14 ส.ค. 2569 | 11:00 น.

สมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ ได้เปิดตัว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok International Film Festival 2026: BKKIFF 2026) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง ชัดเจน และเป็นที่จดจำบนปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โดยเทศกาลฯ มุ่งพัฒนา BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการจัดฉายภาพยนตร์ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สร้าง ผลงาน บุคลากร และเครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือและการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต จากประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดเทศกาลระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569
ให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดในมิติต่าง ๆ ที่จะช่วยขยายบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เรามุ่งหวังให้ความต่อเนื่องของเทศกาลสามารถผลักดันกรุงเทพฯ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ บนปฏิทินภาพยนตร์นานาชาติ และเป็นจุดหมายที่ผู้สร้างและคนในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคนี้
ก่อนต่อยอดไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการวางบทบาทของประเทศไทยให้เป็น Film Industry Hub หรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล
เราต้องการให้ผู้สร้างและคนในวงการรับรู้ว่า ในทุกปีกรุงเทพฯ จะมีช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนสามารถนำภาพยนตร์ และโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาเชื่อมโยงและต่อยอดร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน เทศกาลยังเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการจัดงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ Bangkok International Film Festival เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเทศกาลให้ก้าวสู่ มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหากสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทศกาลภาพยนตร์ในระดับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับ BKKIFF ให้เทียบเคียงเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับเทศกาลและองค์กรภาพยนตร์ชั้นนำจากนานาประเทศ
นอกจากนี้เทศกาลฯ ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ผู้คน” ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความร่วมมือระหว่างเทศกาลหรือเชื่อมโยงภาพยนตร์เข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดโอกาสให้ Rising Star หรือนักแสดงดาวรุ่งที่มีศักยภาพจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ได้พบปะกับผู้สร้าง ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากนานาประเทศ เพื่อสร้างเครือข่าย ต่อยอดโอกาสในการทำงาน และเปิดเส้นทางสู่เวทีนานาชาติ พร้อมผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย
อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้เทศกาลเติบโตได้อย่างแท้จริงคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะเมื่อเทศกาลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สร้าง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมจะเริ่มจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และสามารถวางแผนที่จะกลับมาเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับเราได้ ความต่อเนื่องจึงไม่ใช่แค่การจัดงานให้เกิดขึ้นทุกปี แต่คือการค่อย ๆ สร้างเครือข่าย ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆ ให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย สิ่งที่เราอยากเห็นคือ Bangkok International Film Festival เติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากกลับมาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนเทศกาลฯ ในแต่ละปีเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ตลอดจนเครือข่ายและบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ร่วมกันผลักดันให้เทศกาลฯ เป็นพื้นที่ซึ่งสร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และธุรกิจ
ในอนาคต
ภูมิภัทร ถาวรศิริ Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า เทศกาลภาพยนตร์ที่แข็งแรงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่ผู้ชมมาดูภาพยนตร์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่า เบื้องหลังภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประกอบด้วยผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการทำงาน และองค์ประกอบอีกมากมายที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่คนในวงการได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสใหม่ ๆ สิ่งสำคัญของเทศกาลฯ คือการทำให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้เห็นว่า ศักยภาพของประเทศไทย ไม่ได้อยู่เพียงที่เรื่องราวหรือสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ยังอยู่ที่ “คนไทย” ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ประสบการณ์ และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้สร้าง นักเขียนบท ไปจนถึงบุคลากรเบื้องหลังในสาขาต่าง ๆ ที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์
ในปีนี้ เทศกาลฯ จึงให้ความสำคัญกับการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรไทยควบคู่ไปกับความพร้อมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างครบวงจร ผ่านการพบปะกับผู้สร้าง การสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเปิดให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากนานาชาติได้เห็นศักยภาพของคนไทยผ่านผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานจริง เทศกาลฯ จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำภาพยนตร์จากทั่วโลกมาจัดฉายในประเทศไทย แต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมได้เข้าใกล้โลกของภาพยนตร์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอุตสาหกรรมจากนานาชาติ และต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตต่อไป