TMAN ระดมทุน 2 ล้าน ส่งต่อเครื่องช่วยฟังเปลี่ยนชีวิตเด็ก 80 คน ผ่าน CHARITY YOUR VOICE 

TMAN ระดมทุน 2 ล้าน ส่งต่อเครื่องช่วยฟังเปลี่ยนชีวิตเด็ก 80 คน ผ่าน CHARITY YOUR VOICE 

เมื่อ ‘เสียง’ ที่เราคุ้นเคยในทุกวัน อาจเป็นสิ่งที่เด็กบางคนไม่เคยได้ยินมาก่อน แคมเปญ CHARITY YOUR VOICE ส่งเสียง...ถึงใจ ของ TMAN จึงชวนผู้คนเปลี่ยนเสียงธรรมดาให้กลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญ เพื่อมอบเครื่องช่วยฟังและเปิดประตูสู่โลกแห่งการสื่อสารให้กับเด็กผู้บกพร่องทางการได้ยิน

KEY

POINTS

เราใช้เสียงเพื่อบอกรัก เพื่อหัวเราะ และเพื่อเชื่อมโยงกับโลกใบนี้จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา... ทว่าในประเทศไทยที่มีเด็กเกิดใหม่ราว 4 แสนคนต่อปี กลับมีเด็กถึง 900 - 1,200 คน (หรือ 3 ใน 1,000 คน) ที่เกิดมาพร้อมกับข้อจำกัดทางการได้ยิน และสิ่งที่น่าเศร้าคือ ด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ทำให้เด็กจำนวนมากยังไม่มีโอกาสเข้าถึง ‘เครื่องช่วยฟัง’ เพื่อรับรู้เสียงแห่งโลกใบนี้

จากช่องว่างดังกล่าว บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่อยู่คู่คนไทยมา 54 ปี จึงได้จุดประกายแคมเปญ ‘Propoliz Day : CHARITY YOUR VOICE ส่งเสียง...ถึงใจ’ ขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนเสียงธรรมดา ๆ ของทุกคนให้กลายเป็น ‘โอกาส’ อันยิ่งใหญ่

TMAN ระดมทุน 2 ล้าน ส่งต่อเครื่องช่วยฟังเปลี่ยนชีวิตเด็ก 80 คน ผ่าน CHARITY YOUR VOICE 

จากเงินสมทบทุน สู่ ‘เสียงแรก’ ในชีวิตของน้อง ๆ

แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่การทำบุญทั่วไป แต่คือการสร้างปรากฏการณ์แห่งความเอื้ออาทร คุณประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TMAN เปิดเผยตัวเลขที่น่าชื่นใจว่า ตลอด 2 เดือนของโครงการ สามารถรวบรวมเงินจากการจำหน่ายสินค้าได้กว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ถูกนำไปจัดซื้อเครื่องช่วยฟังได้ถึง 155 เครื่อง และส่งมอบให้เป็นของขวัญชิ้นใหญ่แก่น้อง ๆ 80 คน

 

“ในยุคเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง เรารวบรวมได้ขนาดนี้ถือว่าไม่น้อยเลย แต่มันก็ยังเทียบไม่ได้เลยกับจำนวนน้อง ๆ ที่ยังคงรอรับความช่วยเหลือ” คุณประพลกล่าวด้วยความตื้นตัน พร้อมเน้นย้ำว่าเครื่องช่วยฟังเหล่านี้ จะเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้น้อง ๆ ได้เข้าถึง ‘เสียงแรกในชีวิต’ ของพวกเขา

TMAN ระดมทุน 2 ล้าน ส่งต่อเครื่องช่วยฟังเปลี่ยนชีวิตเด็ก 80 คน ผ่าน CHARITY YOUR VOICE 

พลังแห่งเสียงที่ก้องกังวานไปถึง 40 ล้านคน

สิ่งที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแคมเปญนี้ คือพลังของการสื่อสารที่ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชนกว่า 30 สำนัก รวมถึงเหล่าอินฟลูเอนเซอร์มากกว่า 1,000 คน ที่ร่วมใจกันส่งคลิปวิดีโอและคลิปเสียงเพื่อเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ

ผลลัพธ์ที่ได้คือ แคมเปญนี้สามารถกระจายข่าวสารเข้าถึงคนไทยได้ถึง 40 ล้านคน และเกิดการมีส่วนร่วม (Engagement) กว่า 400,000 ครั้ง ซึ่งคุณประพลมองว่า นี่คือการช่วยเหลือทางอ้อมที่ทรงพลัง เพราะข้อความเหล่านี้ได้ทำหน้าที่สะท้อนให้สังคมได้รับรู้ถึง ‘การมีอยู่’ และความต้องการความช่วยเหลือของทางมูลนิธิฯ อีกเป็นจำนวนมาก

ก้าวต่อไปที่ยั่งยืน

แคมเปญนี้ไม่ได้จบลงแค่วันส่งมอบของ แต่ TMAN ยังมองไปถึงความยั่งยืนในระยะยาว คุณประพลเผยถึงโปรเจกต์ที่น่าสนใจว่า ทางบริษัทได้ร่วมมือกับสภาเภสัชกรรมและอาจารย์จากโรงเรียนสอนคนหูหนวก ในการจัดอบรม ‘ภาษามือ’ ให้กับเภสัชกรประจำร้านขายยา

ที่สำคัญ การอบรมนี้จะไม่ใช่แค่การจัดงานครั้งเดียวจบ แต่จะถูกบรรจุลงในระบบการเรียนออนไลน์ เพื่อให้เภสัชกรรุ่นใหม่ที่สนใจ สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นการต่อยอดช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการได้ยินได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม การลงมือทำจริงทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ TMAN ที่ยึดหลักการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG เพื่อสังคมอย่างแท้จริง

75 ปี แห่งการสร้างความเท่าเทียมของมูลนิธิฯ

ในมุมมองของผู้รับมอบ คุณศุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานกรรมการ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้กล่าวขอบคุณ TMAN และพาร์ทเนอร์ทุกภาคส่วน พร้อมทั้งเล่าย้อนไปถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 75 ปีของมูลนิธิฯ ที่เปรียบเสมือนแสงสว่างของเด็ก ๆ

“ตั้งแต่เริ่มต้นที่ยังไม่มีโรงเรียนเลย เราได้พยายามประดิษฐ์ภาษามือไทย ประดิษฐ์รูปแบบการสอน และฝึกอบรมครูอาจารย์” คุณศุขสนั่นเล่าถึงความหลัง ก่อนจะเสริมความภูมิใจว่า “จนปัจจุบันนี้ เรามีโรงเรียนสอนคนหูหนวกถึง 23 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป้าหมายหลักคือให้น้อง ๆ สามารถเรียนจบ ไปเรียนต่อสายอาชีพหรือมหาวิทยาลัย และมีชีวิตที่เท่าเทียมในสังคมได้”

TMAN ระดมทุน 2 ล้าน ส่งต่อเครื่องช่วยฟังเปลี่ยนชีวิตเด็ก 80 คน ผ่าน CHARITY YOUR VOICE 

แคมเปญจาก TMAN ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงมอบเครื่องช่วยฟัง แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยจุดประกายให้สังคมหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการได้ยิน

ท้ายที่สุด ‘CHARITY YOUR VOICE ส่งเสียง...ถึงใจ’ ได้พิสูจน์ให้เราทุกคนเห็นแล้วว่า ท่ามกลางความเงียบงัน หากเราพร้อมใจกันส่งเสียงแห่งความห่วงใยออกไป เสียงธรรมดา ๆ เหล่านี้ ก็มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตของใครบางคนไปตลอดกาล