WJP เผยดัชนีหลักนิติธรรมปี 2026 ไทยรั้งอันดับ 80 ของโลก ชี้ความท้าทายด้านความยุติธรรม

WJP เผยดัชนีหลักนิติธรรมปี 2026 ไทยรั้งอันดับ 80 ของโลก ชี้ความท้าทายด้านความยุติธรรม

ดัชนีหลักนิติธรรมปี 2026 โดย WJP จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ที่ 80 จาก 143 ประเทศทั่วโลก ด้วยคะแนน 0.50 ซึ่งเป็นอันดับที่ลดลงจากปีก่อนหน้า

The World Justice Project (WJP) เผยแพร่ดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมประจำปี 2026 (WJP Rule of Law Index® 2026) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 โดยประเทศไทยได้คะแนนรวม 0.50 จากคะแนนเต็ม 1 อยู่ในอันดับ 80 จาก 143 ประเทศและเขตอำนาจทั่วโลก ปรับลงจากอันดับที่ 77 ในปีที่ผ่านมา และสำหรับการจัดอันดับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 10 จาก 15 ประเทศ และอยู่ในอันดับ 24 จาก 44 ประเทศในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง 

ผลประเมินสะท้อนความท้าทายในการเสริมสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการลดอุปสรรคในการเข้าถึงความยุติธรรม ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่สัดส่วนประเทศซึ่งมีคะแนนหลักนิติธรรมลดลงยังมากกว่าประเทศที่มีคะแนนดีขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9

WJP เผยดัชนีหลักนิติธรรมปี 2026 ไทยรั้งอันดับ 80 ของโลก ชี้ความท้าทายด้านความยุติธรรม ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ในฐานะองค์กรขับเคลื่อนการสร้างเสริมหลักนิติธรรมในประเทศไทย ให้ความเห็นว่า สำหรับประเทศไทย ผลประเมินฉบับนี้เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดแนวทางยกระดับหลักนิติธรรม ทั้งการเสริมสร้างความโปร่งใสและกลไกตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการลดอุปสรรคในการเข้าถึงความยุติธรรม เราควรจะนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับประสบการณ์ของประชาชน เพื่อให้เข้าใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ควรเร่งแก้ไขเรื่องใด และจะติดตามความก้าวหน้าอย่างไร 

“เป้าหมายคือการทำให้กฎหมายและสถาบันต่าง ๆ สามารถสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน โดยใช้หลักฐานและข้อมูลเชิงประจักษ์เข้ามาช่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม” 

ผู้อำนวยการ TIJ ยังได้ระบุถึงมิติทางเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยงกับหลักนิติธรรม ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้กล่าวถึงอย่างจำเพาะด้วยว่า หลักนิติธรรมที่เข้มแข็งมีความสัมพันธ์กับความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพด้านราคา และความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ของประเทศ แม้ข้อมูลนี้จะไม่ได้ยืนยันความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลโดยตรง แต่ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ประเทศไทยควรนำมาพิจารณาควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) ควบคู่ไปกับกระบวนการการเข้าสู่การเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี พ.ศ. 2571 

“กติกาที่ชัดเจน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค และกระบวนการระงับข้อพิพาทที่เข้าถึงได้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถวางแผนอนาคตได้ การยกระดับหลักนิติธรรมจึงเป็นการลงทุนในรากฐานของประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรม และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน”  ดร.พิเศษ กล่าว

ภาพรวมโลกยังถดถอยต่อเนื่อง ขณะที่ภูมิภาคเผชิญความท้าทายร่วมกัน

รายงานผลดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมปี 2026 ครอบคลุม 143 ประเทศและเขตอำนาจทั่วโลก โดย 62% มีคะแนนหลักนิติธรรมลดลง และ 38% มีคะแนนดีขึ้น แม้จำนวนประเทศที่มีคะแนนลดลงจะน้อยกว่าปีก่อน แต่สัดส่วนประเทศที่ถดถอยยังมากกว่าประเทศที่ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยมีเดนมาร์ก นอร์เวย์ และฟินแลนด์อยู่ในสามอันดับแรกของโลก

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก 11 จาก 15 ประเทศมีคะแนนลดลง นิวซีแลนด์อยู่ในอันดับ 1 ของภูมิภาคและอันดับ 7 ของโลก ตามด้วยออสเตรเลียและสิงคโปร์ ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 10 และสามอันดับท้ายของภูมิภาค ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เมียนมา และกัมพูชา

WJP ระบุว่า แรงกดดันและการแทรกแซงที่ไม่เหมาะสมจากฝ่ายบริหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและทางอาญาทั่วโลกอ่อนแอลง ขณะเดียวกัน การจำกัดพื้นที่แสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนยังเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความจำเป็นในการเสริมสร้างสถาบันที่ตรวจสอบได้ และกระบวนการยุติธรรมที่สามารถคุ้มครองสิทธิของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

WJP เผยดัชนีหลักนิติธรรมปี 2026 ไทยรั้งอันดับ 80 ของโลก ชี้ความท้าทายด้านความยุติธรรม คะแนนไทยใน 8 มิติ สะท้อนจุดแข็งและช่องว่างการพัฒนา

จากรายงานฉบับล่าสุด เมื่อเปรียบเทียบคะแนนรายปัจจัยกับค่าเฉลี่ยโลก พบว่า ประเทศไทยมีคะแนนด้านความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ส่วนอีก 7 ปัจจัยยังมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก ดังนี้

  • ปัจจัยที่ 1 การจำกัดอำนาจรัฐอย่างเหมาะสม: ไทย 0.47 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.53 คะแนน
  • ปัจจัยที่ 2 การปราศจากการคอร์รัปชัน: ไทย 0.44 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.51 คะแนน
  • ปัจจัยที่ 3 รัฐบาลที่โปร่งใส: ไทย 0.48 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.52 คะแนน
  • ปัจจัยที่ 4 สิทธิขั้นพื้นฐาน: ไทย 0.49 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.55 คะแนน
  • ปัจจัยที่ 5 ความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง: ไทย 0.75 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.72 คะแนน
  • ปัจจัยที่ 6 การบังคับใช้กฎหมาย: ไทย 0.44 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.54 คะแนน
  • ปัจจัยที่ 7 กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง: ไทย 0.50 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.54 คะแนน
  • ปัจจัยที่ 8 กระบวนการยุติธรรมทางอาญา: ไทย 0.42 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.47 คะแนน

ทั้งนี้ พบด้วยว่ามีสองปัจจัยที่ประเทศไทยได้คะแนนลดลงเมื่อเทียบกับคะแนนในปี 2025 ได้แก่ การปราศจากคอร์รัปชัน (เดิม 0.45) และการบังคับใช้กฎหมาย (0.45) ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อประเมินภาพรวมในรอบ 5 ปี (2021-2026) มิติการปราศจากการทุจริตมีคะแนนหดตัวรุนแรงถึง 5.6% เช่นเดียวกับประเด็นด้านประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎระเบียบที่ลดลงถึง 4.0% ในขณะที่คะแนนในปัจจัยอื่น ๆ ไม่ต่างจากเดิม 

เสรีภาพและการตรวจสอบอำนาจรัฐเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ

รายงานฉบับรายประเทศยังระบุด้วยว่า ประเทศไทยมีผลประเมินลดลงในประเด็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุมและการรวมกลุ่ม การมีส่วนร่วมของประชาชน และการจำกัดอำนาจรัฐบาลโดยฝ่ายตุลาการ ทั้งยังอยู่ในกลุ่มประเทศกว่า 86% ทั่วโลกที่เผชิญการถดถอยในกลไกป้องกันการใช้อำนาจแบบอำนาจนิยมอย่างน้อยหนึ่งด้าน ได้แก่ การจำกัดอำนาจรัฐบาล รัฐบาลที่เปิดเผยโปร่งใส และสิทธิขั้นพื้นฐานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 

การเข้าถึงความยุติธรรมทางแพ่งยังต้องพัฒนา

แม้มากกว่าครึ่งของประเทศที่ได้รับการประเมิน จะมีพัฒนาการดีขึ้นในด้านการเข้าถึงและความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายในกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง (54%) และกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ (52%) ภายใต้มิติการประเมินด้านการเข้าถึงความยุติธรรมทางแพ่ง แต่ประเทศไทยกลับไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่มีพัฒนาการดีขึ้นในสองประเด็นดังกล่าว 

หลักนิติธรรมกับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

WJP นำเสนอข้อมูลความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งกับความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพด้านราคา และความเสี่ยงด้านเครดิตที่ต่ำ โดยพบว่า

  • ประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per capita) สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 14,406 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีคะแนนหลักนิติธรรมตั้งแต่ 0.68 ขึ้นไป
  • ประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าค่ามัธยฐานที่ 3.23% มีคะแนนหลักนิติธรรมตั้งแต่ 0.60 ขึ้นไป
  • ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ในระดับที่เหมาะแก่การลงทุน ตั้งแต่ AAA ถึง BBB มีคะแนนหลักนิติธรรมตั้งแต่ 0.66 ขึ้นไป
  • ข้อมูลเชิงสถิตินี้แสดงให้เห็นว่า “หลักนิติธรรม” (Rule of Law) คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของประเทศ

ปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญคือ "ความเชื่อมั่นด้านการลงทุน" เมื่อรัฐมีกลไกจำกัดอำนาจที่โปร่งใส มีการบังคับใช้สัญญาที่ได้มาตรฐาน และมีมาตรการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินอย่างรัดกุม ภาคธุรกิจย่อมสามารถประเมินความเสี่ยงและวางแผนการลงทุนระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นตัวแปรหลักในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสม

แม้บริบทนี้จะไม่ได้ชี้ว่าหลักนิติธรรมเป็นปัจจัยเดียวที่กำหนดความสำเร็จทางเศรษฐกิจ แต่ข้อมูลได้ตอกย้ำว่า นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจใด ๆ จะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้หากปราศจากความมั่นคงทางกฎหมาย การยกระดับหลักนิติธรรมจึงเป็นความจำเป็นเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่คาดการณ์ได้ โปร่งใส และเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

อ่านข้อมูลดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://worldjusticeproject.org/index/
…

อ้างอิงข้อมูลจาก 
รายงานประเทศไทย 
รายงานภาพรวมโลก