10 เรื่องจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ ที่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ ซ้อมจนเมียคิดว่าบ้า

10 เรื่องจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ ที่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ ซ้อมจนเมียคิดว่าบ้า

จากภาพจำ ‘ตลกโปกฮา’ สู่บทบาทชายผู้เปราะบางใน ‘เฉิ่ม’ เรื่องนี้ไม่ได้แค่เปลี่ยนสายตาคนดูต่อ ‘หม่ำ จ๊กมก’ แต่ยังเผยให้เห็นเบื้องหลังความทุ่มเทระดับที่ต้อง “ลอกคราบตัวเอง” เพื่อเข้าถึงหัวใจของตัวละคร จนแม้แต่คนใกล้ตัวก็ยังไม่เข้าใจ

KEY

POINTS

ในความทรงจำของคนไทย ภาพจำของ ‘หม่ำ จ๊กมก’ คือชายผู้มาพร้อมกับเสียงหัวเราะ มุกตลกโปกฮา และจังหวะการยิงมุกที่เฉียบขาดรวดเร็วดั่งปืนกล ทว่าในอีกมุมหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ชายคนเดียวกันนี้เพิ่งได้รับการจารึกรอยมือรอยเท้าเป็น ‘ดาวดวงที่ 208’ แห่งลานดารา หอภาพยนตร์ ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำว่า เขาไม่ได้เป็นเพียง ‘ตลกซูเปอร์สตาร์’ แต่คือ ‘ศิลปิน’ ผู้ขับเคลื่อนวงการศิลปะที่เจิดจรัสที่สุดคนหนึ่งของยุคสมัย

และหากจะเปิดหน้ากระดาษเพื่อค้นหาผลงานชิ้นเอก (Masterpiece) ที่เปลื้องคราบของความเป็นตลกออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นก้นบึ้งของความรวดร้าวและจิตวิญญาณแห่งการแสดงที่ลึกซึ้งที่สุด ย่อมไม่มีผลงานใดที่จะเทียบเคียงได้กับภาพยนตร์เรื่อง ‘เฉิ่ม’ เรื่องราวของ ‘สมบัติ ดีพร้อม’ โชเฟอร์แท็กซี่กะดึกผู้มีชีวิตเนิบช้า หลงใหลในสุนทรียภาพแห่งยุคเก่า ชายผู้ซื่อสัตย์ต่อความรักแต่มักถูกโชคชะตาเล่นตลก

10 เรื่องจริงเบื้องหลัง ‘เฉิ่ม’

ต่อไปนี้คือ 10 เรื่องจริงเบื้องหลัง ‘เฉิ่ม’ ที่ยังเรียกน้ำตาคนดูได้ตั้งแต่อดีต จนถึงวันนี้

1. เหตุผลที่ต้องเป็น ‘หม่ำ จ๊กมก’ เท่านั้น : จุดเริ่มต้นของตำนานบทนี้ไม่ได้มาจากความตั้งใจของหม่ำ แต่มาจากสายตาอันทะลุปรุโปร่งของ ‘คงเดช จาตุรันต์รัศมี’ ผู้กำกับภาพยนตร์ ที่บังเอิญไปเห็นฉากการตายของตัวละครที่หม่ำแสดงในช่วงท้ายของเรื่อง ‘องค์บาก’ แววตาในวาระสุดท้ายของตัวละครนั้นทรงพลังจนคงเดชเชื่อหมดใจว่า ผู้ชายคนนี้เล่นดราม่าชั้นครูได้สบาย ๆ เขาจึงจรดปากกาเขียนบท ‘สมบัติ ดีพร้อม’ โดยมีใบหน้าของหม่ำลอยวนเวียนอยู่ในหัวเพียงคนเดียว เมื่อถูกตั้งคำถามติดตลกว่า ทำไมตอนนั้นถึงไม่คิดจะเลือก ‘เท่ง’ หรือ ‘โหน่ง’ มารับบทนี้ คงเดชตอบตรงไปตรงมาแต่คงความอ่อนน้อมว่า “บารมีมันต่างกัน” เจอคำตอบแบบนี้เข้าไป หม่ำถึงกับอารมณ์ดีจนเก็บอาการไม่อยู่ พร้อมกับเอ่ยปากยุส่งแบบติดฮาว่า “พูดไป ๆ พูดต่อไปเลยคงเดช” สร้างเสียงหัวเราะครืนใหญ่ให้กับผู้ที่ได้ฟัง

10 เรื่องจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ ที่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ ซ้อมจนเมียคิดว่าบ้า

2. สายตรงจาก ‘เสี่ยเจียง’ : แม้ใจหนึ่งหม่ำจะอยากปฏิเสธเพราะรู้ตัวว่าบทนี้มันหนักหนาและห่างไกลจากคอมฟอร์ตโซนของเขาเหลือเกิน แต่เมื่อโทรศัพท์สายตรงที่โทรมาทาบทามคือ ‘เสี่ยเจียง’ (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) ผู้เป็นดั่งผู้ใหญ่ที่มีพระคุณ คำว่าปฏิเสธจึงถูกกลืนหายไปในลำคอ หม่ำรับโครงสร้างบทมาเปิดอ่านด้วยความรู้สึกกดดัน พลางรำพึงกับตัวเองเบา ๆ ว่า “เชี่ย... นี่ไม่ใช่ตัวกู” แต่สุดท้าย ความรับผิดชอบและสปิริตของศิลปินก็สั่งให้เขาเดินหน้าลุยกับบทบาทที่ท้าทายที่สุดในชีวิต

3. ผู้กำกับสั่งเบรกกอง : ช่วงเริ่มต้นของการถ่ายทำเป็นเสมือนฝันร้าย เพราะธรรมชาติของตลกคือความรวดเร็วและเสียงหัวเราะ แต่สมบัติ ดีพร้อม คือขั้วตรงข้าม ในช่วง 3-4 คิวแรก หม่ำยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าเขากังวลหนักมาก ไม่เชื่อมั่นเลยว่าตัวเองจะสามารถสวมวิญญาณเป็นชายผู้น่าสงสารคนนี้ได้ ความกดดันแผ่ซ่านจนคงเดชสัมผัสได้ ผู้กำกับจึงตัดสินใจสั่งเบรกการถ่ายทำชั่วคราว เดินเข้าไปนั่งจับเข่าคุยกับหม่ำเพื่อดึงสติและมอบความเชื่อมั่นว่า “เฮ้ย พี่ใจเย็น ๆ พี่ทำได้ มันจะเวิร์ก” ซึ่งนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้หม่ำเริ่มปลดล็อกตัวเอง

4. ซ้อมหนักจนเมียคิดว่าบ้า : เมื่อตัดสินใจกระโจนลงสมรภูมิอารมณ์ หม่ำทุ่มเทลอกคราบความเป็น ‘หม่ำ จ๊กมก’ ออกจนหมดเกลี้ยง เขาเริ่มต้นกระบวนการเวิร์กชอปด้วยตัวเองอย่างบ้าคลั่งที่บ้าน จากคนที่เคยทำทุกอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มฝึกกดจังหวะชีวิตให้ช้าลงราวกับเข็มนาฬิกาที่ใกล้หมดลาน เขาไปยืนจ้องตัวเองในกระจก ซ้อมเดินให้เชื่องช้า ซ้อมเคี้ยวข้าวให้ละเอียดและอืดอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนี้ ทำเอาภรรยาคู่ชีวิตถึงกับตกตะลึงและทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากถามด้วยความมึนงงปนเป็นห่วงว่า “มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย หนังเรื่องอะไรเนี่ย!” 

10 เรื่องจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ ที่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ ซ้อมจนเมียคิดว่าบ้า

5. เมื่อ ‘เฉิ่ม’ ดลใจให้ภรรยาขอจัด ‘งานแต่งงาน’ : อิมแพกต์ของภาพยนตร์เรื่องเฉิ่ม ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำวิจารณ์หรือรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศ แต่มันยังได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงต่อ ‘หัวใจ’ และชีวิตคู่ของหม่ำ จ๊กมก ด้วย หลังจากที่ภาพยนตร์ตัดต่อเสร็จสมบูรณ์ ภรรยาคู่ชีวิตที่เคยตั้งคำถามตอนเขาซ้อมหน้ากระจก ได้มีโอกาสมานั่งชมภาพยนตร์เรื่องนี้แบบเต็ม ๆ ตา ความรักที่แสนบริสุทธิ์ ความซื่อสัตย์ และชะตากรรมอันน่ารันทดของสมบัติ ดีพร้อม ในช่วงท้ายเรื่อง ได้กระชากอารมณ์ของภรรยาจนเธอร้องไห้ “โอ้โห... เมียผมก็ร้องไห้นะ สงสารตอนสุดท้าย รู้เลยว่าสะอึก” และความซาบซึ้งในความรักอันงดงามจากแผ่นฟิล์มนี้เอง ที่เป็นแรงบันดาลใจครั้งใหญ่และจุดประกายให้ภรรยาของเขาเอ่ยปากขอจัดงานแต่งงาน เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีต่อกัน หม่ำเล่าย้อนความทรงจำที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มว่า “ผมจัดงานแต่งงานเพราะหนังเรื่องนี้” นี่คือมนต์เสน่ห์ของภาพยนตร์ที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างเรื่องแต่งและชีวิตจริงได้อย่างมหัศจรรย์

6. ถ่ายทำหามรุ่งหามค่ำ และการปิดถนนด้วยความช่วยเหลือจากตำรวจ : เพื่อให้ได้ภาพและบรรยากาศความเหงาของกรุงเทพฯ ยามราตรีอย่างแท้จริง กองถ่ายเฉิ่มจึงต้องทำงานโดยเริ่มต้นตั้งแต่ทุ่มนึงจนถึงตี 5 ทุกวัน หม่ำต้องสวมวิญญาณโชเฟอร์กะดึก ขับแท็กซี่ตระเวนไปตามท้องถนนทั่วเมืองกรุง การถ่ายทำที่ยาวนานกว่า 30 คิวกลางสี่แยกและถนนสายหลัก ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย เบื้องหลังความสำเร็จต้องขอยกเครดิตและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลากหลาย สน. ที่คอยมาช่วยอำนวยความสะดวก ควบคุมพื้นที่ และปิดถนนให้รถแท็กซี่คันเก่งของสมบัติ ดีพร้อม ได้แล่นผ่านเข้าไปบันทึกภาพสวย ๆ ทั่วกรุงเทพมหานครได้อย่างราบรื่น

10 เรื่องจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ ที่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ ซ้อมจนเมียคิดว่าบ้า

7. สุภาพบุรุษจ๊กมก ผู้เกรงใจจนไม่กล้าสบตา ‘นุ่น วรนุช’ : อีกหนึ่งเคมีที่ยอดเยี่ยมของภาพยนตร์คือการได้โคจรมาพบกันของตลกระดับประเทศและนางเอกเบอร์ต้นอย่าง ‘นุ่น วรนุช’ (รับบท ‘นวล’) แต่เบื้องหลังฉากที่แสนจะละเอียดอ่อนนั้น หม่ำกลับเต็มไปด้วยความประหม่าและเขินอายสุดขีด ด้วยความเป็นคนขี้เกรงใจ เมื่อต้องเข้าฉากกอดหรือส่งอารมณ์ใกล้ชิด เขาจึงตั้งกฎกับตัวเองว่าจะไม่ยอมสบตานางเอกตรงๆ  “เวลากอดเค้าผมก็เขินอยู่แล้ว... นางเอกทุกเรื่องผมจะไม่ค่อยมองตา มองเฉียดหูไปเลย เพราะผมเป็นคนขี้เกรงใจ”

8. จาก ‘Midnight My Love’ สู่ชื่อสุดช็อก ‘แท็กซี่หน้าหม่ำ’ : รู้หรือไม่ว่า เฉิ่มเกือบจะไม่ได้ชื่อเฉิ่ม! ในช่วงพัฒนาบท คงเดชตั้งชื่อโปรเจกต์นี้ไว้แบบสากลสุด ๆ ว่า ‘Midnight My Love’ แต่แล้วในวันมงคลสมรสของคงเดชเอง เสี่ยเจียง ผู้เป็นเถ้าแก่ในงาน ได้หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นใส่มือผู้กำกับป้ายแดง พร้อมบอกว่าคิดชื่อหนังได้แล้ว เมื่อคงเดชคลี่กระดาษออกดูและพบกับคำว่า ‘แท็กซี่หน้าหม่ำ’ (ล้อไปกับ ‘บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม’) เขาก็ถึงกับเข่าทรุด น้ำตาแทบไหล

9. ปรมาจารย์นักตั้งชื่อ ผู้ประทานชื่อ ‘เฉิ่ม’ : เมื่อชื่อแรกมันดูฝรั่งไป และชื่อที่สองก็ดูจะเอาฮาเกินลิมิต ท้ายที่สุด บทสรุปอันงดงามของชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไปตกอยู่ในมือของ ‘สุชาติ วุฒิชัย’ ปรมาจารย์นักตั้งชื่อภาพยนตร์ ซึ่งเป็นผู้ตกผลึกและสกัดเอาแก่นแท้ของตัวละครออกมาเป็นคำสั้น ๆ พยางค์เดียวแต่ทรงพลังและอธิบายทุกอย่างได้จบในตัวว่า ‘เฉิ่ม’

10. หนังเรียกน้ำตา : วันเข้าฉาย เฉิ่มสร้างปรากฏการณ์พลิกความคาดหมาย แฟนคลับวัยรุ่นและเด็กน้อยในยุคนั้น (บางคนอายุเพียง 5 ขวบ) ตีตั๋วเข้าไปดูด้วยความหวังว่าจะได้หัวเราะ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นความซึมและเสียงสะอื้น “คนเข้าไปดูคาดหวังว่าจะเป็นหนังตลก... แต่ออกมาซึมเลย ผมเห็นน้ำตาซึมกันทุกคน เฮ้ย กูทำได้นี่หว่า” หม่ำกล่าวด้วยความภูมิใจ ความอินนี้ไม่ได้เกิดแค่กับคนดู เพราะแม้แต่ตัวหม่ำเอง เมื่อได้กลับมายืนทอดสายตาดูผลงานชิ้นนี้บนจอเงินอีกครั้ง เขาก็ไม่อาจกลั้นความรู้สึกได้ “ยืนดูจนน้ำตาไหลเลย ซีนสุดท้ายน่ะครับ... รู้สึกสงสารผู้หญิงคนนี้ สงสารตัวไอ้สมบัติด้วย... คนซื่อ ๆ แล้วก็รักจริง” ภาพของชายที่ยืนปาดน้ำตาให้กับการแสดงของตัวเอง คือเครื่องการันตีถึงอินเนอร์อันเปี่ยมล้นที่เขามอบให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้

จากเด็กข้างโรงหนัง สู่ผู้กำกับภาพยนตร์ร้อยล้าน 

หากจะสืบสาวราวเรื่องถึงจุดกำเนิดแพสชันด้านภาพยนตร์ของชายผู้นี้ ต้องย้อนกลับไปในวัยเด็ก ที่บ้านของเขาอยู่ติดกับโรงหนัง หม่ำซึมซับแสงสีจากจอเงินมาตั้งแต่จำความได้ เขานั่งดู จดจำชื่อดาราทั้งฝั่งไทยและฮ่องกงได้แม่นยำ เส้นทางชีวิตของเขาไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบ จากตลกคาเฟ่ที่เล่นหนังเป็น ‘ตัวประกอบ’  วิ่งหนีผีปอบลงตุ่มน้ำและกระโจนลงคลองตั้งแต่เช้าตรู่จนหนาวสั่น

โชคชะตานำพาเขามาถึงจุดพลิกผันสำคัญ เมื่อ ‘ต้อม ยุทธเลิศ’ ตัดสินใจดึงเขามาล้างไพ่ใหม่ในภาพยนตร์เรื่อง ‘มือปืน/โลก/พระ/จัน’ ด้วยคำสั่งว่า “พี่หม่ำไม่ต้องตลก เอาจริงเลย เอาหม่ำโหดเหี้ยมเลย” การได้ปลดปล่อยศักยภาพในวันนั้น เป็นเสมือนกุญแจที่ไขประตูความกล้าหาญให้หม่ำเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางสายผู้กำกับ

ด้วยหัวใจที่บ้าบิ่น หม่ำบุกไปขอเสนอโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตกับเสี่ยเจียง เขานั่งรอตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงตีสี่ และเมื่อเสี่ยเจียงมาถึง หม่ำใช้เวลาพ่นไฟขายไอเดียหนังแอ็กชันสไตล์ฮ่องกงไปเพียงแค่ไม่ถึง 10 นาที เสี่ยเจียงก็พยักหน้าอนุมัติทันที และนั่นคือวินาทีที่จุดระเบิดตำนาน ‘บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม’ ที่สร้างฉากจำด้วยการลงทุนวิ่งแก้ผ้าล่อนจ้อนกลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแบบเทกเดียวผ่าน พร้อมวาทะบลัฟระดับโลกว่า “เฉินหลงใจไม่ถึงเท่าผมหรอก... เฉินหลงที่วิ่งแถวเทียนอันเหมินมั้ยล่ะ!”

10 เรื่องจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ ที่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ ซ้อมจนเมียคิดว่าบ้า

ปรัชญาการทำภาพยนตร์

เข้าใจมนุษย์ สรรค์สร้างมุกสดแบบ ‘หม่ำสไตล์’

เมื่อก้าวขึ้นมาแท่นผู้กำกับ หม่ำ จ๊กมก ใช้ ‘เซนส์’ และ ‘ความเข้าใจมนุษย์’ เป็นอาวุธหลักในการทำงาน เขาเลือกดึงเอาเสน่ห์ของรากหญ้าและวัฒนธรรมอีสานมาเล่าใหม่อย่างมีชีวิตชีวาใน ‘แหยม ยโสธร’ แม้ในตอนแรกจะถูกมองว่าหนังภูธรแบบนี้ให้ทุนมา 17 ล้านคงเจ๊งแน่ ๆ แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นด้วยการโกยรายได้วันแรกทะลุไปเกือบ 12 ล้าน หรือแม้แต่การหยิบเอากลิ่นอายหนังคลาสสิกมาเขย่ารวมกันจนเกิดเป็น ‘วงษ์คำเหลา’

อัจฉริยภาพในการกำกับของหม่ำยังรวมถึงการดึงเอา ‘ตัวตนที่แท้จริง’ ของคนมาใช้ เขาเชื่อว่าการคัดเลือกนักแสดงคือหัวใจสำคัญ “เอาคนไม่พูดมาพูด มันก็ไม่ใช่ มันต้องเอาตัวตนมาจริง ๆ... เวลาผมเลือกคน ผมรู้ว่าใครจะเป็นยังไง”

ความพีคที่สุดของสไตล์การทำงานแบบหม่ำ คือความหลงใหลในการ ‘ด้นสด’ (Improvise) ซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนใน ‘โป๊ะแตก’ เขาใช้สายตาอันแหลมคมสังเกตพฤติกรรมสุดแปลกของคนในกองถ่าย ทั้งความเจ้ากี้เจ้าการของผู้กำกับ ไปจนถึงอากัปกิริยาของนักแสดง แล้วจับมาล้อเลียนหน้าตาเฉย หลายฉากในโป๊ะแตกถูกแอบถ่ายด้วยซ่อนกล้อง โดยที่นักแสดงร่วมฉากยังไม่ทันตั้งตัวว่าถูกสั่งเดินกล้องแล้วด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงสัญชาตญาณและการสร้างสรรค์เสียงหัวเราะที่ฝังรากลึกอยู่ในสายเลือด

10 เรื่องจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ ที่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ ซ้อมจนเมียคิดว่าบ้า

มากกว่าคำว่า ‘ตลก’ แต่คือ ‘ศิลปิน’

ตลอดระยะเวลากว่าหลายทศวรรษ หม่ำ จ๊กมกได้สร้างมรดกทางวัฒนธรรมป๊อปให้กับคนไทยนับไม่ถ้วน 

ดังเช่นที่แฟนคลับคนหนึ่งได้กล่าวไว้ในงานเสวนาว่า “ถ้าในวงการดนตรี ผม respect พี่เสก แต่ถ้าในวงการภาพยนตร์ คนที่ผม respect เป็นแรงบันดาลใจให้ผมสนใจศึกษาเรื่องหนัง ก็คือพี่หม่ำ... พี่กำกับเขียนบท โคตรสุดยอดเลยครับ”

10 เรื่องจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ ที่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ ซ้อมจนเมียคิดว่าบ้า 10 เรื่องจริงเบื้องหลังภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ ที่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ ซ้อมจนเมียคิดว่าบ้า

ชายผู้เป็นเจ้าของลานดาวดวงที่ 208 ชายผู้วิ่งแก้ผ้าล่อนจ้อนกลางกรุงเพื่องานหนัง ชายผู้ซ้อมกินข้าวหน้ากระจกจนภรรยาหาว่าบ้า และชายผู้ส่งต่อรอยยิ้มและคราบน้ำตาผ่านแผ่นฟิล์ม... ทุกเรื่องราวเป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดแจ้งแล้วว่า ชื่อของ ‘หม่ำ จ๊กมก’ จะถูกจารึกไว้ในฐานะ ‘ตำนาน’ ของวงการภาพยนตร์ไทยไปอีกนานเท่านาน

 

เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า

ถ่ายภาพ: ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม