นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

‘นัมจูฮยอก’ ผู้รับบทกูชอนจาก ‘The East Palace’ ที่ใช้ความสามารถและพัฒนาฝีมือการแสดงเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดงของตัวเขาเอง

KEY

POINTS

‘The East Palace’ หรือ ‘บูรพาอาถรรพ์’ เป็นออริจินัลคอนเทนต์ของ Netflix ที่ได้รับคำชมทั้งงานบท โปรดักชัน ภาพ แสง สี การแสดง รวมไปถึงเจ้า ‘กอมอกซารี’ ผีตัวน้อยที่มาเติมความน่ารักและสีสันให้กับซีรีส์เรื่องนี้ 

มากกว่านั้น นี่ยังเป็นการหวนคืนจอในรอบ 3 ปี หลังปลดประจำการทหารของ ‘นัมจูฮยอก’ หลังจากที่เขาเคยสร้างปรากฏการณ์จากบทบาทของ ‘แพคอีจิน’ ในซีรีส์เรื่อง ‘Twenty-Five Twenty-One’

เส้นทางของเขาอาจดูราบเรียบเมื่อเทียบกับนักแสดงคนอื่น แต่เบื้องหลังชื่อของ ‘นัมจูฮยอก’ กลับเต็มไปด้วยคำวิจารณ์ ความผิดหวัง และการเรียนรู้ที่ค่อย ๆ หล่อหลอมให้เขากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการในวันนี้ 

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

นักบาสเกตบอลโรงเรียน

เรื่องราวที่น้อยคนจะรู้ คือ ‘นัมจูฮยอก’ ไม่ได้เป็นชื่อในวงการ แต่เป็นชื่อที่คุณปู่ของเขาตั้งให้ เริ่มจากคำว่า ‘นัม’ '남(南)' แปลว่าทิศใต้ ‘จู’ '주(柱)' ที่แปลว่าเสา และ ฮยอก '혁(赫)' ที่แปลว่าเปล่งประกายหรือเจิดจ้า เมื่อนำมารวมกันจึงเป็นความหมายว่า ‘เสาหลักที่ส่องประกาย’

“คุณปู่เป็นคนตั้งชื่อให้ แล้วตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าผมกำลังค่อย ๆ เติบโตไปตามความหมายของชื่อนั้นอยู่”

ช่วงวัยรุ่น เขาเป็นเด็กตัวสูงที่สูงมากกว่า 170 เซนติเมตร เรียนโรงเรียนชายล้วนในเมืองปูซาน เลยทำให้เขาตกหลุมรักการเล่นบาสเกตบอลไปโดยปริยาย และยังเป็นหนุ่มป๊อปที่สาว ๆ จะคอยให้กำลังใจข้างสนามอยู่บ่อย ๆ 

“ผมจะได้รับความนิยมก็แค่ตอนเล่นบาสเกตบอลนั่นแหละครับ (หัวเราะ) โรงเรียนผม ช่วงพักกลางวัน แต่ละห้องจะเอาเงินมาลงขันกันเป็นรางวัลการแข่งฟุตบอล ทุกคนเลยไปดูฟุตบอลกันหมด ส่วนบาสเกตบอลแทบไม่มีใครสนใจเลย

“แต่พอผมลงไปเล่นบาสเมื่อไหร่ คนที่นั่งเชียร์ฟุตบอลอยู่บนอัฒจันทร์ก็จะพากันเดินมาที่สนามบาสกันหมดเลย”

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

ตลอดวัยมัธยมต้นนัมจูฮยอกมีความฝันเดียว คือ การเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล แต่ความฝันนั้นก็พังทลายลง เมื่อเขาบาดเจ็บที่กระดูกหน้าแข้ง ต้องผ่าตัด และต้องพักไปอีกหลายเดือน 

“ก่อนผ่าตัด ผมรักษาตัวอยู่ประมาณ 2 เดือน เพราะรู้สึกเจ็บมาก ต้องพักอีก 3 เดือนหลังผ่าตัด แล้วไปซ้อมได้ 2 เดือน จุดที่ผ่าตัดก็เกิดร้าวขึ้นมาอีก ทำให้ต้องพักเพิ่มอีก 3-4 เดือน

“ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะเป็นช่วงที่โรงเรียนมัธยมปลายกำลังเข้ามาติดต่อคัดเลือกนักกีฬา แต่ผมหยุดซ้อมนานเกินไป จนรู้สึกว่าคงตามคนอื่นไม่ทันแล้ว”

ความฝันแรกถูกพับเก็บไว้ ก่อนที่กล่องความฝันใบใหม่จะถูกเปิดขึ้น ความฝันที่แตกต่างจากเดิม แต่ใครจะรู้ว่า นั่นคือ ความฝันที่จะเปลี่ยนชีวิตของ ‘นัมจูฮยอก’ ไปตลอดกาล

นายแบบตัวท็อป

เมื่อเส้นทางการเป็นนักบาสเกตบอลสิ้นสุดลง นัมจูฮยอกก็ได้พบกับเส้นทางชีวิตของตัวเองใหม่ตอนขึ้นชั้นมัธยมปลาย ซึ่งเป็นยุคที่อีซูฮยอก, คิมยองกวัง และยุนจินอุค นายแบบยุคนั้นกำลังดังมาก ๆ พอขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เขาก็เริ่มติดตาม คิมวอนจุง และ อันแจฮยอน 

การมองรุ่นพี่นายแบบอยู่ตลอด ทำให้นัมจูฮยอกเริ่มตอบคำถามตัวเองได้ว่า เขาอยากเป็นนายแบบ แล้วมั่นใจขึ้นอีก เมื่อเห็นจางกียงบนปกนิตยสาร แล้วรู้สึกว่า การเป็นนายแบบมันเท่จริง ๆ เขาก็เลยเข้าวงการนี้อย่างจริงจัง

ถึงอย่างนั้นก็เป็นเพียงความฝันที่เลือนราง เขาเลยไปทำงานพาร์ทไทม์อยู่หลายอย่าง ทั้งพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารหรือเก็บรถเข็นในซูปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้ความฝันของเขาทำให้นัมจูฮยอกยังอยู่รอด 

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

จนเขาสามารถเซ็นสัญญาเป็นนายแบบของค่ายได้สำเร็จ มากกว่านั้น ผ่านไปเพียง 1 เดือน เขาก็ได้ไปเดินบนรันเวย์ของแบรนด์แฟชันหลายแบรนด์ใน 2014 S/S Seoul Collection 

แล้วตอนนั้นก็ถือเป็นยุคที่มีนายแบบดาวรุ่งมากมายที่มาร่วมเดินรันเวย์กับนัมจูฮยอก ทั้งจางกียง รุ่นพี่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเขา ‘บยอนอูซอก’ รวมถึง ‘อีซองคยอง’ 

ทว่านี่เป็นเพียงหมุดหมายแรก เนื่องจากลุคสุดหล่อและความซื่อ ๆ ที่แสนจริงใจ กลับกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่ทำให้เขาโดดเด่นและค่อย ๆ ขยับจากรันเวย์มาปรากฏตัวบนหน้าจอให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักในฐานะ ‘นักแสดง’

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

หนุ่มตี๋ชุดนักเรียนที่ขโมยใจสาว

สำหรับนักแสดงคนอื่น พวกเขาอาจต้องฝ่าฟันสนามออดิชันเพื่อขึ้นมาเป็นนักแสดง แต่สำหรับนัมจูฮยอก เส้นทางของเขาเหมือนถูกขับเคลื่อนด้วยจังหวะและเวลาที่ลงตัว 

เพราะผลงานเดบิวต์ของเขา ก็คือ การรับบทเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอซีรีส์ของ AKMU ศิลปินในค่าย YG ตอนนั้น ทั้งเพลง ‘Give Love’ และ ‘200%’ ที่เข้ามากุมใจสาว ๆ ได้อยู่หมัด

“ตอนนั้นบริษัทของผม กับ YG ทำความร่วมมือกัน ผมเลยมีโอกาสได้ไปแสดงในมิวสิกวิดีโอครับ ทางทีมงานกำลังมองหานายแบบที่มีภาพลักษณ์แบบนักเรียน และผมคิดว่าคาแรกเตอร์ของผมค่อนข้างตรงกับที่พวกเขาต้องการ เลยได้มาแสดง”

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนรอบตัวหลาย ๆ คนสนับสนุนให้เขา ‘เรียนการแสดง’ 

แม้ตอนแรกจะไม่สนใจเท่าไหร่ ทว่า ‘The Idle Mermaid’ ผลงานซีรีส์เรื่องแรกก็เดินเข้ามาในชีวิตของนัมจูฮยอกในปี 2014 ซึ่งทำให้เขาตกหลุมรักและอยากเรียนการแสดงอย่างจริงจัง

“ผมเริ่มถ่ายทำทั้ง ๆ ที่ ยังไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน แต่พอได้ลงมือทำจริง ๆ ผมกลับเริ่มคิดว่า อยากเรียนการแสดง แล้วก็อยากเห็นตัวเองแสดงได้เก่งกว่านี้"

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

นัมจูฮยอกยังคงฝึกฝนตัวเองมาต่อเนื่องจนมาถึงปี 2015 เขาได้รับบทสำคัญในซีรีส์ ‘School 2015’ ในบทบาทของ ‘ฮันอีอัน’ พระเอกที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียน เพื่อนสนิทวัยเด็กของนางเอกที่รับบทโดยคิมซูฮยอน และประกบพระรองอย่างอีซองแจ

ต้องบอกก่อนว่า School ถือเป็นตระกูลซีรีส์ที่มีมายาวนาน และยังเป็นผลงานแจ้งเกิดให้นักแสดงมาหลายคน ยกตัวอย่างเช่น กงยู, อีจงซอก และคิมอูบิน เป็นต้น 

แล้ว School 2015 ก็ได้รับความนิยมมาก ๆ จากเกาหลีใต้และแฟน ๆ ทั่วโลก ชื่อของเขาจึงได้รับการพูดถึงในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง แล้วเป็นสัญลักษณ์ของหนุ่มตี๋ชุดนักเรียนที่ปักกลางใจคนดู

ถึงอย่างนั้น มีคนรักก็ต้องมีคนวิจารณ์เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อซีรีส์ออกอากาศก็มีคนวิจารณ์ถึงการแสดงของนัมจูฮยอก ถึงการแสดงที่ดูแข็งและไม่เป็นธรรมชาติ ไปจนถึงฉากอารมณ์ที่ยังส่งไม่ถึงผู้ชม 

เอาเข้าจริง นัมจูฮยอกก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาเองก็น้อมรับคำวิจารณ์และคิดว่าตัวเองยังต้องพัฒนาตัวเองเพื่อให้เป็นนักแสดงที่สมบูรณ์แบบในอนาคต

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง นักแสดงที่เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด

ผลงานแรกผ่านไปด้วยความรู้สึกเสียดาย ถึงอย่างนั้นไม่ได้มีเวลาให้นัมจูฮยอกได้เสียใจนานเท่าไรนัก เขาก็ยังคงมีผลงานต่อเนื่องกับ Cheese in the Trap และ Glamorous Temptation 

เส้นทางชีวิตของเขาเดินมาถึงอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน  ปี 2016 เขาขยับมาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในบทของ ‘จองจุนฮยอง’ นักกีฬาว่ายน้ำ หนุ่มขี้เล่นที่ชอบอยู่ใกล้ ๆ คิมบกจู (รับบทโดย อีซองคยอง) จากเรื่อง ‘Weightlifting Kim Bok-Joo’ ที่ทำเอาแฟน ๆ อินกับเคมีทะลุจอกันสุด ๆ 

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

จากเรื่องนี้ นัมจูฮยอกได้ลบคำวิจารณ์จากผลงานเรื่องก่อนหน้าไปได้ จนได้รับคำชมว่าเป็นบทที่เข้ากับนัมจูฮยอกได้เป็นอย่างดี รวมถึงทำให้เขาได้รับรางวัล Rookie Actor Award มาครองได้

แล้วเขายังคงเรียนรู้ผ่านทุกบทที่ได้รับ ทั้ง The Bride of Habaek ในปี 2017, The Great Battle ภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาในปี 2018 ที่พาเขาได้รับรางวัล นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม จากทั้ง Blue Dragon Film Awards และ Korean Association of Film Critics Awards, The Light in Your Eyes ในปี 2019 และ The School Nurse Files ในปี 2020 

แน่นอนว่า บางเรื่องเขาก็ยังถูกวิจารณ์เรื่องการแสดง เช่นเคย นัมจูฮยอกไม่เคยปฏิเสธ ไม่เคยโต้กลับ และตั้งใจทำทุกผลงานให้ดีที่สุด 

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

"ผมเจ็บปวดกับคำวิจารณ์เหล่านั้นมาก การเป็นนักแสดงไม่ใช่อาชีพที่ง่ายเลย ทุกวันนี้ผมพยายามไม่อ่านคอมเมนต์ให้มากที่สุด ตอนนั้นไม่ใช่แค่เรื่องการแสดง แต่ผมยังรู้สึกว่าตัวเองยังขาดประสบการณ์ในหลาย ๆ ด้านของชีวิตด้วย ผมคิดว่านั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้ผมเติบโตขึ้นได้ในวันนี้"

เพราะสำหรับเขา การแสดงคือการเรียนรู้ชีวิตของผู้คนอีกแบบหนึ่ง และตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่เคยหยุดเรียนรู้สิ่งนั้นเลย แล้วค่อย ๆ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ชมด้วยการแสดงของตัวเอง

พระเอกแถวหน้าของวงการ

อีกหนึ่งผลงานที่ทำให้ชื่อของนัมจูฮยอกเข้าสู่นักแสดงแถวหน้าวงการ คือ บทของ ‘นัมโดซาน’ จากเรื่อง ‘Start Up’ ที่ออกอากาศในปี 2020 ซีรีส์ความยาว 16 ตอนที่ว่าด้วยการทำธุรกิจสตาร์ทอัปเพื่อเป็นยูนิคอร์นตัวใหม่ของเกาหลีใต้

อาจเป็นเพราะความโก๊ะ ๆ มึน ๆ ประกอบกับความเชี่ยวชาญเรื่อง tech ของนัมโดซาน ทำให้ตัวละครนี้เป็นที่รักของผู้ชม 

แม้จะไม่ได้เป็นซีรีส์เรตติ้งสูง แต่ Start Up กลับได้รับความนิยมสูงในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix และถูกจัดเป็นหนึ่งในสิบอันดับของลิสต์ Top 10 K-dramas of 2020 จาก South China Morning Post

แล้วผลงานนี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่พิสูจน์แล้ว นัมจูฮยอกกำลังสนุกและใช้ชีวิตแบบนัมโดซานอยู่จริง ๆ 

"ผมชอบตัวละครที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ตัวละครที่มีข้อบกพร่อง เพราะคนจริง ๆ ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนกัน” 

แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์สุด ๆ คือ บท ‘แพคอีจิน’ ผู้สื่อข่าวแสนอบอุ่นจากเรื่อง ‘2521’ ในปี 2022 ซึ่งครั้งนี้เขาได้มาประกบคู่กับ ‘คิมแทรี’ ถ่ายทอดความเป็นรักแรกและมิตรภาพได้อย่างสวยงามและทำผู้ชมน้ำตาแตกกันไปไม่น้อย 

ความสำเร็จของซีรีส์เรื่องนี้ คือ การทำเรตติ้งได้สูงถึง 11.5% ขึ้นเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ได้รับความนิยมสูงของปี 2022 ครั้งนี้เขาได้รับคำชมอย่างล้นหลาม แต่ตามสไตล์ของนัมจูฮยอก เขาก็ยังถ่อมตัวและบอกว่าในโลกการแสดงยังมีอีกหลายเรื่องที่เขาต้องเรียนรู้

“ผมเป็นคนที่เครียดกับการแสดงค่อนข้างมาก ผมคิดอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไรให้ถ่ายทอดศักยภาพของบทที่ได้รับออกมาได้อย่างน้อย 80% ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ต้องระเบิดอารมณ์ออกมา หรือฉากที่ต้องแสดงด้วยอารมณ์ที่นิ่งและละเอียดอ่อน ผมรู้สึกว่ามันยากพอ ๆ กัน

“พูดสั้น ๆ คือ การแสดงเป็นสิ่งที่ยากมากจริง ๆ”

เพราะในโลกการแสดง ยังมีบทเรียนชีวิตและทักษะอีกมาหมายที่รอให้นัมจูฮยอกไปหาคำตอบอยู่

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

หมอผีวังหลวงสุดแมส

ปี 2023 นัมจูฮยอกคัมแบคอีกครั้งกับซีรีส์เรื่อง ‘Vigilante’ แต่วันที่ซีรีส์ถูกส่งต่อถึงสายตาผู้ชม เขาก็อยู่ในกรมทหารไปเรียบร้อยตามหน้าที่พลเมืองชายของเกาหลีใต้

ระหว่างนั้น บางคนก็ยังคิดถึงเขา และเจอเขาตามอีเวนต์ของกองทัพให้หายคิดถึงอยู่บ้าง 

เดือนกันยายน 2024 นัมจูฮยอกปลดประจำการแล้วกลับมารันวงการ ถึงอย่างนั้นก็เป็นงานอีเวนต์ของแบรนด์ต่าง ๆ จนมีกระแสข่าวออกมาว่า เขาจะเข้ามารับบทนำออริจินัลคอนเทนต์ของ Netflix ที่ชื่อ The East Palace ร่วมกับ ‘โรยุนซอ’ และ ‘โจซึงอู’

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

นัมจูฮยอกใช้เวลาหลังปลดประจำการและตลอดปี 2025 ไปกับการเตรียมพร้อมและถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ นำมาสู่การฉายอย่างเป็นทางการในปี 2026

เรื่องนี้นัมจูฮยอกรับบท ‘กูชอน’ หมอผีที่เข้ามาปราบผีในตำหนักบูรพาที่เล่นได้เท่ สื่ออารมณ์ได้ดี และทำฉากแอคชันทุกฉากได้อย่างสมบูรณ์ แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชื่อของเขาเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นอันดับ 1 ของรายการโทรทัศน์จาก Netflix Thailand

นัมจูฮยอก: พระเอกที่ใช้ฝีมือเป็นคำตอบบนเส้นทางการแสดง

ตลอดมา นัมจูฮยอกยังคงยึดคติเดิม คือ เขาตั้งใจจะถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครและทุ่มเทให้กับทุกรายละเอียดของการแสดง

“ยิ่งมีผู้ชมดูผลงานของเรามากขึ้น ก็ยิ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีความคิดเห็นที่หลากหลาย ไม่ว่าเป็นความคิดเห็นแบบไหน ผมพร้อมรับฟังและตั้งใจทำให้ตัวละครออกมาสมบูรณ์ที่สุด”

“สำหรับนักแสดง การได้พบกับผลงานดี ๆ ทุกครั้งถือเป็นโชคที่ยิ่งใหญ่ ผมคิดว่ามันเป็นพรอย่างหนึ่ง ดังนั้นเพื่อที่จะได้สัมผัสช่วงเวลาแบบนี้อีกในอนาคต ผมจะเตรียมพร้อมตัวเองให้มากขึ้นและพัฒนาตัวเองต่อไป”

หากคุณอ่านเรื่องราวชีวิตของเขามาจนถึงตรงนี้ คุณคงรู้แล้วว่า คำวิจารณ์ไม่เคยหายไปจากเส้นทางของนัมจูฮยอก มีเพียงตัวเขาที่ค่อย ๆ เติบโตเหนือเสียงเหล่านั้น ผ่านทุกบทบาทที่ได้รับ ผ่านทุกตัวละครที่ได้เรียนรู้ จนฝีมือกลายเป็นคำตอบของความพยายาม ความอดทน และการไม่หยุดเรียนรู้

 

ภาพ: Netflix, Fable Company, TvN Drama, อินสตาแกรม @skawngur
 

อ้างอิง

남주혁, 푸른 여름을 닮은 ‘200%’ 소년이 궁금해(인터뷰) / 10Asia

남주혁, 기회와 노력의 이중주 (인터뷰) / 10Asia

남주혁 "조진웅과 연기하고 싶어"(인터뷰) / starnewskorea

‘스타트업’ 남주혁 “남도산은 여러 색깔 보여줄 수 있는 인물” / 스포츠경향

'눈이 부시게' 남주혁 "연기 선생님 누구냐고요?" (인터뷰) / hankyung

남주혁 "연기 혹평도 감사, 날 성장케 하는 동기부여"(동궁) [인터뷰M] / iMBC

<스물다섯 스물하나> 남주혁 "좋으면 좋다고 말해야죠" / Esquire Korea

YG케이플러스, 미래스타 열기 후끈 '1일 모델 체험' / Newsis

"Start-Up" Hits Highest Ratings Yet As "Search" And "Homemade Love Story" Rise / soompi