‘แอดดิสัน เร’: เมื่อ TikToker ท้าทายสิทธิ์การเป็น Pop Princess

‘แอดดิสัน เร’: เมื่อ TikToker ท้าทายสิทธิ์การเป็น Pop Princess

จากเด็กสาวที่เต้นอยู่หน้ากล้องโทรศัพท์ สู่เวที Grammy Awards เส้นทางของ ‘แอดดิสัน เร’ ไม่ได้มีแค่ยอดวิวและผู้ติดตาม แต่คือการต่อสู้กับคำดูถูก การล้มเหลว และคำถามสำคัญของยุคอัลกอริทึม ใครกันแน่ที่มี ‘สิทธิ์’ เป็นศิลปินตัวจริง เมื่อความดังเกิดได้ในชั่วข้ามคืน

KEY

POINTS

“ฉันไม่ต้องการเวลานอนมากมายหรอก เพราะชีวิตจริงของฉันก็เหมือนความฝันอยู่แล้ว”

คำกล่าวที่ฟังดูน่าอิจฉาจากสาวอเมริกันผู้เข้าชิงรางวัล Best New Artist ในงานประกาศรางวัล Grammy Awards ครั้งที่ 68 อย่าง ‘แอดดิสัน เร’ (Addison Rae)

ในงานประกาศรางวัลที่ผ่านมา แอดดิสันได้เฉิดฉายจนเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นลุคบนพรมแดงที่ชวนให้นึกถึงไอคอนอย่าง ‘มาริลิน มอนโร’ (Marilyn Monroe) และการแสดงที่มีกลิ่นอายความเป็น ‘บริทนีย์ สเปรียร์ส’ (Britney Spears) จนทำให้ผู้คนบางส่วนคิดว่าเธออาจจะเป็น ‘Pop Princess’ คนใหม่

เด็กหญิงที่ใช้การเต้นหนีความวุ่นวายในครอบครัว

‘แอดดิสัน เร อีสเตอร์ลิง’ (Addison Rae Easterling) เป็นเด็กสาวจากเมืองลาฟาแยตต์ รัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีความหลงใหลในศิลปะการแสดงตั้งแต่ยังเด็ก เธอเริ่มเรียนการเต้นร่วมสมัย บัลเลต์ และแจ๊ส ตั้งแต่ 6 ขวบ ประกอบกับที่ต้องย้ายบ้านบ่อยในสมัยเด็ก และชีวิตรักของพ่อแม่เธอที่ไม่สู้ดีมากนัก ทำให้เธอมีความผูกพันกับเสียงเพลง ดนตรี การควบคุมร่างกาย และใช้การเต้นเป็นช่องทางการหลบหนีความวุ่นวายในครอบครัว 

“เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับความวุ่นวาย การแสดงและการใช้ร่างกายเป็นสิ่งที่ฉันสามารถควบคุมได้” บทสัมภาษณ์ที่เธอเคยพูดไว้กับ Rolling Stone 

เมื่อเธอเติบโตขึ้น การเต้นนั้นถูกลดบทบาทในชีวิตเธอลงไปตามกาลเวลา ความฝันครั้งใหม่อย่างการเป็น ‘ผู้ประกาศข่าวกีฬา’ ได้เข้ามาแทนที่ เธอได้เข้าเรียนคณะวารสารศาสตร์ด้านการออกอากาศที่ Louisiana State University เมื่อปี 2019 โดยหวังว่าเส้นทางอาชีพนี้จะเป็นใบเบิกทางของเธอในการเข้าสู่วงการบันเทิง

แต่จุดพลิกพลันของชีวิตแอดดิสันก็วนกลับมาอีกครั้ง เมื่อเธอค้นพบ TikTok โดยบังเอิญในปีเดียวกัน

ดาวที่ถือกำเนิดจากฟีด For You

แอดดิสันเริ่มโพสต์คลิปวิดีโอผ่านแอคเคานต์ส่วนตัวเมื่อกลางปี 2019 และภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน เธอก็สามารถยกระดับตัวเองกลายเป็น TikToker ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านบัญชีได้ ก่อนจบปี

ความสำเร็จก้าวสำคัญนี้ ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อไล่ตามเส้นทางใหม่ที่จะนำไปสู่วงการบันเทิงอย่างอาชีพ ‘อินฟลูเอนเซอร์’ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ตัดสินใจย้ายไปลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อพาตัวเองเข้าไปใกล้จุดศูนย์กลางของวงการฮอลลีวูดมากขึ้น

การย้ายไปแอลเอทำให้เธอยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง Hype House ‘บ้าน’ ที่รวบรวม TikToker ชื่อดังไว้ด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงานตอบรับกับตลาดราวกับโรงงานผลิตคอนเทนต์ เธอมีสมาชิกร่วมบ้านอย่าง ‘อเล็กซ์ วาร์เรน’ (Alex Warren) เจ้าของผลงานเพลง ‘Ordinary’ ที่เข้าชิง Grammy Awards ในสาขาเดียวกัน

ความเป็น American Girl และคาแรคเตอร์ ‘สาวข้างบ้าน’ ที่ดูสดใสและเข้าถึงง่าย ประกอบกับระบบบ้าน ทำให้แอดดิสันมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นรายวัน เธอเริ่มได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อโปรโมทสินค้า แต่ความฝันของเธอไม่ได้จบอยู่แค่ภายในโซเชียลมีเดียเท่านั้น

แอดดิสันต้องการพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักร้อง นักเต้น และนักแสดง เธอจึงเริ่มเรียนการแสดงและเขียนเพลงของตัวเอง ในช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ได้ไม่นาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง และไล่ตามความฝันครั้งใหม่

เส้นทางนักแสดงที่เต็มไปด้วยคำวิจารณ์

แอดดิสันก้าวเท้าสู่วงการภาพยนตร์เมื่อปี 2021 จากเรื่อง ‘He’s All That’ ทาง Netflix ภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวโรแมนติก คอมเมดี้ชื่อดังอย่าง ‘She’s All That’

เพราะชื่อเสียงจากภาพยนตร์ต้นฉบับ ประกอบกับผลงานการแสดงที่ยังไม่ใช่ระดับท๊อป ทำให้เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ได้รับคะแนนจาก Rotten tomatoes เพียง 29% หรือแม้แต่ใน Letterboxd เองก็ได้ความนิยมไปเพียงแค่ 1.3

ชาวเน็ตมองว่าการแสดงของเธอนั้นไม่สามารถสื่ออารมณ์ได้ ร้ายสุดคือมองว่าเธอไร้ความสามารถด้านการแสดง และได้รับบทนำเพียงเพราะว่าเธอมีผู้ติดตามจำนวนมากบนโซเชียลมีเดีย 

ความผิดพลาดของเธอถูกขยายใหญ่ขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะเธอเป็นคนที่อยู่ในแสง ความพยายามของเธอถูกลดคุณค่าลงเป็นแค่ความทะเยอทะยานของ TikToker ที่อยากข้ามเส้นเข้ามาในพื้นที่ที่ไม่ใช่ของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม แอดดิสันไม่ปล่อยให้ถ้อยคำเหล่านั้นมาหยุดยั้งความพยายาม ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน เธอเซ็นสัญญากับ Netflix ในฐานะนักแสดงและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ และมีผลงานการแสดงอื่นตามมาอย่าง ‘Thanksgiving’ (2023)

ผลพวงจากการข้ามประตูจากอินฟลูเอนเซอร์ไปสู่วงการบันเทิงทำให้เธอเริ่มถอยห่างจากวงการ TikTok และโฟกัสกับการเป็นนักแสดง นักธุรกิจ และเริ่มต้นเส้นทางอาชีพศิลปิน

วันที่ทุ่มเทอย่างหนักแต่กลับกลายเป็น ‘ตัวตลก’

บทบาทนักธุรกิจของเธอเริ่มต้นในเดือนสิงหาคมปี 2021 แบรนด์เครื่องสำอางค์ที่เธอร่วมก่อตั้งอย่าง ‘Item Beauty’ ได้วางจำหน่ายใน Sephora ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ โดยหวังว่าแบรนด์จะเป็นตัวเลือกที่มั่นคงของวัยรุ่น ในยุคสมัยที่ความนิยมนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

แต่แล้วความตั้งใจของเธอกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ Item Beauty ถูกถอดออกจาก Sephora ในต้นปี 2023 ด้วยเหตุผลที่คนส่วนใหญ่สันนิษฐานกันว่า ‘ผู้บริโภคหันไปสนใจคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากกว่าเจ้าของ’

แม้จะมีผลงานมากมาย แต่ผลงานภาพยนตร์ที่ไม่เป็นไปตามที่หวัง ความล้มเหลวจากการทำธุรกิจ ประกอบกับซิงเกิลแรกอย่าง ‘Obsessed’ ที่แอดดิสันปล่อยมาในช่วงต้นปีเดียวกันไม่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมากนัก เพราะเนื้อหาและรูปแบบเพลงที่ยังไม่ได้มีทิศทางเฉพาะตัว ทำให้สังคมส่วนมากมองว่าเธอเป็นได้เพียง TikToker ที่ไร้ความสามารถ

กระแสเชิงลบทั้งหลายแทบทำให้แอดดิสันกลายเป็น ‘ตัวตลก’ ในโลกโซเชียล ผู้คนล้อเลียนทักษะการแสดงของเธอ วิจารณ์การร้องว่าเป็นเพียงแค่การใช้ Auto-Tune มากเกินไป เป็นแค่คนที่ ‘พยายามจะดูเหมือนศิลปิน’ จนทำให้เธอเสียความมั่นใจในตัวเอง จนอยากจะล้มเลิกความฝันไป จนเธอเคยให้สัมภาษณ์กับ British VOGUE เมื่อปี 2023 ไว้ว่า

“มันทำให้ฉันคิดว่า ความฝันใหญ่ ๆ ที่ฉันเคยไล่ตาม บางทีฉันอาจจะไม่เก่งพอที่จะไปถึงมัน”

การล้อเลียนเหล่านี้ไม่เพียงแค่บั่นทอนจิตใจของแอดดิสันเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงทัศนคติของสังคมที่ไม่เปิดพื้นที่ให้คนจากโซเชียลมีเดียได้ลองผิดลองถูกเหมือนกับศิลปินคนอื่น ๆ

ความโด่งดังที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรูปแบบความสำเร็จของโซเชียลมีเดียที่คนมักยึดติดว่า เพียงแค่มีผู้ติดตามก็ได้สิทธิมากกว่าคนอื่น ทำให้ความสำเร็จของแอดดิสันถูกตั้งคำถามตั้งแต่แรกว่า “เธอสมควรอยู่ตรงนี้หรือไม่” มากกว่าการวัดที่ผลงานจริง

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อได้รู้จักกับ ‘Charli XCX’

แม้เสียงตอบรับจะเป็นไปในทางลบมากกว่า แต่แอดดิสันรู้ตัวอยู่เสมอว่าเธอต้องการเป็น ‘ศิลปินที่มีคุณภาพ’ เธอยังคงเขียนเพลงและบันทึกเสียงอยู่เป็นระยะ จนถึงตัวแปรครั้งสำคัญในอาชีพนักร้องของเธอ เมื่อเพลงเดโมจำนวนหนึ่งเกิดรั่วไหลออกมาในโลกออนไลน์

ความไม่มั่นใจทำให้เธอกลัวว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นจะเป็นจุดจบในวงการดนตรีของเธอ ทว่ากระแสกลับสวนทางกับความคิด ผู้คนบางส่วนให้ความสนใจและการตอบรับที่ดีกับเพลงที่หลุดออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนักร้องสาวมากประสบการณ์อย่าง ‘ชาร์ลี เอ็กซีเอ็กซ์’ (Charli XCX)

ชาร์ลีเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ได้ฟังเพลงเดโมของแอดดิสันที่หลุดออกมา เธอรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก จึงติดต่อมายังแอดดิสันเพื่อร่วมงานกัน จนออกมาเป็นผลงานเพลง ‘2 Die 4’ ใน ‘AR’ EP แรกของแอดดิสันที่ปล่อยมาในปี 2023

ความเข้ากันดีของทั้งคู่ ทำให้แอดดิสันได้กลับไปร่วมงานกับชาร์ลีอีกครั้งในเพลง ‘Von Dutch’ ในปี 2024 และเพลงดังกล่าวก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best Remixed Recording ใน Grammy Awards ปี 2025

กระแสจากการร่วมงานกับชาร์ลี นอกจากจะทำให้แอดดิสันเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการเพลงแล้ว ชาร์ลียังเปรียบเสมือนพี่สาว และที่ปรึกษาคนสำคัญ ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อทิศทางของแอดดิสันในปัจจุบันมากขึ้นอีกด้วย

จากคนเต้นสู่เจ้าของแผ่นเสียง

จากอิทธิพลของชาร์ลี ทำให้แอดดิสันเริ่มค้นหาทิศทางเพลงของตัวเธอได้ชัดเจนขึ้น เห็นได้จากจังหวะอิเล็กโทรป๊อปที่โดดเด่นในเพลงของเธอ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในการทำเพลงของชาร์ลี

ความเป็นอิเล็กโทรป๊อปสะท้อนถึงตัวตนของเธอได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อเธอได้ปล่อยซิงเกิลแรกเมื่อปี 2024 อย่าง ‘Diet Pepsi’ ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามว่าเป็นเพลงป๊อปคุณภาพ และเป็นกระแสในวงกว้าง จนทำให้เธอติดอันดับ Billboard Hot 100 ได้ เธอไม่ปล่อยให้กระแสนั้นหายไปด้วยการปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ ‘Addison’ ตามมาในปี 2025

เนื้อเพลงตรงไปตรงมา คู่กับดนตรีป๊อปสังเคราะห์ เสียงร้องแหลมสูง และจังหวะอันเป็นเอกลักษณ์ของนักร้องสาวคนนี้ ทำให้แผ่นเสียงของเธอเป็นไวรัลใน TikTok หลายเพลง ทั้ง ‘Diet Pepsi’ ที่มีความวาบวิวและพูดถึงเรื่องเพศแบบไม่ซับซ้อน ‘Fame is a gun’ ที่พูดถึงความหรูหรา

‘Aquamarine’ เองก็ยังเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ว่าน่าตื่นเต้นและชวนหลงใหล จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับผลงานของ ‘Madonna’ ‘Kylie Minogue’ และ ‘Britney Spears’ ในอดีต สิ่งเหล่านี้นำพาเธอให้กลายเป็นดาวดวงใหม่ที่น่าจับตามองของวงการเพลงป๊อป จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Best New Artist ในงานประกาศรางวัล Grammy Awards ครั้งล่าสุด

ตัวตนใหม่ที่แตกต่าง

นอกจากการทำเพลงที่เธอมีส่วนร่วมในการเขียนทุกเพลงแล้ว เธอยังใส่ความเป็นแอดดิสันลงไปในทุกด้าน 

เธอเปลี่ยนภาพจำของตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความเป็น ‘Bubblegum Pop’ เด็กสาวหวานที่พูดถึงความรักวัยใส ดูเข้าถึงง่ายและไม่ลึกซึ้ง ถูกแทนที่ด้วย ‘Indie Pop Icon’ ผู้หญิงที่หลงใหลไปกับชื่อเสียงและความอิสระ ทำให้เธอดูลึกลับและน่าค้นหา ล้วนแต่ส่งผลให้กลุ่มแฟนคลับของเธอมีความเฉพาะกลุ่มและเหนียวแน่นมากขึ้น

มิวสิกวิดีโอกลายเป็นพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ของเธอโลดแล่นอย่างมีศิลปะ ท่ามกลางความกังวลของค่ายเพลงว่าผู้ชมจะเข้าไม่ถึง หากจะทำมิวสิกวิดีโอเพลง Diet Pepsi เป็นภาพขาวดำ เธอยังคงยืนกรานที่จะทำตามวิสัยทัศน์ ซึ่งการยึดมั่นในความเป็นแอดดิสันก็ทำให้ผลงานของเธอมีเอกลักษณ์ และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

การแสดงสไตล์ ‘Camp’ ที่เล่นใหญ่และดูเสแสร้งอย่างจงใจที่เปรียบเสมือนกับการท้าทายและประชดประชันมาตรฐานสังคม ทำให้เธอเข้าถึงกลุ่มแฟนคลับ LGBTQ+ ได้มากขึ้น อีกทั้งการแต่งกายของเธออย่างเสื้อตัวจิ๋ว ท่อนล่างเอวต่ำ ประกอบกับการแต่งหน้าที่ดูบางเบาจนเหมือนหน้าสดนั้น ทำให้เธอโดดเด่นออกมาจาก Pop Star คนอื่นในรุ่นเดียวกัน

ความเป็นตัวเองของเธอกลายเป็นความสดใหม่ในวงการที่ผู้คนให้ความสนใจ เธอถูกพูดถึงในฐานะศิลปินที่มีความสามารถและสลัดภาพการเป็น TikToker ออกไปได้อย่างสิ้นคราบ 

เวทีใหญ่ที่ไปไกลกว่าจอสี่เหลี่ยม

จากเด็กสาวที่ได้ถ่ายทอดความรักของเธอที่มีต่อการแสดงผ่านหน้าจอโทรศัพท์ เธอได้ก้าวออกมาสู่โลกความเป็นจริงด้วยการประกาศ ‘The Addison Tour’ ในปีที่ผ่านมา โดยทำการแสดงที่สหรัฐอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเครื่องการันตีว่าเธอได้รับการยอมรับในฐานะนักร้องอาชีพอย่างเต็มตัว

อาจกล่าวได้ว่าชีวิตของแอดดิสันนั้นโรยด้วยกลีบกุหลาบ ความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยของเธอทำให้ใครหลายคนอาจมองว่าชีวิตของเธอนั้นแสนง่ายดาย แต่สิ่งที่คนเหล่านั้นมองข้ามไปคือ กลีบกุหลาบเหล่านั้นเธอเป็นคนที่บรรจงตั้งใจปลูก ดูแล และโรยมันเอาไว้ด้วยตัวของเธอเอง

ในโลกโซเชียลที่ถูกมองว่าไม่ว่าใครก็สามารถมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความสามารถ การพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าของแอดดิสัน แสดงให้เห็นว่านอกจาก ‘ความโชคดี’ ที่ดังเพียงข้ามคืนในโซเชียลแล้ว เหล่าผู้มีความฝันยังต้องใช้ ‘ความกล้า’ เพื่อหลุดออกจากกรอบเดิม ๆ

เธอทำลายกรอบของตัวเองเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการเป็นศิลปิน เธอไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่รู้ตัวดีว่าเธอต้องการอะไร เธอกล้าพอที่จะยอมรับว่าอะไรไม่ใช่ตัวเอง และเลือกสร้างภาพจำใหม่ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะเป็นหนทางไปสู่จุดสูงสุดที่ต้องการได้ 

เช่นเดียวกับคนธรรมดาทุกคนที่มีฝัน ‘แอดดิสัน เร’ ได้พิสูจน์แล้วว่าเด็กสาววัย 19 ปีที่ถ่ายคลิปเต้นในห้องนอนของตัวเอง และเป็น ‘แค่ TikToker’ ในวันนั้น สามารถเปลี่ยนคำดูถูกเป็นแรงผลักดัน จนก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องสาวที่อาจเป็น Pop Princess คนใหม่ของวงการในวันนี้ได้

 

เรื่อง : สุชานันท์ สหวงศ์เจริญ (The People Junior)

ภาพ : Getty Images

 

ที่มา:

 

https://www.biography.com/musicians/a64286852/addison-rae

https://www.theguardian.com/music/ng-interactive/2025/dec/18/i-enjoy-fame-its-very-exposing-and-raw-though-you-pay-a-price-addison-rae-the-guardians-artist-of-the-year

https://addisonrae.fandom.com/wiki/Aquamarine

https://www.glossy.co/beauty/addison-rae-and-item-beauty-make-their-sephora-debut/

https://www.beautyindependent.com/selfless-by-hyram-item-beauty-by-addison-rae-exit-sephora/

https://www.vogue.co.uk/article/addison-rae-interview