) ในการปรับตัว เพราะโลกตอนนี้เราไม่รู้เลยว่าอะไรจะเปลี่ยนไปแค่ไหน บางฟังก์ชันเราอาจจะหายไป และอีกเรื่องที่อยากเสริมคือความเข้าใจใน Soft Skills เราอาจจะพูดเรื่อง Tech (เทคโนโลยี) เยอะ แต่สุดท้ายแล้ว 'ความเป็นมนุษย์' มันจะแพงขึ้นเรื่อย ๆ ความสามารถในการเข้าถึงคน การทำความเข้าใจคน การมีความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) พวกนี้คือสิ่งที่ AI ให้เราไม่ได้ และมันยังมีคุณค่ามากที่สุดอยู่”
นอกจากเรื่องอุปนิสัยและพฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยนแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่ทั้งสองถูกถามถึง นั่นคือ ‘คุณค่า’ ของความเป็นมนุษย์จะถูกลดทอนลงมากน้อยแค่ไหน ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญแทบทุกส่วนในชีวิตการทำงาน
หนึ่ง - CEO ไม่ใช่ปลายทางของความฝัน ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่เมินตำแหน่งสูงสุด เพราะความกดดันจากการ Disruption และสงครามการค้าที่ถาโถม จนหลายคนพอใจที่จะเป็น ‘รองผู้บริหาร’ มากกว่าแบกความรับผิดชอบที่หนักเกินกำลัง
สอง - โจทย์ใหม่ของ CIO และ HR ฝ่ายไอทีไม่ได้มีหน้าที่แค่ ‘ทดลอง’ ของใหม่ แต่ต้องทำ AI ให้เกิดผลตอบแทน (Return on Investment, ROI) ที่จับต้องได้จริง ขณะที่ฝ่ายบุคคลต้องเรียนรู้วิธีบริหาร ‘AI Agent’ ให้กลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่โตไปพร้อมกับ ‘คน’
สาม - สำหรับบริบทประเทศไทย AI คือ ‘ส่วนเสริม’ ไม่ใช่ ‘ตัวแทน’ ท่ามกลางความกลัวตกงาน ชนาพรรณหยิบสถิติขึ้นมาให้กำลังใจว่า ประเทศไทยมีอัตราว่างงานต่ำมาก (ไม่ถึง 1%) ปัญหาจึงไม่ใช่ AI แย่งงาน แต่คือ ‘คนไม่พอ’ AI จึงเป็นโอกาสที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้มนุษย์มีคุณค่ามากขึ้นในทรัพยากรที่จำกัด
"สมัยก่อนเวลา HR Director บริหารจัดการฝ่ายบุคคล เราทำอะไร เราบริหารคน ตอนนี้เนี่ย เราต้องบอกว่า 'AI Agent' เป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมงานของเรา เพราะฉะนั้นฝ่ายบุคคลต้องบริหาร AI และคนให้โตไปด้วยกันอย่างมีความสุข ฝ่ายบุคคลเหนื่อยขึ้นแน่นอน
"ทีนี้เวลาบริหารให้มีความสุขอยู่ร่วมกันได้เนี่ย มันก็ออกมาว่า แล้วตัวคนแน่นอนว่าคนที่ Catch up ไม่ทัน คุณค่ามันก็จะหายไป แต่อยากจะให้กำลังใจในบริบทของประเทศไทยนะคะ จริง ๆ เราอย่าไปคิดว่าคุณค่าเราจะลดลงหรือเราจะโดน Layoff เพราะในความเป็นจริง ประเทศไทยเราเนี่ย 'กำลังคนไม่พอ' อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ของประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 0.7 - 0.9% ไม่เคยเกิน 1% มานานมากแล้ว แปลว่าใน 100 คน มีคนว่างงานอยู่ไม่ถึง 1 คน เพราะฉะนั้นการที่ AI เข้ามา มันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มคุณค่าให้กับคนให้มากขึ้น สำหรับในบริบทประเทศไทย"
ด้านมัณฑิดาก็ได้เสนออีกมุมมองหนึ่งเรื่อง ‘คุณค่า’ ของมนุษย์ในยุค AI ว่าสุดสายปลายทางแล้ว ยังไงมนุษย์จะไม่มีทางถูกเทคโนโลยีนี้แทนที่เป็นแน่
“ทิปตอบเป็น 2 มุมนะ มุมที่หนึ่งคือคนจะถูกแทนที่ด้วย AI ไหม เรื่องนี้ทิปพูดบ่อย ๆ ว่า เราจะไม่ถูกแทนที่ด้วย AI หรอก แต่เราจะถูกแทนที่ด้วย 'คนที่ใช้ AI เป็น' ต่างหาก ส่วนในมุมขององค์กร คำว่าใช้ AI ไม่ใช่แค่แชทกับมันทุกวัน แต่คือการสร้างงานที่เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุดกับองค์กร
"อีกมุมหนึ่งคือเรื่อง ‘คุณค่า’ เราต้องหาให้เจอว่าคุณค่าที่แท้จริงของการมีอยู่ของเราคืออะไร ยกตัวอย่างอาชีพอาจารย์ ถ้าเราบอกว่าคุณค่าของครูคือการเอา Knowledge มาให้เด็ก อันนี้เราจะ Obsolete (ล้าสมัย) เร็วมาก เพราะตอนนี้ Knowledge is commodity ความรู้หาได้ทั่วไป แต่คุณค่าของคนเป็นครูคือการส่งต่อแรงบันดาลใจ (Inspirer) หน้าที่ของเราคือทำให้เด็กได้ Wisdom บางอย่าง ได้เจอความฉลาดในตัวเขา ซึ่งพวกนี้มันหาใน Google ไม่ได้ AI ให้ไม่ได้”
และนี่คือเนื้อหาส่วนหนึ่งในงาน Martech 2026 ที่ได้ตอกย้ำว่าต่อให้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปไกลเพียงใด แต่ 'หัวใจ' ของความสำเร็จยังคงเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ 'คน' เสมอ ขณะที่ 'อาวุธ' ที่ทรงพลังที่สุดของมนุษย์อาจไม่ใช่การมีสมองที่ประมวลผลได้รวดเร็วเท่าคอมพิวเตอร์ แต่คือการรักษาความสงสัยใคร่รู้ การส่งต่อแรงบันดาลใจ และการหยิบยื่นความเห็นอกเห็นใจให้แก่กัน
เรื่อง : วันวิสาข์ โปทอง
ภาพ : Martech Expo