พลิกภาพจำแรงงานไทย “Metthier Academy” ติดอาวุธทักษะ ปั้นผู้เชี่ยวชาญ สร้าง “โอกาสงาน” ในโลกยุค AI

พลิกภาพจำแรงงานไทย “Metthier Academy” ติดอาวุธทักษะ ปั้นผู้เชี่ยวชาญ  สร้าง “โอกาสงาน” ในโลกยุค AI

Metthier Academy เดินหน้าพัฒนาแรงงานไทยรับสังคมสูงวัย ใช้เทคโนโลยีและหุ่นยนต์เสริมงานบริการ พร้อมสร้างโอกาสผ่านความร่วมมือกับ 9 สถาบันการศึกษา ตั้งเป้าขยายฐานข้อมูลแรงงานไทยจาก 12,000 สู่ 20,000 คนใน 3–5 ปี

ท่ามกลางกระแสความกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานระดับปฏิบัติการ (Blue-collar Workers) แต่ “Metthier Academy” ซึ่งเป็นสถาบันอบรมบุคลากรของบริษัท เมทเธียร์ จำกัด ผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะแบบครบวงจร กลับเลือกที่จะ ‘อัปเกรด’ ฟันเฟืองสำคัญของธุรกิจบริการอย่าง ‘แรงงานคน’ กว่า 12,000 คน ให้กลายเป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ที่มีเทคโนโลยีอัจฉริยะเป็นอาวุธคู่กาย เพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจะทรงประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อขับเคลื่อนด้วยทักษะของมนุษย์ที่ไม่หยุดพัฒนา

พลิกภาพจำแรงงานไทย “Metthier Academy” ติดอาวุธทักษะ ปั้นผู้เชี่ยวชาญ  สร้าง “โอกาสงาน” ในโลกยุค AI

ขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด หรือ Metthier เล่าว่า จุดเริ่มต้นของ “สถาบันฝึกอบรมเมทเธียร์” (Metthier Academy) เกิดจากวันที่บริษัทเริ่มนำเทคโนโลยีเข้าไปยกระดับงานบริการร่วมกับกลุ่มพนักงานปฏิบัติการ เช่น รปภ. แม่บ้าน แล้วพบความท้าทายว่า แม้แรงงานไทยจะมีศักยภาพ แต่องค์ความรู้ด้านงานบริการยังกระจัดกระจาย ยิ่งเมื่อเมทเธียร์ขยายฐานลูกค้าไปสู่หลากหลายอุตสาหกรรม ยิ่งพบว่า มาตรฐานงานบริการในแต่ละธุรกิจนั้นมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจงแตกต่างกัน 

พลิกภาพจำแรงงานไทย “Metthier Academy” ติดอาวุธทักษะ ปั้นผู้เชี่ยวชาญ  สร้าง “โอกาสงาน” ในโลกยุค AI

“Metthier Academy ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อแค่ฝึกอบรม แต่ต้องการเปลี่ยนภาพจำ (Perception) แรงงานไทย เช่น รปภ. ต้องไม่ใช่แค่คนยืนหน้าประตู แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถใช้ AI ในการตรวจตราเฝ้าระวัง และระงับเหตุได้ตามมาตรฐานสากล (Protocol) หรืออัปสกิลเป็น Premium Guard ที่อารักขาบุคคลสำคัญ และดูแลเมกะอีเวนต์ เช่น งานแข่งขันกีฬา การประชุมนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของประเทศไทยที่มุ่งจะเป็นเมือง MICE รองรับการจัดงานระดับโลก รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ว่าจะมีบุคลากร ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานและศักยภาพสูงพอจะดูแลอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้”

พัฒนาหลักสูตร รองรับบริการ 8 อุตสาหกรรม

ทักษะความเชี่ยวชาญเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดการฝึกอบรมที่จริงจังและเป็นระบบ Metthier Academy จึงออกแบบหลักสูตรเฉพาะทางให้ครอบคลุมและรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของ 8 อุตสาหกรรม ได้แก่ ที่พักอาศัย, โรงพยาบาล, โรงเรียน, ห้างสรรพสินค้า, อาคารสำนักงาน, หน่วยงานภาครัฐ, พื้นที่อุตสาหกรรมกรรมขนาดใหญ่ และขนส่งสาธารณะ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับทั่วไปจนถึงดูแลความปลอดภัยในสนามบิน, ช่างเทคนิคระบบความปลอดภัย, พนักงานทำความสะอาด, ช่างไฟฟ้า, ช่างอาคาร, พนักงานจัดเลี้ยง (Catering), พนักงานดูแลสวนและภูมิทัศน์

พลิกภาพจำแรงงานไทย “Metthier Academy” ติดอาวุธทักษะ ปั้นผู้เชี่ยวชาญ  สร้าง “โอกาสงาน” ในโลกยุค AI

นอกจากการอบรมพื้นฐาน 40 ชั่วโมงแล้ว ทุกคนจะต้องผ่านการอบรมเฉพาะทางตามตำแหน่ง ซึ่งปัจจุบัน Metthier Academy มีการอบรมหลักสูตร เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เช่น การรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยาน, การแยกขยะ, การจัดการพลังงาน (Energy Saving Operation) เพื่อลดค่าใช้จ่ายและยกระดับสู่อาคารประหยัดพลังงาน, การทำความสะอาดในโรงพยาบาล ทั้งแผนก ICU ผู้ป่วยในและนอก, การจัดการสารคัดหลั่ง นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังมีศักยภาพในการออกใบรับรอง (Certification) ด้านการกู้ชีพเบื้องต้นและการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (CPR & AED) ได้เอง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างจากบริษัทรักษาความปลอดภัยและดูแลอาคารทั่วไป

พลิกภาพจำแรงงานไทย “Metthier Academy” ติดอาวุธทักษะ ปั้นผู้เชี่ยวชาญ  สร้าง “โอกาสงาน” ในโลกยุค AI

“วันนี้เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่ Aging Society แล้ว แรงงานเริ่มมีขีดจำกัดด้านกำลังกาย งานไหนที่ใช้เทคโนโลยีแทนได้เราก็ปล่อยให้หุ่นยนต์ทำ แต่งานบริการยังจำเป็นต้องใช้คน เราจึงเทรนบุคลากรให้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น งานทำความสะอาด Metthier เป็นรายแรกๆ ที่นำหุ่นยนต์มาใช้ ซึ่งทุกวันนี้เรารับพนักงานที่เป็นคนท้องถิ่น เมื่อก่อนเขาอาจมีโอกาสทำงานแค่ในระดับพื้นที่ แต่พอเราเข้ามาช่วยอัปสกิล ปัจจุบันแม่บ้านของเราสามารถคุมหุ่นยนต์ให้ทำงานในสถานที่สำคัญอย่างสถานีรถไฟฟ้าได้”

ขยายโอกาสสู่ภูมิภาค สร้างโอกาสแรงงานตั้งแต่ต้นน้ำ

ปัจจุบันธุรกิจบริหารจัดการอาคาร (Facility Management: FM) กำลังเจอความท้าทายจากการขาดแคลนบุคลากร Metthier Academy จึงแก้โจทย์ตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 9 แห่ง เพื่อมอบทุนการศึกษาและสร้างโมเดลการเรียนพร้อมกับทำงานจริง (Work-integrated Learning) เพื่อสนับสนุนกลุ่มเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีรายได้ระหว่างเรียน และมีเส้นทางอาชีพที่มั่นคงรออยู่ทันทีที่จบการศึกษา

นอกจากสถาบันฝึกอบรมที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯแล้ว Metthier Academy ยังขยายฐานไปยังพื้นที่สำคัญ ทั้งชลบุรี ซึ่งเป็นทำเลศูนย์กลางใกล้โรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรม เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางในพื้นที่ภาคเหนือรวมถึงดูแลโครงการสำคัญอย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และล่าสุดที่ภูเก็ต เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจสุขภาพ (Wellness) และการให้บริการ (Hospitality) ที่จะกลายเป็นแรงหลักในการขับเคลื่อน GDP ของประเทศไทย โดยทุกสาขาจะมีศูนย์ควบคุมสั่งการ และศูนย์สนับสนุนบุคลากรทดแทน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกพื้นที่จะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องด้วยมาตรฐานเดียวกับส่วนกลาง

พลิกภาพจำแรงงานไทย “Metthier Academy” ติดอาวุธทักษะ ปั้นผู้เชี่ยวชาญ  สร้าง “โอกาสงาน” ในโลกยุค AI พลิกภาพจำแรงงานไทย “Metthier Academy” ติดอาวุธทักษะ ปั้นผู้เชี่ยวชาญ  สร้าง “โอกาสงาน” ในโลกยุค AI

เชื่อมฐานข้อมูลแรงงานไทยเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

เป้าหมายสูงสุดของ Metthier Academy คือการสร้าง “ฐานข้อมูลแรงงานไทย” (Blue-collar Worker Database) โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนจาก 12,000 คน สู่ 20,000 คน ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงแรงงานคนกับการจ้างงานที่เหมาะสม (Job Matching) โดยจะอบรมบุคลากรให้สอดคล้องกับลักษณะงานในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อให้พนักงานสามารถโยกย้ายงานได้ตามทักษะความเชี่ยวชาญ และจะมีการสอบวัดผลประเมินที่ชัดเจนเพื่อสร้างโอกาสเติบโตบนเส้นทางอาชีพ (Career Path) เช่น ขยับจากหัวหน้าอาคารสู่ผู้จัดการอาคาร ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำงานอยู่แค่ในกรุงเทพฯเท่านั้น แต่สามารถเลือกกลับไปทำงานในจังหวัดใกล้บ้านเกิด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยไม่สูญเสียโอกาสในการเติบโต

“เงินเดือนของพนักงานปฏิบัติการระดับเริ่มต้น (Entry-level) อาจจะเริ่มที่ค่าแรงขั้นต่ำ แต่เราจะทำให้เห็นว่าทุกคนทุกตำแหน่งมีสิทธิ์ได้รับรายได้มากขึ้น หากแรงงานมีทักษะเพิ่มขึ้น เราจะช่วยพัฒนาแรงงานไทยให้เก่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถขยับขยายเส้นทางอาชีพไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น และมีค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นได้” ขยล ทิ้งท้าย