17 ส.ค. 2569 | 10:00 น.

KEY
POINTS
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก และการย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย คือ หนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุนทั่วโลก สะท้อนผ่านเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมขยายตัว
เมื่อการลงทุนเปลี่ยนไป โจทย์ผู้ประกอบการก็เปลี่ยนตาม จากเดิมที่มองหาเพียงคลังสินค้าหรือโรงงานให้เช่าสำหรับเริ่มต้นธุรกิจ กระทั่งเกิดการยกระดับในภาพที่ใหญ่ขึ้น ขยายจากการเช่ามาซื้อที่ดินพัฒนาเอง ธุรกิจที่อยู่ในเทรนด์ต้องการย้ายเข้ามาลงทุนพร้อมตั้งฐานการผลิตทันที ทำให้วันนี้สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญ คือ พื้นที่ที่มีความพร้อมรอบด้านที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ในระยะยาว มองไปข้างหน้า ความท้าทายของฝั่งผู้ให้บริการ Industrial Property จำเป็นต้องอ่านเกมและตีโจทย์ให้แตกเพื่อรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลง
ตลอดเส้นทางกว่า 15 ปี ที่ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ (PD) ภายใต้การนำทัพของคุณรัชนี มหัตเดชกุล ยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยุคบุกเบิกวางรากฐานโครงการ Free Zone เขตปลอดอากรขนาดใหญ่เป็นเจ้าแรก ๆ ของไทย การเผชิญวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่หยุดชะงัก จนมาถึงยุคที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในปัจจุบัน ทุกบททดสอบหล่อหลอมให้องค์กรแข็งแกร่งและข้ามผ่านความท้าทายเหล่านั้นมาได้ในที่สุด
พิสูจน์ผ่านความสำเร็จของโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน (Bangkok Free Trade Zone: BFTZ) จาก Single Project ขยายสู่ 10 โครงการ ใน 3 ทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา และ ฉะเชิงเทรา พื้นที่ให้เช่ารวมทุกโครงการกว่า 1 ล้าน ตารางเมตร พร้อมรักษาอัตราการเช่าในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้บริษัทพร้อมก้าวสู่บทใหม่ของการเติบโต
บนวิสัยทัศน์และแนวคิดชัดเจนที่พร้อมเติบโตไปด้วยกันกับผู้ประกอบการ ทำให้มีลูกค้าซึ่งเช่าโรงงานตั้งแต่โครงการแรกกำลังพัฒนาจนถึงทุกวันนี้ได้ขยายพื้นที่เช่าและยังคงดำเนินธุรกิจภายในโครงการ การยืนระยะทางธุรกิจจะเกิดขึ้นได้ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ชี้ให้เห็นว่าควรขับเคลื่อน Ecosystem ทั้งระบบ ทุกภาคส่วนล้วนเกี่ยวเนื่องกัน ทั้งลูกค้าผู้เช่า ชุมชนรอบโครงการ หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนคนในองค์กร บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบเสมอ
เมื่อโอกาสในการลงทุนมาบรรจบกับความพร้อมขององค์กร พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จึงขยายบทบาทจากผู้พัฒนาโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า สู่การพัฒนา “นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง” ภายใต้กิจการร่วมค้า บริษัท บางปะกง อินดัสเทรียล เอสเตท จํากัด พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ในทำเลยุทธศาสตร์บริเวณรอยต่อ จังหวัดชลบุรี และ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ
ภายใต้แนวคิด Eco-Industrial Estate ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในระยะยาว ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกับชุมชนรอบข้าง โดยแบ่งสัดส่วนการพัฒนาพื้นที่ออกเป็น ที่ดินสำหรับขายประมาณ 680 ไร่ และส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ระบบสาธารณูปโภค พื้นที่สีเขียวและแนวกันชนเชิงนิเวศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน
การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมบางปะกง ไม่ได้เป็นเพียงการขยายธุรกิจของ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ สู่บทบาทของผู้พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมที่รองรับการลงทุนยุคใหม่ อย่าง Data Center, เทคโนโลยีคลาวด์ ครอบคลุมถึงกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve นำเอาความเข้าใจเชิงลึกจากการพัฒนาและให้บริการโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ซึ่งมีมาตรฐานเทียบเท่ากับโครงการนิคมอุตสาหกรรม มาปรับใช้กับนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้
โดยล่าสุด นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และเจรจากับนักลงทุนหลายรายที่ให้ความสนใจ รวมถึงเดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนจากไต้หวัน ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ปักหมุดเตรียมเปิดบริการเต็มรูปแบบในปี 2570 เป็นต้นไป
และนี่คือ ภารกิจครั้งสำคัญของ นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง ในการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเติบโตไปกับศักยภาพของประเทศไทย และร่วมขับเคลื่อนอนาคตภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เมื่อเปิดดำเนินการแล้วคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนประมาณ 25,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 2,151 คน