18 มิ.ย. 2569 | 17:26 น.

KEY
POINTS
ความพิเศษของฟุตบอลโลก 2026 คือ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มี 3 ชาติร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พิธีเปิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา มีศิลปินจากหลากหลายเชื้อชาติและภูมิหลังมาร่วมแสดงบนเวทีเดียวกัน
และหนึ่งในนั้นคือ ‘EJAE’ ผู้ที่เคยพากย์เสียงร้องของ ‘รูมิ’ ใน ‘KPop Demon Hunters’ ภาพยนตร์แอนิเมชันที่กวาดรางวัลระดับโลกมาหลายครั้ง
เธอไม่เพียงพากย์เสียงร้อง แต่จริง ๆ แล้ว เธอเป็นนักแต่งเพลงและศิลปินหญิงเชื้อสายเกาหลี ผู้อยู่ในสถานะเด็กฝึกของค่ายยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้มานานกว่า 12 ปี แต่ไม่ได้เดบิวต์เลยสักครั้งเดียว
แต่ในวันที่วงการ K-Pop ไม่ได้เลือกเธอให้ยืนอยู่หน้าเวที ชีวิตกลับพาเธอไปเขียนบทเพลงที่ผู้คนนับล้านทั่วโลกร้องตาม
พ่อแม่ของ EJAE เป็นชาวเกาหลีอพยพที่ไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองฟอร์ตลี รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา แต่ช่วงใกล้คลอด พ่อแม่ของเธอกลับมาพักผ่อนที่เกาหลีใต้และให้กำเนิดเธอแล้วตั้งชื่อลูกสาวว่า ‘คิมอึนแจ’
ผ่านไปเพียง 6 เดือน ครอบครัวก็พาเธอกลับมาที่นิวเจอร์ซีย์ แล้วใช้ชีวิตวัยเด็กที่สหรัฐอเมริกาจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แล้วกลับมาที่เกาหลีใต้อีกครั้ง
ท่ามกลางการเติบโตและการย้ายถิ่นฐานตามครอบครัว ความฝันการเป็นนักร้องของอึนแจก็ค่อย ๆ เบ่งบานขึ้น
“ฉันอยากเป็นนักร้อง มาตั้งแต่อายุประมาณ 3-4 ขวบแล้ว ฉันอยากเป็นเหมือนบียอนเซ่เกาหลี มันบ้าบิ่นมากที่คิดแบบนั้น แต่คุณรู้ไหม ฉันอยากเป็นศิลปินเดี่ยว นั่นคือเป้าหมายมาตลอด ฉันไม่ได้อยากอยู่ในเกิร์ลกรุ๊ป”
แล้วอึนแจก็ทำความฝันขั้นแรกสำเร็จ เมื่อเธอไปออดิชั่นเป็นเด็กฝึกของค่าย SM Entertainment (เอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเมนต์) ค่ายยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ด้วยเพลงของ โบอา (BOA) และเต้นเพลงของ Usher จนได้รับคำชมและได้เป็นเด็กฝึกตามหวัง
ซึ่งทุกคนรู้ระบบเด็กฝึกเกาหลีใต้เต็มไปด้วยกฏระเบียบและแรงกดดันมากมาย อึนแจก็ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ฝึกหนักเหมือนเพื่อน ๆ ทุกคน ไปคนแรกกลับคนสุดท้าย ดูแลน้ำหนัก ร้องด้วยเสียงที่ใสที่สุดตามสไตล์ SM แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นวงจรการเป็นเด็กฝึกแล้วขึ้นไปเป็นช่วงพรีเดบิวต์หรือการเป็นศิลปินได้เลย
“ฉันไปถึงตั้งแต่ 7.00 น. เป็นคนแรก เปิดไฟทุกดวง แล้วก็กลับคนสุดท้ายตอน 23.00 น. ฉันตั้งใจมากจริงๆ พอมองย้อนกลับไป ฉันยังทึ่งเลยค่ะว่า ทำไมถึงตั้งใจได้ขนาดนั้น”
“ตอนที่ฟ้ายังสลัวๆ ฟ้ายังมืดๆ อยู่ ฉันซ้อมเต้นรวดเดียว 6 ชั่วโมง ซ้อมร้องเพลงอีก 6 ชั่วโมง จนมีครั้งหนึ่งฉันสลบไประหว่างซ้อมเลย”
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเห็นความพยายามของเธอ ในรายการ You Quiz on the Block อึนแจเล่าว่า ระหว่างกำลังฝึกร้องเพลง ควอน ยูริ สมาชิกวง Girls' Generation ก็เดินเข้ามาให้กำลังใจด้วยคำพูดที่มอบกำลังใจให้เธอว่า “อีเจ พี่ว่าเธอต้องเป็นอะไรสักอย่างได้แน่ ๆ เธอตั้งใจมาก พี่ว่าเธอต้องประสบความสำเร็จแน่นอน!”
อึนแจใช้เวลาเป็นเด็กฝึกนานถึง 12 ปี ผ่านการโชว์เคสมาหลายครั้ง แม้จะเคยถูกวางตัวให้เดบิวต์เป็นเกิร์ลกรุ๊ปแนวบัลลาด แต่เธอกลับไม่ผ่านการคัดเลือกช่วงการประเมินผลครั้งใหญ่จนชวดโอกาสการเดบิวต์เป็นศิลปิน โดยค่ายให้เหตุผลว่า สไตล์การร้องและภาพลักษณ์ของเธอไม่เข้ากับค่าย
คำพูดนั้นทิ่มลงกลางใจ ทำให้เธอเริ่มกลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้ง เพราะความเชื่อและความมั่นใจในเส้นทางการเป็นศิลปินค่อย ๆ ลดลงจากการพลาดโอกาสซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“มันมีลำดับชั้นของการที่จะได้เดบิวต์ อย่างแรกเลยคุณต้องเป็นเด็กฝึก แล้วจะมีการโชว์เคสทุกปี ทุกคนจากในวงการจะมาดูเพื่อประเมินว่าคุณผ่านไหม คุณดีพอหรือยัง จากนั้นคุณถึงจะไปอยู่ช่วงพรีเดบิวต์ แต่ฉันไม่เคยไปถึงจุดนั้นเลย
“การได้เข้าใกล้กับคำว่าชื่อเสียงอยู่บ่อย ๆ แล้วถูกโยนกลับเข้าไปในระบบเดิมอีก มันบั่นทอนจิตใจฉันมาก”
สุดท้าย เธอเลือกจะทิ้งช่วงเวลานับทศวรรษการเป็นเด็กฝึก แล้วเริ่มต้นบทชีวิตครั้งใหม่ แม้หัวใจจะแตกสลาย เนื่องจากระบบการฝึกและการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่บีบให้เธอต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา
การถูกบอกเลิกสัญญาในฐานะเด็กฝึกที่เธอทุ่มเวลาเกือบครึ่งชีวิตไปกับการฝึกซ้อม เปรียบเสมือนค้อนที่ฟาดลงบนความหวังของคิมอึนแจให้พังทลาย
เธอจมอยู่กับความรู้สึกผิด โทษตัวเองที่ไม่ดีพอ และถึงขั้นเกลียดวงการ K-pop ที่เคยเป็นทุกอย่างในชีวิต จนเลือกปิดตัวเองจากโลกภายนอกอยู่หลายสัปดาห์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากระบายความรู้สึกนั้นลงบนเสียงเพลง
“ฉันโทษตัวเองหนักมาก ฉันอยากเป็นนักร้องมาตลอด พอทำไม่ได้ เลยเกลียดตัวเองไปเลย ไปเรียกให้ใครมาชดเชยก็ไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ฉันเลือกเอง สิ่งที่เจ็บปวดมากที่สุด คือ การที่ฉันรู้สึกว่า ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่สำเร็จสินะ
“แต่ฉันก็รักดนตรีมาก ๆ พอได้ลองเปิดใจฟังแนวเพลงอื่นนอกจากเคป๊อป ดนตรีนี่แหละค่ะที่ช่วยดึงฉันให้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง”
เพราะเอาเข้าจริง ก่อนที่สัญญากับ SM จะจบลง เธอเลือกที่จะเจรจากับค่าย ขอไปเรียนต่อสายดนตรีที่ New York University Tisch School of the Arts ควบคู่กับชีวิตการเป็นเด็กฝึก อึนแจจึงพอเข้าใจการแต่งเพลงอยู่บ้าง
พอเธอไม่ได้เป็นเด็กฝึกแล้ว พี่ชายของอึนแจก็แนะนำให้น้องสาวทิ้งความเศร้าไว้ในห้อง ออกไปเจอผู้คนใหม่ ๆ เธอใช้เวลาทั้งวันเรียนรู้การมิกซ์เสียงและเทคนิคการทำเพลง แกะเพลงใต้ดินอยู่ที่คาเฟ่ย่านฮงแดทุกวัน
เมื่อชีวิตเด็กฝึกจบลง ในช่วงเวลาที่มืดมน แสงสว่างแห่งความหวังก็เปิดขึ้น เพราะมีแมวมองมาทาบทามให้อึนแจลองไปเป็นนักแสดงและให้เธอร้องเพลงประกอบละครด้วย ซึ่งทำให้เธอเริ่มรู้จักโปรดิวเซอร์ของเพลงที่ชวนเธอมาทำเพลงด้วยกัน
อึนแจลองแต่งบีทและทำนอง และผลงานก็เข้าตากรรมการ จนได้เดบิวต์เป็นนักแต่งเพลงของวงการ K-Pop ได้สำเร็จ มาสู่เพลง ‘Hello’ โซโลศซิงเกิลของฮานิวง EXID เพลงแรกที่ ‘EJAE’ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
“ตอนนั้นฉันทั้งรักทั้งเกลียด K-Pop อยู่ ฉันคิดว่า ก็ได้ เพลง K-Pop มันต้องมีซาวด์ยังไงล่ะ แล้วฉันก็แต่งทำนองขึ้นมา แค่ขำ ๆ แล้ววันนั้นเพลงนั้นได้เลือกให้ใช้เลย”
“นั่นเป็นเพลงแรกในชีวิตที่ฉันแต่ง และมันก็ถูกซื้อไป เป็นตอนที่ฉันรู้สึกว่า นี่อาจจะเป็นทักษะที่ฉันมีก็ได้และฉันก็ตกหลุมรักมันด้วย เพราะตอนนั้นฉันเขียนถึงแฟนเก่า ฉันเลยคิดว่า "โอ้ ฉันหาเงินจากสิ่งนี้ได้ด้วยเหรอ สุดยอดไปเลย"
จากเพลงเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นขึ้นเพราะอยากระบายความรู้สึกในวันที่หลงทาง ไม่มีใครรู้เลยว่าในอีกไม่กี่ปีต่อมา ชื่อของ ‘EJAE’ จะกลายเป็นหนึ่งในนักแต่งเพลงผู้อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตมากมายของวงการ K-Pop ที่ทั่วโลกรู้จัก
หลังจากนั้น เธอก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และเพื่อให้ฝีมือการแต่งเพลงของเธอคมชัดมากขึ้น เธอตัดสินใจกลับเกาหลีใต้เพื่อไปเข้าร่วม SM Entertainment songwriting camp
และนั่นคือจุดเปลี่ยน…
เธอนำเพลงที่ได้จากแคมป์มาต่อยอดจนกลายเป็นเพลง ‘Psycho’ ของ Red Velvet ซึ่งปล่อยออกมาในปลายเดือนธันวาคม 2019 ร่วมกับ Andrew Scott และ Cazzi Opeia ที่มีสถิติอันยอดเยี่ยมด้วยการเป็นเพลงเกิร์ลกรุ๊ปเพลงเดียวที่พุ่งทะยานขึ้นอันดับ 1 บน Melon Daily Chart คว้าอันดับ 1 บน Billboard World Digital Song Sales Chart ในสหรัฐฯ ช่วงต้นปี 2020
อีกทั้งเธอยังฝากผลงานไว้ในวงการ K-Pop อีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น เพลง ‘Drama’, ‘armageddon’ ของ aespa รวมไปถึง ‘So Cynical (Badum)’ ของ LE SSERAFIM, เพลง Last Waltz เพลงเดบิวต์ของวง NMIXX และเพลง Champion ในอัลบั้ม DEADLINE อัลบั้มล่าสุดของ BLACKPINK
เธอเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Zach Sang Show ว่า อย่างหนึ่งที่เธอแต่งเพลง K-Pop ได้ดี ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณประสบการณ์ตอนเป็นเด็กฝึก เพราะถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เธอนึกถึงเวลาแต่งเพลง
“เวลาฉันแต่งเพลงให้เคป๊อป การที่ฉันเคยเป็นเด็กฝึกทำให้ฉันรู้ว่าท่าเต้นสำคัญมาก เวลาแต่งเพลงฉันก็จะนึกถึงท่าเต้น หรือภาพลักษณ์ หรือคอนเซปต์ที่ไอดอลน่าจะทำออกมาได้ดีอะไรทำนองนี้ ซึ่งมันช่วยได้มาก”
แล้วที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ การรับบทเป็นผู้พากย์เสียงร้องของ ‘รูมิ’ นอกจากนี้ EJAE ยังเป็นคนแต่งเพลงจักรวาลเสียงดนตรีจากแอนิเมชันเรื่อง ‘KPop Demon Hunters’ ทั้ง ‘Golden’ ‘Takedown’ 'How It's Done' และ ‘When It Sounds Like’ ที่สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วโลก
มากกว่าการพุ่งทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 ของภาพยนตร์ใน Netflix ในช่วงกลางปี 2025 อีกทั้งเพลง ‘Golden’ ยังได้รับความนิยมสูงสุดขึ้นเป็นอันดับ 1 บน Billboards รวมถึงพา EJAE พร้อมทีมสร้างสรรค์แอนิเมชันเรื่องขึ้นรับรางวัลระดับโลกต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรางวัลออสการ์ รางวัลแกรมมี่ งาน MTV Video Music Awards รางวัล Golden Globes และงานประกาศรางวัลอีกมากมาย
ที่งานประกาศรางวัล Golden Globes คำพูดรับรางวัลของ EJAE ได้ส่งแรงบันดาลใจไปถึงผู้ชมทั่วโลกว่า “รางวัลนี้ ฉันขอมอบให้กับทุกคนที่เคยถูกประตูแห่งโอกาสปิดใส่หน้า และฉันสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่า การถูกปฏิเสธคือการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ เพราะฉะนั้นอย่ายอมแพ้เด็ดขาดมันไม่เคยสายเกินไปที่จะเปล่งประกาย ในแบบที่คุณเกิดมา”
แล้วผลงานนี้ก็พาเธอขึ้นเป็นนักร้องเดี่ยวได้สำเร็จ เดือนตุลาคม 2025 ปล่อยซิงเกิลเดี่ยวครั้งแรกในเพลง In Another World แนวบัลลาดที่พูดถึงความรักและการวนกลับไปนึกถึงความสัมพันธ์เก่า ๆ ที่ขี้นไปถึงอันดับ 15 บน Circle Digital Chart ของเกาหลีใต้ และอันดับ 12 บน Billboard Digital Song Sales Chart ของสหรัฐฯ
จึงอาจบอกได้ว่า ช่วงเวลานี้แสนล้ำค่าของ EJAE ช่วงเวลาที่ผู้หญิงคนหนึ่งก้าวออกจากความกลัวแล้วเปล่งประกายเหมือนแสงของ ‘ทอง’ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงมีคุณค่าในใจตัวเองและผู้คนเสมอ
สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า EJAE เป็นศิลปินระดับโลก คือ การร่วมแต่งเพลง ‘DNA’ เพลงประจำบอลโลก 2026 และได้ไปแสดงในพิธีเปิด ‘FIFA World Cup 2026’ คู่กับ Andrea Bocelli ที่สนาม Estadio Azteca ในเม็กซิโกซิตี้
EJAE ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลีใต้ว่า เธอรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานระดับโลก
"ฉันเห็นผู้คนในโซลโอบกอดกันและเฉลิมฉลองระหว่างฟุตบอลโลก 2002 แม้ตอนนั้นจะยังเด็ก แต่ความรู้สึกในวันนั้นยังอยู่ในความทรงจำเสมอ"
วันนี้ คราบน้ำตาและความมืดมนในอดีตหล่อหลอมให้ EJAE แข็งแกร่งและเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น ในพจนานุกรมชีวิตของเธอจะไม่มีการทำอะไรแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่ยังคงตั้งใจและทุ่มเทเกิน 100% เหมือนที่ผ่านมา
“ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน ตอนอายุน้อย ๆ การถูกปฏิเสธเป็นเรื่องที่เจ็บปวด และเรามักมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นกลับสอนฉันได้มากกว่าความสำเร็จเสียอีก”
ในโลกที่ไม่อนุญาตให้คนอ่อนแอหรือล้มเหลว แต่ชีวิตของ EJAE กลับบอกว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีพื้นที่ให้เรายืน เราก็แค่สร้างจักรวาลของเราขึ้นมาเอง
และบางครั้ง ปลายทางนั้นอาจพาเราไปไกลกว่าความฝันที่เคยวาดไว้เสียอีก
ภาพ: อินสตาแกรม ejae_k
อ้างอิง
EJAE Performs Official World Cup Song at 2026 Opening / The Chosun Daily
How KPop Demon Hunters Star EJAE Topped the Charts / WIRED
Kpop Demon Hunters' EJAE Goes Platinum for World's Most Beautiful After Her 'Golden' Year / People
‘케데헌’ 이재 “SM 연습생 끝나고 가장 힘들어, 붙잡아준 건 음악”(뉴스룸) / Newsen
[#유퀴즈온더블럭] 만년 연습생 신분에서 빌보드 1위 가수로🏆 케데헌 ‘루미’와 똑닮은〈Golden〉원곡자 이재의 다사다난했던 삶💦 / TvN D ENT
Ep. 240: EJAE | A Career Built Slowly and Heard All at Once / And Thewriter Is
Ejae Talks "Golden," KPop Demon Hunters and "In Another World" / Zach Sang Show
Get To Know EJAE, The ‘KPop Demon Hunters’ Singer & Songwriter / Grammy
Red Velvet’s “Psycho” Made Them The Top Girl Group Of 2019 For Digital Streaming / koreaboo