29 มิ.ย. 2569 | 10:30 น.

KEY
POINTS
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดงาน “ส่งใจถึงต้าร์ ยืนยันว่า ‘เราไม่หมดหวัง’” เนื่องในวาระครบรอบ 6 ปี ของการบังคับสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมทางการเมืองชาวไทย ซึ่งถูกบังคับสูญหายในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับชะตากรรมของเขา
การบังคับสูญหายของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และยังคงส่งผลกระทบต่อครอบครัวของเขาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสะท้อนปัญหาการบังคับบุคคลให้สูญหายในสังคมไทย
ในงานครบรอบ 6 ปีครั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสะท้อนการไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรมในกรณีการบังคับสูญหาย เช่น “ต้นไม้แห่งความหวัง” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมเขียนข้อความส่งกำลังใจถึงครอบครัวของวันเฉลิม และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่มีสมาชิกในครอบครัวถูกบังคับให้สูญหาย รวมถึงกิจกรรม “กล่องกำลังใจ” ซึ่งเป็นพื้นที่รวบรวมกำลังใจถึงครอบครัวผู้สูญหายและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนใส่ลงในกล่อง เพื่อส่งแรงใจให้บุคคลเหล่านี้
อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือวงเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่: การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง” ซึ่งสะท้อนภาพการติดตามคดีวันเฉลิมตลอด 6 ปี ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เขาถูกบังคับสูญหาย ไปจนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของครอบครัว นักกฎหมาย และองค์กรสิทธิมนุษยชน ในการค้นหาความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของเขาและผู้ถูกบังคับให้สูญหายคนอื่นๆ
ภายในวงเสวนายังได้พูดถึงว่าการบังคับสูญหายไม่ใช่เพียงการหายตัวไปของบุคคลเท่านั้น แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ทำให้ครอบครัวต้องอยู่ในสภาวะ “ไม่รู้ชะตากรรม” เป็นเวลายาวนาน และต้องเผชิญอุปสรรคจากกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าและขาดความโปร่งใส อีกทั้งยังเชื่อมโยงการติดตามคดีวันเฉลิมกับสถานการณ์การค้นหาคนหายและผู้ถูกบังคับสูญหายในประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านกลไกด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ตลอด 6 ปี ที่ผ่านมา ครอบครัวของวันเฉลิมต้องอยู่กับความไม่รู้ถึงชะตากรรมของคนที่รัก ซึ่งเป็นความทุกข์ที่ไม่มีครอบครัวใดควรต้องเผชิญ เราขอยืนยันว่าเรายังไม่ลืมวันเฉลิม และจะยังคงเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นอิสระ เพื่อให้ความจริงปรากฏและเกิดความยุติธรรม
“การส่งใจถึงต้าร์ในวันนี้คือการยืนยันว่า ‘เราไม่หมดหวัง’ ไม่หมดหวังที่จะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมและที่อยู่ของวันเฉลิม ไม่หมดหวังที่จะเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้น และไม่หมดหวังที่จะเห็นสังคมที่ไม่มีใครต้องถูกบังคับให้สูญหายอีกต่อไป
“มีประโยคหนึ่งที่เราคิดถึงมากในงานแบบนี้ คือ ‘Hope is a discipline’ — ความหวังไม่ใช่แค่การมองโลกในแง่ดี แต่คือสิ่งที่เราต้องเลือก ต้องฝึก และต้องยืนหยัดทำซ้ำๆ ความหวังคือการเลือกที่จะจำต่อ ถามต่อ ยืนอยู่ข้างครอบครัวของผู้ถูกบังคับให้สูญหาย และไม่ปล่อยให้ความเงียบมีอำนาจเหนือความจริง”
“สำหรับแอมเนสตี้ ประเทศไทย นี่คือหัวใจของ RESIST — ‘ยืนหยัดต่อต้านความอยุติธรรม’ ไม่ใช่การต่อต้านด้วยความเกลียดชัง แต่เป็นการยืนหยัดด้วยความรักต่อผู้คน ด้วยความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และด้วยความเชื่อว่าสังคมนี้ไม่ควรปล่อยให้ใครถูกทำให้หายไปโดยไม่มีคำตอบ”
“ความหวังคือการต่อต้านความเงียบ ความหวังคือการต่อต้านการถูกทำให้ลืม ความหวังคือการต่อต้านการลอยนวลพ้นผิด และความหวังคือการปฏิเสธที่จะยอมรับว่าสังคมหนึ่งจะปล่อยให้ใครคนหนึ่งถูกทำให้หายไปได้ โดยไม่มีคำตอบ ไม่มีความรับผิดชอบ และไม่มีความยุติธรรม”
“การรำลึกในวันนี้ไม่ใช่เพียงการย้อนกลับไปมองความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่เป็นการยืนยันว่า ความทรงจำ ความรัก และความหวังของพวกเรายังคงดำรงอยู่
แต่สิ่งที่ทำให้ความหวังยังดำรงอยู่ คือการที่มีผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่ารับช่วงกันสืบสานการต่อสู้ และไม่ยอมปล่อยให้ความทรงจำถูกกลืนหายไป ดังนั้น การอยู่ร่วมกันในวันนี้จึงไม่ใช่การไว้อาลัย แต่เป็นการประกาศว่า เราจะไม่ยอมให้ความเงียบมีอำนาจเหนือความจริง และเราจะไม่ยอมให้คนที่เรารักหายไปจากความทรงจำของสังคม”