NIA นำคณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชม DISTAR FRESH FARM ชู “Indoor Vertical Farming” ต้นแบบ

NIA นำคณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชม DISTAR FRESH FARM ชู “Indoor Vertical Farming” ต้นแบบ

NIA นำคณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชม DISTAR FRESH FARM ชู “Indoor Vertical Farming” ต้นแบบ AgTech ไทยแห่งแรก สร้างมาตรฐานอาหารปลอดภัย “Beyond Organic” เพื่อความยั่งยืน

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม “Top Executive Innovation Site Visit Beyond Organic: Indoor Vertical Farming” นำคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานชั้นนำในระบบนิเวศนวัตกรรมด้านการเกษตรและอาหาร และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่

ภาครัฐและสถาบันการเงิน อาทิ สถาบันอาหาร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หน่วยงานด้านวิชาการเกษตรและผู้ทรงคุณวุฒิจาก กฟน. (MEA) ภาควิชาการจากมหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันวิชาการเกษตร ภาคสมาคม เช่น สมาคมไอโอที และภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ Central Group และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เข้าเยี่ยมชม DISTAR FRESH FARM ณ บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

เพื่อสัมผัสกับนวัตกรรมการปลูกผักในระบบโรงเรือนแนวตั้ง (Indoor Vertical Farming) ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) และความยั่งยืน (Sustainability) ของประเทศไทย
NIA นำคณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชม DISTAR FRESH FARM ชู “Indoor Vertical Farming” ต้นแบบ

นายกนช รัติวานิช ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรมอาวุโส งานประสานความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่ากิจกรรมดังกล่าวตอกย้ำภารกิจของ NIA ในการส่งเสริมและสนับสนุนสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยในสาขาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคม

วัตถุประสงค์หลักการเยี่ยมชมกิจการของ DISTAR FRESH FARM ในวันนี้ เนื่องจากบริษัทแห่งนี้ถือเป็นผู้นำและเป็นต้นแบบในการนำระบบ Indoor Vertical Farming มาใช้ในประเทศไทย ก่อตั้งโดยสตาร์ทอัพที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญสูงสุดของความมั่นคงทางอาหาร และความปลอดภัยทางอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ปัญหา PM2.5 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ

NIA นำคณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชม DISTAR FRESH FARM ชู “Indoor Vertical Farming” ต้นแบบ

“นวัตกรรมสำคัญของ DISTAR FRESH FARM ที่น่าสนใจและเป็นจุดเด่น สามารถสรุปได้ใน 4 ประเด็นหลัก คือ การปลูกในห้องปลอดเชื้อ (Medical Grade Clean Room) ซึ่งเป็นระบบการปลูกแบบปิดที่ใช้ห้องปลอดเชื้อระดับเดียวกับห้องปฏิบัติการหรือห้องผ่าตัด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกได้อย่างสมบูรณ์

การใช้อุปกรณ์ระดับ Food Grade ไม่ว่าจะเป็น รางปลูก ชั้นวาง และระบบที่สัมผัสกับพืชทั้งหมด ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสูง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอนุภาคเล็ก ๆ อาทิ ไมโครพลาสติก ที่อาจออกมาจากพลาสติกทั่วไป ทั้งมีการใช้ วัตถุดิบคุณภาพสูงและน้ำบริสุทธิ์ ใช้วัสดุปลูกจากหินภูเขาไฟ แทนวัสดุปลูกทั่วไป และใช้น้ำระบบ Reverse Osmosis (RO) ที่บริสุทธิ์ที่สุด ซึ่งถือเป็นมาตรฐานระดับสูงที่หาได้ยากในการทำฟาร์มในประเทศไทย”

นายสานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ CEO และผู้ก่อตั้ง DISTAR FRESH FARM ซึ่งถือเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่บุกเบิกและเป็นโมเดลที่สามารถขยายผลได้เป็นรายแรก ๆ ของไทย ได้กล่าวถึงแนวคิดโมเดลธุรกิจ ว่าเป็นการนำเสนอจุดเด่นของนวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาการเกษตรแบบดั้งเดิมที่ต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง (Climate Change) และการปนเปื้อนสารพิษ โดยตั้งเป้าสู่มาตรฐาน "Beyond Organic"

DISTAR FRESH FARM ได้ยกระดับการผลิตผักให้ปลอดภัยอย่างแท้จริง ผ่านการจัดการในระบบปิดด้วยนวัตกรรม 3 ด้านหลักนั่นคือ มีรูปแบบการปลูกแบบ Indoor Vertical Farming ที่ให้กำลังการผลิตสูง ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนี้ยังสามารถลดระยะเวลาการปลูกจาก 50-60 วัน เหลือเพียง 30 วัน และใช้น้ำน้อยกว่าการเกษตรแบบปกติถึง 90% โดยปัจจุบันพื้นที่ฟาร์มขนาดเพียง 400 ตารางเมตร สามารถผลิตผักได้สูงถึง 10 ตันต่อเดือน เทียบเท่ากับการปลูกบนที่ดินขนาด 20 ไร่แบบดั้งเดิม

NIA นำคณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชม DISTAR FRESH FARM ชู “Indoor Vertical Farming” ต้นแบบ นวัตกรรมโมเดลธุรกิจของ DISTAR FRESH FARM ยังได้พัฒนาแนวคิดในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้คงที่ตลอดปี เพื่อให้สามารถส่งมอบผักคุณภาพสูงแก่ผู้บริโภคในราคาที่สม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามฤดูกาลหรือสภาพอากาศภายนอก ซึ่งเป็นโมเดลที่น่าสนใจและสร้างความยั่งยืนในการบริโภค

ในด้านการตลาด DISTAR FRESH FARM ยังได้นำเสนอโมเดลธุรกิจแบบ Farming as a Service และการขายตรงถึงผู้บริโภคในรูปแบบการสมัครสมาชิก ซึ่งช่วยลดปัญหาวิกฤต Food Waste จากฟาร์มได้ถึง 60%

อีกทั้งผักทุกต้นได้รับการรับรองมาตรฐาน "Peorganic" ซึ่งมีการตรวจหาสารพิษและยาฆ่าแมลงสูงถึง 693 รายการ ครอบคลุมมากกว่ามาตรฐานออร์แกนิกทั่วไปถึง 14 เท่า ด้วยตรวจเพียง 48 รายการ

“เนื่องจาก "ผักทุกต้นมีเจ้าของ" ตั้งแต่เริ่มต้นปลูก ทำให้สามารถกำหนดราคาขายที่คงที่ตลอดปีและสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าสูงถึงขั้นมีอัตราการต่ออายุสมาชิกรายปี 100%”

NIA นำคณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชม DISTAR FRESH FARM ชู “Indoor Vertical Farming” ต้นแบบ “นอกจากนี้ การผลิตในระบบปิดไม่จำเป็นต้องถางป่าอนุรักษ์ป่า และเป็นการผลิตอาหารแบบ Low Carbon ที่ยั่งยืน รวมถึงเน้นการบริหารจัดการพลังงานแบบคุ้มค่า โดยใช้มิเตอร์ไฟฟ้าแบบ TOU (Time of Use) โดยเปิดไฟ LED ในช่วงกลางคืนที่มีอัตราค่าไฟฟ้าถูกที่สุด เพื่อลดต้นทุนพลังงานได้ถึง 40%” นายสานสินกล่าว

บริษัทยังมีการขยายโมเดลเพื่อสังคม โดยมีโครงการ CSR ร่วมกับ EGAT ณ แม่เมาะ ลำปาง สามารถผลิตได้ 1 ตันต่อเดือน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชน และมีจุดจำหน่ายพร้อมให้ความรู้ที่ Nextopia สยามพารากอน

สำหรับกิจกรรมเยี่ยมชมครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้คณะผู้บริหารได้สัมผัสระบบการทำงานภายในโรงเรือนอย่างใกล้ชิด และได้ร่วมทดลองเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สด สะอาด และปลอดภัย เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับเมนูสุขภาพในช่วงรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ NIA ในการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและสนับสนุนการทำตลาดเพื่อผลักดันให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ