‘แก่นเก็ต’ เปิดพื้นที่คราฟต์ ‘ชีวิต-ธุรกิจ’ เชื่อมผู้คนกับอนาคตของย่านศรีจันทร์

‘แก่นเก็ต’ เปิดพื้นที่คราฟต์ ‘ชีวิต-ธุรกิจ’ เชื่อมผู้คนกับอนาคตของย่านศรีจันทร์

จากพื้นที่ค้าปลีก 7 ชั้น สู่พื้นที่ที่อยากให้คนขอนแก่นเข้ามาใช้ชีวิต พบปะ เรียนรู้ และสร้างโอกาสร่วมกัน “แก่นเก็ต” เปิดบ้านย่านศรีจันทร์ผ่านทั้งพื้นที่ไลฟ์สไตล์ สุขภาวะ กีฬา งานคราฟต์ และโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ พร้อมชวนผู้คนกลับมามองย่านเก่าในมุมใหม่ และร่วมกันออกแบบอนาคตของเมืองไปพร้อมกัน

การพัฒนาย่านเก่าให้มีชีวิต มีความเกี่ยวโยงกับทั้งอาคาร ธุรกิจ และความสัมพันธ์ของผู้คน สำหรับ “แก่นเก็ต” (Kaenket) โครงการใจกลางเมืองขอนแก่น การเปิดพื้นที่ให้คนมาพบปะ เรียนรู้ ทำธุรกิจ และใช้เวลาร่วมกัน คือแนวทางที่ผู้พัฒนาตั้งใจใช้เชื่อมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ากับชีวิตประจำวันของย่านศรีจันทร์

บริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้บริหารโครงการ ประกาศเริ่มเปิดให้บริการ “แก่นเก็ต” แบบ Soft Opening ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “ศูนย์การคราฟท์ชีวิตและธุรกิจ” โดยมุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่กับการสร้างพื้นที่สำหรับกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต และเปิดโอกาสให้ผู้คนในย่านศรีจันทร์และจังหวัดขอนแก่นได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือ

แก่นเก็ต ตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกับโรงแรม Ad Lib Khon Kaen และ Glowfish Khon Kaen โดยเชื่อมต่อกับอาคารแก่น ซึ่งเปิดในปี 2565 และเป็นที่ตั้งขององค์กรทั้งสองแห่ง รวมถึงศูนย์วิจัยและนวัตกรรมมิตรผล การพัฒนาโครงการครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดพื้นที่เดิมให้รองรับกิจกรรมและการใช้ชีวิตที่หลากหลายขึ้น

ฐิติรัตน์ เจริญยิ่งวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด เปรียบการพัฒนาโครงการกับหนังสือที่เดินทางมาถึงบทกลาง หลังจากเริ่มต้นด้วยอาคารแก่น ก่อนขยายมาสู่ แก่นเก็ต ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่พาณิชย์ 7 ชั้น และพื้นที่จอดรถใต้ดิน 3 ชั้น เชื่อมต่อกับอาคารแก่นเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้เข้ามาใช้บริการ

สาระสำคัญที่เธอเน้นย้ำคือการ “รื้อฟื้นความสัมพันธ์ของผู้คน” และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ โดยอาศัยเสน่ห์และศักยภาพของคนขอนแก่นเป็นกำลังขับเคลื่อน พร้อมเสนอแนวคิดเมืองที่เดินได้ หรือ Walkable City เพื่อช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้ตึกแถว บ้านเรือน และเศรษฐกิจท้องถิ่นในย่านศรีจันทร์

เจ็ดชั้นที่เชื่อมกิจวัตรกับการเรียนรู้และสุขภาวะ

การจัดสรรพื้นที่พาณิชย์ทั้ง 7 ชั้นของ แก่นเก็ต วางแนวคิดให้ครอบคลุมกิจวัตรประจำวัน การรับประทานอาหาร การเรียนรู้ การดูแลตัวเอง และการออกกำลังกาย โดยแต่ละชั้นมีบทบาทแตกต่างกัน

ชั้น 1 “Daily Basket” เน้นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยแก่นซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ ส่วนชั้น 2 “Mingle & Munch” วางไว้เป็นพื้นที่ร้านอาหารและคาเฟ่ที่เน้นความสะดวกสบาย รองรับการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ

ชั้น 3 “Home + .com” เชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับไลฟ์สไตล์ ผ่านสินค้าไอที แฟชั่น และงานหัตถกรรมหรืองานคราฟต์ของภาคอีสาน ขณะที่ชั้น 4 “Edu.Play” เป็นพื้นที่การศึกษาและการเรียนรู้สำหรับทุกวัย โดยวางองค์ประกอบไว้ทั้งโรงเรียนสอนภาษา โรงเรียนสอนเต้น และสวนสนุกสำหรับเด็ก

ชั้น 5 “Sip & Social” เน้นการรับประทานอาหารและพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศกึ่งกลางแจ้ง พร้อมศูนย์อาหารแบบพรีเมียมฟู้ดฮอลล์ที่คัดสรรร้านอาหาร ส่วนชั้น 6 “Vitala” เป็นพื้นที่สปา สุขภาวะ และบริการด้านสุขภาพและความงาม โดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศวิวเมือง

ชั้น 7 “Active Park” วางไว้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายและเล่นกีฬาหลากหลายประเภท เพื่อรองรับการสร้างชุมชนของคนรักสุขภาพ

พื้นที่ทั้งเจ็ดชั้นจึงสะท้อนความตั้งใจของผู้พัฒนาที่จะรองรับผู้ใช้บริการหลายช่วงวัย อย่างไรก็ดี รายละเอียดดังกล่าวเป็นแนวคิดการจัดสรรพื้นที่ของโครงการ ยังไม่ได้หมายความว่าร้านค้าและบริการทั้งหมดเปิดให้บริการครบแล้วในช่วง Soft Opening นี้

สี่โครงการขับเคลื่อนธุรกิจและความคิดสร้างสรรค์

ควบคู่กับพื้นที่พาณิชย์ แก่นเก็ต วางโครงการขับเคลื่อนเมืองไว้ 4 ด้าน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ เด็กและเยาวชน คนทำงานคราฟต์ และผู้สนใจการพัฒนาเมืองเข้ามามีส่วนร่วม

“The Urban Lab” เป็นโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพและธุรกิจท้องถิ่น โดยมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เรียนรู้การทำธุรกิจอย่างเป็นระบบในรูปแบบค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ modern retail ทั้งการเริ่มต้นและการขยายธุรกิจจริง ภายใต้ต้นทุนที่ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าถึงได้

“แก่นเกลอคลับ” (Kaen Kleur Club) เน้นกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ด้วยความตั้งใจสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก ๆ ได้แสดงออก ค้นหาความสนใจของตัวเอง และเรียนรู้ทักษะใหม่ผ่านกิจกรรมร่วมกัน

“แก่นคราฟท์” (Kaen Kraft) เป็นแพลตฟอร์มรวบรวมงานฝีมือที่คัดสรรจากทั่วภาคอีสาน พร้อมร่วมพัฒนาสินค้างานคราฟต์อีสานร่วมสมัย ให้ผู้มาเยือนได้เลือกชมและเลือกซื้อในจุดเดียว รวมถึงจัดกิจกรรมถ่ายทอดทักษะและเปิดประสบการณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมอีสานให้คนเมืองและนักเดินทาง

ส่วน “แก่นสาร” (Kaen San Program) วางไว้เป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้และแลกเปลี่ยนความคิด เพื่อให้เกิดการต่อยอดในหลายมิติ พร้อมสนับสนุนโครงการทดลองเพื่อการพัฒนาเมือง

ทั้งสี่โครงการเป็นกลไกที่ผู้พัฒนาตั้งใจใช้เชื่อมพื้นที่เข้ากับผู้คน ตั้งแต่การให้โอกาสธุรกิจรายเล็ก ไปจนถึงการเปิดพื้นที่เรียนรู้และทดลองแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของเมือง

สามพื้นที่ส่วนกลางสำหรับชีวิตร่วมกัน

รายละเอียดอีกส่วนที่ช่วยอธิบายแนวคิดของ แก่นเก็ต ได้ชัดเจน คือพื้นที่ส่วนกลาง 3 แห่ง ซึ่งมีบทบาทรองรับการใช้เวลาร่วมกันนอกเหนือจากการซื้อสินค้าและใช้บริการ

“ลานศรีจันทร์” (Lan Srichan) ถูกวางให้เป็นลานคนเมืองสำหรับการพบปะและสร้างความร่วมมือ โดยโครงการอธิบายพื้นที่นี้เสมือนสนามหน้าบ้านที่ต้อนรับผู้คนให้เข้ามาร่วมกิจกรรม

“สวนป่าฮ่มเมือง” (Pa Hom Mueang) เป็นพื้นที่พักผ่อนใจกลางขอนแก่น เติมพื้นที่สีเขียวให้กับการใช้ชีวิตในเมือง ขณะที่ “ลานแก่นกลาง” (Kaen Klang) วางไว้เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับกิจกรรมและการใช้งานหลากหลายรูปแบบ

ฐิติรัตน์อธิบายว่า การเปิดพื้นที่ส่วนกลางเหล่านี้ให้ผู้คนเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นส่วนสำคัญของแนวทางพัฒนาโครงการ โดยเชื่อว่าพื้นที่ที่มอบแรงบันดาลใจสามารถช่วยขับเคลื่อนชีวิตประจำวัน และนำไปสู่การร่วมคิดร่วมสร้างเพื่อพัฒนาย่านศรีจันทร์และเมืองขอนแก่น

เปิดบ้านเพื่อเชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของศรีจันทร์

ในช่วงเริ่มต้นเปิดให้บริการ โครงการกำหนดจัดงาน “Soft Opening Kaenket แก่นเก็ตเปิดบ้าน ร่วมคิด ร่วมสร้าง บ่มความสุขให้ย่านศรีจันทร์” ระหว่างวันที่ 1–5 ตุลาคม 2569 โดยใช้เรื่องราวของย่านเป็นแกนเชื่อมกิจกรรม

นิทรรศการของงานวางเนื้อหาไว้ 3 ช่วง ได้แก่ “YESTERDAY” สะท้อนรากเหง้าและความภาคภูมิใจในอดีต “TODAY” เชื่อมสู่แนวคิดการเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์อีสานร่วมสมัย และ “TOMORROW” เปิดให้ร่วมออกแบบภาพอนาคตของย่านที่น่าอยู่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทั้งเมือง

ภายในงานมีการแสดงของนักเรียนจากโรงเรียนในย่านศรีจันทร์ การออกร้านของร้านค้าตำนานแห่งศรีจันทร์ 8 ร้าน ตลาดศิลปะ การแสดงจากพันธมิตร งานเฮียเป้ามาร์เก็ต และ Urban Escape พร้อมเวทีเสวนา “บ่มย่านเก่า เล่าอนาคตศรีจันทร์”

โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย รศ.ดร.รวี หาญเผชิญ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนักวิจัยอาวุโส ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ, สักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA), กวิน ว่องกุศลกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮอริเทจ เอสเตทส์ จำกัด และ ณัฐกร ศรีนวกุล สมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่น และประธาน Srichan Club

สำหรับผู้ติดตามการพัฒนาเมือง การเปิดแก่นเก็ตเป็นอีกขั้นของการสร้างพื้นที่ที่รวบรวมผู้ประกอบการและกิจกรรมให้ตอบโจทย์คนขอนแก่นและผู้มาเยือน พร้อมเปิดโอกาสให้ธุรกิจขยายสาขาหรือเริ่มต้นกิจการใหม่ โดยมีเศรษฐกิจสร้างสรรค์และคุณภาพชีวิตเป็นเป้าหมายร่วมกัน

จากพื้นที่ค้าปลีกไปถึงลานกิจกรรม สวน และเวทีแลกเปลี่ยนความคิด แก่นเก็ต กำลังเสนอแนวทางให้การพัฒนาธุรกิจเดินไปพร้อมกับการสร้างความสัมพันธ์ในย่านศรีจันทร์ ความตั้งใจนี้จะมีความหมายต่อเมืองเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับการใช้พื้นที่และการมีส่วนร่วมของผู้คนในอนาคต.