09 มิ.ย. 2569 | 17:17 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมกับ สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด (MarTech Association Thailand) นำคณะผู้ประกอบการ MarTech ชั้นนำของไทยจำนวน 25 บริษัท บุกตลาดฟิลิปปินส์ในงาน Global MarTech Integration Day 2026 ระหว่างวันที่ 18–20 พฤษภาคม 2569 ณ มาคาติ ประเทศฟิลิปปินส์ สร้างมูลค่าเม็ดเงินหมุนเวียนและโอกาสทางธุรกิจรวมกว่า 93 ล้านบาท จากการจับคู่ธุรกิจและพัฒนาโซลูชันร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการไทยและฟิลิปปินส์
งาน Global MarTech Integration Day 2026 ดำเนินขึ้นต่อเนื่องสองวัน เปิดฉากวันแรกด้วยพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการโดย คุณสุธินี วัฒนา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพของความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างไทยและฟิลิปปินส์
ในวันที่สองของกิจกรรม สมาคมฯ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก คุณมาฆวดี สุมิตรเหมาะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา ร่วมกล่าว Opening Remarks แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนในระดับทูตานุทูตต่อความร่วมมือเชิงพาณิชย์และเทคโนโลยีของสองประเทศ
นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญมาร่วมบรรยายภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน โดยได้รับเกียรติจาก คุณวรท สามโกเศศ ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขามะนิลา ซึ่งได้ถ่ายทอดภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจฟิลิปปินส์และทิศทางการค้าการลงทุนระหว่างไทย–ฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสและความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมพร้อมรับมือเมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์
และ คุณอภิเชฏฐ์ ทิพยโกศัย Supply & Logistics Director บริษัท PTT Philippines Corporation ที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงในฐานะผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะด้านห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ธุรกิจทุกประเภทต้องพึ่งพา การบรรยายครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองเชิงปฏิบัติให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจภูมิทัศน์ธุรกิจของฟิลิปปินส์ได้อย่างลึกซึ้งและรอบด้านยิ่งขึ้น
ต่อด้วยช่วง Business Opportunities Discussion ที่ได้รับเกียรติจาก Mr. Sam Christopher Lim, CFE Chair of Council of Past Presidents Philippine Franchise Association ผู้มีประสบการณ์เชิงลึกในวงการแฟรนไชส์และธุรกิจฟิลิปปินส์มายาวนาน
Mr. Sam ได้ถ่ายทอดมุมมองเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ พร้อมชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดฟิลิปปินส์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีการตลาด การค้าปลีก และระบบแฟรนไชส์ที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ
การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยได้สอบถามและหารือโดยตรง ซึ่งสร้างโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมด้วยการเสวนา Marketing Technology Integration Opportunities (Between two lovely countries) ในการแลกเปลี่ยนมุมมองทาง ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ ได้แก่ ภาพรวม Tech & MarTech ของทั้งสองประเทศ และผลกระทบจากสงคราม US–อิหร่านต่อเศรษฐกิจ ความท้าทายในการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น AI, ภูมิรัฐศาสตร์, สังคมผู้สูงอายุ เทรนด์ MarTech ปี 2027 เช่น MCP, Vibe Coding, และการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญระหว่างสองประเทศ บทบาท DITP ในการขยายตลาดอาเซียน และอนาคตของการบูรณาการ MarTech เป็นต้น โดยมีแขกที่ร่วมพูดคุยบนเวทีดังนี้
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการแข่งขัน MarTech Integration Pitching ซึ่งรวบรวมบริษัทสมาชิกจากไทยและพันธมิตรธุรกิจฝั่งฟิลิปปินส์ รวม 10 ทีม จาก 30 บริษัท (ไทย-ฟิลิปปินส์) ขึ้นนำเสนอโซลูชันธุรกิจร่วมกันต่อหน้าคณะกรรมการชั้นนำจากสองประเทศ บรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้นและสูสี พร้อมด้วย Commentators ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผลการแข่งขันประกาศทีมผู้ชนะ 3 รางวัล ดังนี้
"เวทีนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่เป็นเวทีของมิตรภาพและทีมเวิร์ก รางวัลเป็นผลลัพธ์ของสิ่งที่ทุกทีมร่วมกันสร้าง เราไม่ได้ต้องการผู้ชนะแล้วจบไป แต่ต้องการเพื่อนร่วมทางในการต่อยอดไอเดียธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างยั่งยืน" คุณไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล นายกสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด (ประเทศไทย) กล่าว
การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด (MarTech Association Thailand) ในการกำหนดทิศทางการตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการไทย โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐอย่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรในระดับอาเซียน เพื่อเปิดประตูโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถก้าวออกสู่เวทีสากลได้อย่างมั่นใจและมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งรองรับ
ความสำเร็จของ Global MarTech Integration Day 2026 ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ตลาดอาเซียน แต่ยังแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือข้ามพรมแดนระหว่างไทยและฟิลิปปินส์มีรากฐานที่แน่นแฟ้นและพร้อมต่อยอดสู่การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจระยะยาว
สมาคมฯ มุ่งมั่นที่จะขยายเวทีความร่วมมือในลักษณะนี้ไปยังประเทศอาเซียนอื่น ๆ ในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจที่กว้างขึ้น