The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

Marshall Livehouse ปลุกพลัง 6 ศิลปินไทยนอกกระแส ผ่าน The Echo of Thai Sound สู่ภารกิจพาเสียงไทยร่วมสมัยไปไกลถึงลอนดอน

KEY

POINTS

ย้อนกลับไปในทศวรรษ 1960 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ชายคนหนึ่งนามว่า จิม มาร์แชล (Jim Marshall) ได้เปิดร้านขายเครื่องดนตรีเล็ก ๆ ขึ้นมา ในยุคที่ดนตรีร็อกแอนด์โรลกำลังเริ่มก่อตัว นักดนตรีรุ่นใหม่ในยุคนั้นเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับโจทย์เดิม ๆ ว่าพวกเขาต้องการตู้แอมป์ที่ให้เสียงดังสะใจ ทรงพลัง และมีเอกลักษณ์ดิบ ๆ ในแบบที่เครื่องเสียงยุคนั้นให้ไม่ได้ 

จิมจึงลงมือประดิษฐ์แอมป์ตู้แรกขึ้นมาเพื่อตอบสนองความฝันของเด็กหนุ่มเหล่านั้น จนในที่สุด ตู้แอมป์หน้าตาสีดำ-ทองพร้อมโลโก้ลายเซ็นสีขาวอันเป็นไอคอนิก ก็ได้กลายมาเป็น "เสียงแห่งร็อกแอนด์โรล" ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินระดับตำนานโลกมานานกว่า 60 ปี

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ “Keep Live Music Alive” จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สโลแกนเท่ ๆ ของ Marshall แบรนด์สัญชาติอังกฤษรายนี้ แต่เป็นพันธกิจที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอ Marshall เชื่อเสมอว่า ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกไม่ได้เริ่มต้นจากเวทีคอนเสิร์ตขนาดมหึมา แต่พวกเขาล้วนเติบโตมาจากพื้นที่เล็ก ๆ จากบาร์ลับ จากชุมชนดนตรีอิสระ ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทดลอง ได้ทำผิดพลาด และได้ค้นหาเสียงที่แท้จริงของตัวเอง

เมื่อนำความเชื่อนี้ข้ามทวีปมาสู่ประเทศไทย จึงเกิดเป็น Marshall Livehouse พื้นที่ทางวัฒนธรรมและดนตรี ย่านเจริญกรุง ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเสมือนระบบนิเวศขนาดเล็กที่พร้อมทำหน้าที่เป็นรากฐานและกระบอกเสียง คอยโอบรับไอเดียสร้างสรรค์ของเหล่านักดนตรีรุ่นใหม่ เพื่อพิสูจน์ว่าพลังของดนตรีสดจะไม่มีวันตาย และเสียงเล็ก ๆ จากพื้นที่แห่งนี้พร้อมแล้วที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ผ่านโครงการ "The Echo of Thai Sound"

ปรากฏการณ์ดนตรีไทยที่โลกต้องได้ยิน

หากลองเงี่ยหูฟังเสียงรอบตัวในเวลานี้ เราจะพบว่าอุตสาหกรรมดนตรีไทยกำลังเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่น่าจับตามองที่สุดยุคหนึ่ง ซีนดนตรีของบ้านเราไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพลงป๊อปพิมพ์นิยมตามกระแสหลักอีกต่อไป แต่เรากำลังเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มศิลปินอิสระ และการอุบัติขึ้นของแนวเพลงทางเลือกอันหลากหลาย คนดนตรีรุ่นใหม่กลุ่มนี้เริ่มหันกลับมาค้นหารากฐานทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเอง แล้วนำมาปัดฝุ่น ตีความใหม่ ผสมผสานเข้ากับอิทธิพลของดนตรีสากลร่วมสมัย จนเกิดเป็นภาษาดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สดใหม่และไร้กรอบจำกัด

หลาย ๆ เสียงที่เกิดขึ้นในคอมมูนิตี้เล็ก ๆ เหล่านี้ แม้จะยังไม่อยู่ในกระแสหลัก หรืออาจถูกนิยามว่าเป็นดนตรีระดับรากหญ้า (Grassroots Artists) แต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลังงานอันมหาศาล ดุดัน และสะท้อนตัวตนที่แท้จริงอย่างซื่อสัตย์ ทว่า ปัญหาสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ในอุตสาหกรรมดนตรีไทยคือ เสียงที่ทรงพลังเหล่านี้มักจะขาด "ระบบสนับสนุน" (Launchpad) และโอกาสที่จะช่วยขยายขีดความสามารถให้เดินทางไปได้ไกลกว่าพื้นที่เดิม ๆ ที่พวกเขาอยู่

โครงการ “The Echo of Thai Sound” จึงเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญของ Marshall Livehouse ร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม ปลดล็อกขีดจำกัด และผลักดันพลังแห่งเสียงดนตรีไทยนอกกระแสเหล่านี้ให้เดินทางไปได้ไกลกว่าที่เคย ผ่านกระบวนการเรียนรู้ การทดลอง และการลงมือทำจริง 

สุ้มเสียงที่พร้อมจะสร้างแรงสั่นสะเทือน

เพื่อค้นหาและขับเน้นสุ้มเสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหล่านั้น The Echo of Thai Sound จึงได้คัดเลือกศิลปินไทยรุ่นใหม่จำนวน 6 กลุ่ม ที่มีทิศทางดนตรีเป็นของตัวเองอย่างเด่นชัด และพร้อมจะนำความหลากหลายทางวัฒนธรรมร่วมสมัยไปเขย่าโสตประสาทของผู้ฟังในระดับสากล

OFFICE SYNDROME วงดนตรีอินดี้รุ่นใหม่ที่หยิบเอาเรื่องราวธรรมดา ๆ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของผู้คนมาเล่าอย่างตรงไปตรงมา พวกเขาหลอมรวมกลิ่นอายของดนตรี Surf Pop, Alternative และ Punk Rock เข้าด้วยกัน ผ่านซาวด์ดนตรีที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันประณีตและเนื้อเพลงที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ชวนให้ผู้ฟังได้ย้อนกลับไปทบทวนความสัมพันธ์ ความทรงจำ และช่วงเวลาสำคัญของตัวเองอีกครั้ง

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

THE HYMMAPAN ELECTRON ผู้ทลายขอบเขตของแนวดนตรีเดิม ๆ ด้วยสไตล์ที่นิยามตัวเองว่า "Isan Cyber" วงดนตรีกลุ่มนี้นำเอาดนตรีพื้นบ้านอีสานที่มีความสนุกสนานเป็นทุนเดิม มาตีความใหม่ผ่านการปะทะสังสรรค์กับบีทอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัย จนเกิดเป็นภาษาดนตรีที่ล้ำสมัย สนุก เปี่ยมด้วยพลังทางวัฒนธรรม 

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

NIXSA JINGLE ศิลปินมัลติอินสทรูเมนต์ (Multi-instrumentalist) นักร้อง และนักแต่งเพลงผู้สร้างสรรค์โลกแห่งเสียงที่มีมิติเฉพาะตัว ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านการผสมผสานองค์ประกอบดนตรีแนว Thai Spiritual เข้ากับท่วงทำนอง Soul Jazz และ Ambient ได้อย่างมีชั้นเชิง ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา โดยเปิดพื้นที่ว่างในเสียงดนตรีให้ผู้ฟังได้ตีความและรู้สึกในแบบของตัวเอง

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

FORD TRIO วงดนตรีไทยร่วมสมัยที่โดดเด่นด้วยซาวด์อันจัดจ้านจากการเชื่อมโยงความเป็นไทยเข้ากับแรงบันดาลใจจากทั่วโลกอย่างไร้ขอบเขต พวกเขาผสานกลิ่นอาย Neo Soul, Alternative Rock และ Psychedelic จนเกิดเป็นแนวทางเฉพาะตัวที่เรียกขานว่า “Neo Thai Funk” มาพร้อมกับการแสดงสดสุดมันส์ชวนโยกที่สามารถสร้างฐานผู้ฟังที่เหนียวแน่นและจงรักภักดีในนามกลุ่ม “ลัทธิคอไก่”

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

FORDECISION ตัวแทนกระบอกเสียงอันดุดัน ตรงไปตรงมา และไม่ประนีประนอมจาก Local Underground Scene วงดนตรีฮาร์ดคอร์พังก์จากกรุงเทพฯ ภายใต้สังกัด Holding On Records สเปกตรัมดนตรีของพวกเขาถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานบนเวทีที่พลุ่งพล่านและจริงใจ สะท้อนให้เห็นว่าเสียงดนตรีนอกกระแสในไทยยังมีจิตวิญญาณที่เข้มแข็งและพร้อมที่จะระเบิดพลังให้โลกได้รับรู้

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

RATTANAKOSIN BREAKIN CREW วงดนตรีบรรเลงร่วมสมัยที่หยิบจับเอาดนตรีไทยดั้งเดิมในยุคทองมาปัดฝุ่นและรื้อสร้างใหม่ โดยการนำมาผสมผสานเข้ากับแนวเพลงฟังก์ (Funk), ไซเคเดลิกร็อก (Psychedelic Rock), แรร์กรู้ฟ (Rare Groove) และดนตรีแนวทดลอง (Experimental) พวกเขาขับเคลื่อนงานสร้างสรรค์ด้วยความเชื่ออันแรงกล้าว่า เสียงดนตรีไม่ควรถูกตีกรอบหรือจำกัดด้วยคำว่าแนวเพลง

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

 

เส้นทางการบ่มเพาะ และจุดหมายปลายทาง
ณ เมืองหลวงแห่งดนตรีร็อก

การเดินทางของดนตรีไทยสู่เวทีโลกในโครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน และไม่ใช่แค่การจัดหาเวทีให้แสดงแล้วจบไป แต่ The Echo of Thai Sound ตั้งใจวางรากฐานให้ศิลปินทั้ง 6 กลุ่ม ด้วยเส้นทางการพัฒนาแบบครบวงจร ผ่านการเข้าสู่ Master Class และ Workshop Program เชิงลึกที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในอุตสาหกรรมดนตรีระดับสากลโดยเฉพาะ

ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาทำหน้าที่เป็น Mentor คอยขัดเกลาและส่งต่อประสบการณ์อย่างใกล้ชิด ได้แก่ โอม ปัณฑพล ประสารราชกิจ ผู้บริหารแห่ง ครึ่งเก้า GROUP พร้อมด้วย Maftsai (ณัฐพล เสียงสุคนธ์) ผู้ก่อตั้งวงหมอลำอินเตอร์ระดับตำนาน อย่าง Paradise Bangkok Molam International Band ซึ่ง Mentor ทั้งสองจะเข้ามาช่วยบ่มเพาะศิลปินตั้งแต่การสร้างแบรนด์ตัวตน (Artist Branding) การเตรียมตัวสำหรับการแสดงในเทศกาลดนตรีระดับโลก ไปจนถึงการทำความเข้าใจว่า อุตสาหกรรมดนตรีสากลในปัจจุบันกำลังมองหาอะไรในตัวศิลปินรุ่นใหม่ 

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

ไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือการที่ 1 ในศิลปินทั้ง 6 กลุ่ม จะได้รับโอกาสไปเปิดการแสดงต่อสายตาผู้ฟังต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมืองหลวงที่เป็นบ้านเกิดของแบรนด์ Marshall และเป็นจุดเริ่มต้นของวงร็อกระดับตำนานโลกมากมาย ควบคู่ไปกับการเข้าเยี่ยมชม Marshall Studio สตูดิโอบันทึกเสียงประวัติศาสตร์ที่อบอวลไปด้วยจิตวิญญาณดนตรีอังกฤษ

นอกจากนี้ เรื่องราวการเคี่ยวกรำ ความพยายาม และทุกหยาดเหงื่อบนเส้นทางจากเจริญกรุงสู่ลอนดอนของพวกเขาทั้งหมด จะถูกบันทึกและถ่ายทอดผ่านซีรีส์ Vlogumentary ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสทุกช่วงเวลาสำคัญ ตั้งแต่วันแรกของการพัฒนาตัวเอง ไปจนถึงวันที่เสียงดนตรีของพวกเขาดังก้องต่อหน้าผู้ฟังระดับสากล ก่อนที่ศิลปินทั้ง 6 กลุ่มจะกลับมาเฉลิมฉลองก้าวสำคัญร่วมกันอีกครั้ง ในคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบบนเวที Marshall Livehouse พร้อมกับการปรากฏตัวของศิลปินรับเชิญระดับตำนานที่จะมาร่วมสร้างเซอร์ไพรส์ปิดฉากโครงการอย่างสมบูรณ์

 

พลังแห่งการผนึกกำลัง จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เบื้องหลังของโครงการนี้เกิดจากการเปิดพื้นที่ขับเคลื่อนร่วมกันของ 3 พันธมิตร ที่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของศิลปินไทยรุ่นใหม่ และมองเห็นภาพตรงกันว่าการจะผลักดัน Soft Power ด้านดนตรีให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนนั้น ไม่อาจพึ่งพาเพียงแค่ความสามารถของศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องมีระบบนิเวศที่แข็งแกร่งคอยรองรับตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

หทัยชนก อรรถบุรานนท์ Head of Music and Culture จาก Marshall ได้สะท้อนมุมมองในฐานะแบรนด์ผู้สร้างโครงการไว้ว่า รากฐานที่แข็งแกร่งของ Soft Power จะต้องเริ่มต้นจากการบ่มเพาะบุคลากรตั้งแต่ระดับพื้นฐาน โครงการนี้จึงจงใจทำหน้าที่สนับสนุนศิลปินอิสระและวงดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเด่นชัด แม้ว่าจะยังไม่ได้อยู่ในกระแสหลักก็ตาม เพื่อพัฒนาศักยภาพให้พวกเขาก้าวข้ามขีดจำกัด มีความเป็นมืออาชีพ และพร้อมจะออกไปเผยแพร่เพลงไทยในเทศกาลดนตรีและเวทีระดับโลก

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

ขณะเดียวกัน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ในฐานะพันธมิตรหลัก ก็เข้ามาทำหน้าที่เติมเต็มระบบนิเวศนี้ให้สมบูรณ์ โดย ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ CEA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเสริมความแข็งแกร่งผ่านการยกระดับทักษะและเตรียมความพร้อมศิลปิน ให้มีวิธีคิดและการทำงานแบบมืออาชีพ พร้อมรับมือกับมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการขยายตลาดต่างประเทศ นี่คือการผนึกกำลังกันของภาคส่วนต่างๆ สร้าง 'Launchpad' ที่แข็งแกร่ง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดนตรีของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

และเพื่อให้เสียงสะท้อนนี้เดินทางไปได้ไกลขึ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จึงเข้ามาร่วมส่งต่อเสน่ห์ไทยผ่านทุกการเดินทาง ซึ่ง วิชญ์ กิจจาทร Director of Customer & Marketing ของการบินไทย เผยว่า พลังของ Soft Power ไทยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน เมื่อเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้รับการถ่ายทอดอย่างจริงใจและเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง การบินไทยจึงยินดีที่จะนำผลงานเพลงของศิลปินในโครงการไปเผยแพร่บนเที่ยวบิน เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยในรูปแบบร่วมสมัยไปสู่ผู้คนทั่วโลก ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างให้กับผู้โดยสาร

The Echo of Thai Sound ปลุกพลังดนตรีนอกกระแสไทยให้ดังก้องสากล

 

เมื่อทุกเสียงควรค่าแก่การถูกได้ยิน

The Echo of Thai Sound คือสิ่งสะท้อนถึงความเชื่ออันแรงกล้าที่แบรนด์ Marshall ยึดมั่นมาตลอดหลายทศวรรษว่า “ทุกเสียงควรได้รับโอกาสในการถูกได้ยิน และทุกศิลปินควรมีพื้นที่ในการเติบโต”

เสียงดนตรีจากศิลปินนอกกระแสทั้ง 6 กลุ่มนี้ กำลังจะทำหน้าที่เป็นหัวหอกทางวัฒนธรรมร่วมสมัย พิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่า 'สุ้มเสียงจากประเทศไทย' ไม่จำเป็นต้องเดินตามสูตรสำเร็จของใคร และมีพลังมากพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนทางความคิด ขับเคลื่อนทั้งระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และทลายกำแพงพรมแดนทางภาษาได้อย่างแท้จริง

นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งสำคัญของดนตรีร่วมสมัยไทย มาร่วมส่งแรงใจและติดตามเรื่องราวการเดินทางอันเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ จากเจริญกรุงสู่เวทีสากลของพวกเขาทั้ง 6 กลุ่ม ผ่านช่องทางของ Marshall Livehouse ทั้งบน Instagram: @marshalllivehouse และ Facebook: Marshall Livehouse เพื่อดูว่าเสียงสะท้อนนี้จะเดินทางไปสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในระดับโลกได้อย่างไร.