เปิดสภาคุ้มครองชาติพันธุ์นัดแรกคึกคัก สมาชิกจาก 51 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศเข้าร่วม หลัง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568 บังคับใช้ครบ 1 ปี

เปิดสภาคุ้มครองชาติพันธุ์นัดแรกคึกคัก สมาชิกจาก 51 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศเข้าร่วม หลัง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568 บังคับใช้ครบ 1 ปี

“สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์” ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยมีสมาชิกผู้แทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศกว่า 209 คนเข้าร่วม โดยที่ประชุมมีมติเลือกนายศักดา แสนมี่ ผู้แทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาคุ้มครองฯ คนแรก

วันที่ 29 กันยายน 2569 กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดการประชุม “สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย” ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

เปิดสภาคุ้มครองชาติพันธุ์นัดแรกคึกคัก สมาชิกจาก 51 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศเข้าร่วม หลัง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568 บังคับใช้ครบ 1 ปี โดยมี ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยสมาชิกสภาคุ้มครองฯ ซึ่งเป็นผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์จากทั่วประเทศจำนวนกว่า 209 คนเข้าร่วมประชุม ร่วมด้วยแขกกิตติมศักดิ์ที่มาร่วมเปิดประชุม ได้แก่ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล, สว.ประภาส ปิ่นตบแต่ง, ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, สส.ณัฐวุฒิ บัวประทุม, อดีต สส.มานพ คีรีภูวดล, เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และตัวแทนภาคประชาสังคมที่ร่วมผลักดัน พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ ได้แก่ ไมตรี จงไกรจักร และสุริยัน ทองหนูเอียด เป็นต้น ถือเป็นการเริ่มกลไกการทำงานของสภาอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568

“ขอให้สมาชิกทุกคนช่วยกันทำให้พื้นที่สภาคุ้มครองฯ นี้เป็นพื้นที่แห่งการรับฟังปัญหา และสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความหมาย”

ปิยะรัฐชย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาของการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ต้องต่อสู้กับมายาคติและแรงกดดันจากภายนอกที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ จนในท้ายที่สุด พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวได้ประกาศใช้ และเป็นที่มาของการเปิดประชุมสภาคุ้มครองฯ ในวันนี้

ปิยะรัฐชย์ชี้ว่า วันนี้ชาติพันธุ์จำนวนไม่น้อยยังคงเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากร จึงคาดหวังให้สภาแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือ และพื้นที่ลดอคติจากคนภายนอก เพื่อให้เห็นศักยภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย

เปิดสภาคุ้มครองชาติพันธุ์นัดแรกคึกคัก สมาชิกจาก 51 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศเข้าร่วม หลัง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568 บังคับใช้ครบ 1 ปี

เลือกตั้งสภาคุ้มครองฯ

ในช่วงเริ่มต้นการประชุม สถาพร สุขใหญ่ สมาชิกอาวุโสจากกลุ่มชาติพันธุ์ไทยอง จ.ลำพูน ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว โดยมีวาระแรกเพื่อรับทราบผลการเลือกสมาชิกสภาคุ้มครองฯ และอำนาจหน้าที่ของสภาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568

สำหรับการเลือกประธานสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ ศักดา แสนมี่ หมายเลข 1 จากชาติพันธุ์ลีซู และ ศุรวิษฐ์ ศิริพาณิชย์ศกุนต์ หมายเลข 2 จากชาติพันธุ์กูย

เปิดสภาคุ้มครองชาติพันธุ์นัดแรกคึกคัก สมาชิกจาก 51 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศเข้าร่วม หลัง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568 บังคับใช้ครบ 1 ปี ศักดา แสนมี่ กล่าวถึงแนวทางการทำงานว่า ตนทำงานภาคประชาสังคมและทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกลุ่มลีซอและชนเผ่าพื้นเมืองมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการรับฟังเสียงจากกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม โดยมองว่าประธานสภาต้องสามารถทำงานร่วมกับทีมและรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน

เปิดสภาคุ้มครองชาติพันธุ์นัดแรกคึกคัก สมาชิกจาก 51 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศเข้าร่วม หลัง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568 บังคับใช้ครบ 1 ปี ขณะที่ศุรวิษฐ์ ศิริพาณิชย์ศกุนต์ กล่าวว่า การทำงานด้านฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์เป็นประเด็นสำคัญ รวมถึงการอนุรักษ์ภาษาแม่ที่กำลังสูญหาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมเสนอให้มีการพัฒนาศักยภาพของชุมชน เพื่อให้แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์สามารถพึ่งพาตนเองได้ และสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ผลการลงคะแนนจากผู้ลงคะแนนทั้งหมด 209 คน ปรากฏว่า ศักดา แสนมี่ ได้รับ 161 เสียง ขณะที่ศุรวิษฐ์ ศิริพาณิชย์ศกุนต์ ได้ 44 เสียง มีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 เสียง และบัตรเสีย 3 ใบ ส่งผลให้ศักดา แสนมี่ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์คนแรก

เปิดสภาคุ้มครองชาติพันธุ์นัดแรกคึกคัก สมาชิกจาก 51 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศเข้าร่วม หลัง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568 บังคับใช้ครบ 1 ปี

ทั้งนี้ สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มีหน้าที่และอำนาจตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งการเป็นศูนย์กลางประสานงานระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย การเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขต่อคณะกรรมการ รวมถึงการรับเรื่องร้องทุกข์และติดตามปัญหาที่เกิดจากการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์

เปิดสภาคุ้มครองชาติพันธุ์นัดแรกคึกคัก สมาชิกจาก 51 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศเข้าร่วม หลัง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ 2568 บังคับใช้ครบ 1 ปี โดยตามระเบียบวาระการประชุมสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ครั้งที่ 1/2569 หลังจากที่มีการเปิดประชุมและเลือกตั้งประธานสภาคุ้มครองฯ เรียบร้อยแล้ว จะมีการประชุมในหัวข้ออภิปรายข้อมูลสถานการณ์กลุ่มชาติพันธุ์ และการพิจารณาแนวทางการจัดทำแผนขับเคลื่อนสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นวาระต่อไป