08 ต.ค. 2569 | 15:16 น.

ออสเตรเลียเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดฉากงาน “Australian Wine Showcase Southeast Asia 2026” ภายใต้แนวคิด “Taste Beyond” ที่กรุงเทพมหานครเป็นหมุดหมายแรก เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ขนทัพผู้ผลิตและไวน์เมกเกอร์ตัวจริงกว่า 24 ราย บินลัดฟ้าพบปะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไวน์ไทย ก่อนออกเดินทางสู่หมุดหมายต่อไปในอีก 5 เมืองใหญ่ทั่วภูมิภาค
การเดินทางเยือนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–16 ตุลาคม 2569 ครอบคลุม 6 เมืองสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (5 ตุลาคม), โฮจิมินห์ซิตี (7 ตุลาคม), ฮานอย (9 ตุลาคม), มะนิลา (12 ตุลาคม), กัวลาลัมเปอร์ (14 ตุลาคม ซึ่งเป็นหมุดหมายใหม่ของการจัดงานรอบนี้) และปิดท้ายที่จาการ์ตา (16 ตุลาคม) โดยในงานเปิดตัวที่กรุงเทพฯ มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง นำโดย พาโบล คัง (Mr. Pablo Kang) เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย, แคเมอรอน อัลลัน (Mr. Cameron Allan) ทูตพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลียประจำประเทศไทยและลาว และ ซาราห์ โรเบิร์ตส์ (Ms. Sarah Roberts) ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไวน์ออสเตรเลีย
การจัดงานครั้งนี้สะท้อนทิศทางของตลาดไวน์ในประเทศไทยและอาเซียนที่มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มปรับพฤติกรรมจากการตัดสินใจด้วยระดับราคา มาสู่การมองหาคุณค่า ความน่าเชื่อถือ และกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน ทั้งยังเปิดรับความหลากหลายของรูปแบบและสายพันธุ์องุ่นมากขึ้น ซึ่งสอดรับกับศักยภาพของออสเตรเลียที่มีแหล่งผลิตไวน์มากกว่า 65 ภูมิภาค อันเต็มไปด้วยความแตกต่างของสภาพดิน ระดับความสูง และสภาพภูมิอากาศ
เนื้อหาภายในงานแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 โซนหลัก เพื่อสะท้อนคาแรกเตอร์ของรสชาติอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ไวน์สไตล์คลาสสิกดั้งเดิมของออสเตรเลีย, ไวน์จากภูมิภาคชายฝั่ง, ไวน์จากภูมิภาคอากาศหนาวเย็น (Cool Climate) และกลุ่มไวน์สายพันธุ์ใหม่หรือสายพันธุ์ทางเลือก (Alternative Wine) ที่หลุดออกจากกรอบเดิม
ความน่าสนใจของงานอยู่ที่การรวมตัวของ 24 ผู้ผลิตที่นำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังอย่างหลากหลาย นับตั้งแต่กลุ่มผู้ผลิตระดับประวัติศาสตร์และธุรกิจครอบครัวที่สืบทอดภูมิปัญญามาอย่างยาวนาน เช่น Bleasdale Vineyards แห่ง Langhorne Creek ที่ยืนหยัดมานานถึง 176 ปี (ก่อตั้ง ค.ศ. 1850) โดยตระกูล Potts, Brand & Sons บูทีกไวน์ที่ส่งต่อองค์ความรู้การทำไวน์ใน Coonawarra ถึง 6 เจเนอเรชัน, Metala Wines แบรนด์ครอบครัวที่รักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิม ไปจนถึง Best’s Wines ผู้ครอบครองแปลงองุ่นประวัติศาสตร์ Nursery Block ที่ปลูกมาตั้งแต่ปี 1868
ขณะเดียวกันยังสะท้อนความประณีตของไวน์เขตอากาศหนาวเย็นและอัตลักษณ์ของผืนดินเฉพาะถิ่น ผ่าน Knappstein Wines ใน Clare Valley, Mitolo Wines จาก McLaren Vale ที่ผสมผสานวิถีครอบครัวเข้ากับสุนทรียศาสตร์ด้านอาหาร และ Ellis Wines บนผืนดินหินชนวนโบราณแห่ง Heathcote ควบคู่ไปกับกลุ่มผู้ผลิตคลื่นลูกใหม่ที่มุ่งปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมไวน์ให้เข้ากับยุคสมัย อย่าง Terra Twist จาก Western Australia ภายใต้แนวคิด "untwist wine culture" ที่ลดทอนพิธีการเพื่อความเข้าถึงง่ายและเน้นความยั่งยืน, การทำเกษตรแบบ Certified Biodynamic ของ Carlei Estate Wines รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมไวน์ไร้แอลกอฮอล์ (Dealcoholised Wine) ของ Dennis Global Wines เพื่อตอบรับเทรนด์สุขภาพ
นอกจากกิจกรรมชิมไวน์และการเจรจาธุรกิจ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการจัดมาสเตอร์คลาสในหัวข้อ “Master your future pairing: How to select the right Australian wine?” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการจับคู่รสชาติกับวัฒนธรรมอาหารเอเชีย ตอกย้ำว่าความยืดหยุ่นและการทดลองนวัตกรรมการผลิตใหม่ ๆ ของไวน์ออสเตรเลียสามารถผสานเข้ากับโต๊ะอาหารยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ซึ่งการเปิดฉากโรดโชว์ที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนโอกาสทางธุรกิจในตลาดไทย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการผสานมรดกความรู้ดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม