‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

จากตัวแทนของแบรนด์ สู่ตัวละครในโลกของแฟนด้อม เมื่อ ‘มาสคอต’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คาแรคเตอร์อีกต่อไป แต่ถูกสร้างให้เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีเรื่องราว ตัวตน และชีวิตอยู่ในโลกของศิลปิน

KEY

POINTS

จะเป็นอย่างไรเมื่อ ‘มาสคอต’ (Mascot) กลายมาเป็นตัวละครที่มีชีวิตในแฟนด้อม?

จากปรากฏการณ์ของในไทย ไม่ว่าจะเป็น ‘น้องหมีเนย’ ศิลปินสาวขวัญใจมัมหมี จนถึง ‘โพก้าซัง’ หลานยาย อาจกล่าวได้ว่า มาสคอตก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงสัญลักษณ์ขององค์กร เพราะคาแรคเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ในทุก ๆ วัน อาจถูกออกแบบมาให้มี ‘ชีวิต’ ที่กำลังบอกเล่าเรื่องราวของใครบางคน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันรูปแบบใหม่ระหว่างแฟนคลับและศิลปิน

และนี่คงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการตลาดของธุรกิจที่ต้องอยู่รอด ในวันที่พลังของศิลปินดารามีพลังต่อแฟนคลับมากกว่าที่ใครหลายคนคิด

‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

แบรนด์คาแรคเตอร์สุดน่ารัก

ปี 1883 หนังสือพิมพ์เดอะสปอร์ติงไลฟ์ (The Sporting Life) บอกเล่าเรื่องราวของ ‘ชิค’ (Chic) เด็กชายคนหนึ่งที่คอยวิ่งนำไม้เบสบอลมามอบให้กับนักกีฬาในสนามก่อนการแข่งขัน และต่อมาทีมดังกล่าวก็ชนะการแข่งขันอยู่เรื่อย ๆ  ทำให้คำว่า ‘มาสคอต’ ที่แปลว่า ‘โชคดี’ (มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Mascotte) ถูกนำมาใช้เรียกเด็กชายคนดังกล่าว และเป็นครั้งแรกที่คำว่ามาสคอตปรากฎตัวบนสื่อ 

มาสคอตเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจผ่าน ‘มนุษย์ยางมิชลิน’ (Bibendum) ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1898 โดยคาแรคเตอร์ในยุคแรกจะเป็นภาพมนุษย์ยางมิชลินกำลังยกแก้วที่เต็มไปด้วยเศษแก้วดื่ม เพื่อสื่อว่ายางรถมิชลินสามารถวิ่งบนถนนที่เต็มไปด้วยอุปสรรคได้ เป็นการทำให้จุดขายนั้นจำง่ายและโดดเด่น

หลังจากนั้นก็เริ่มมีธุรกิจอื่น ๆ เข้าสู่สนามมาสคอตมากขึ้น อย่างเช่นวงการอาหารอย่าง ‘โรนัลด์ แมคโดนัลด์’ (Ronald McDonald) ที่ทำให้แมคโดนัลด์สามารถเข้าถึงเด็ก ๆ ด้วยภาพลักษณ์ตัวตลกที่สดใส หรือมาสคอตรุ่นใหม่อย่างนกเขียว ‘ดูโอ’ (Duo) จากแอปพลิเคชั่นสอนภาษาดูโอลิงโก (Duolingo) ก็ใช้บุคลิคกวน ๆ ตีตลาดคนรุ่นใหม่ในโซเชียลมีเดียให้สนใจใช้บริการของตัวเอง

อาจเรียกได้ว่าการสร้างคาแรคเตอร์ประจำองค์กรเป็นการสร้างภาพจำเชิงบวกที่ดูน่ารักและเข้าถึงง่าย ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างองค์กรและลูกค้า เพิ่มความใกล้ชิดเชิงอารมณ์ที่ทำให้ผู้คนอยากใช้สินค้าและบริการ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป มาสคอตไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่วงการธุรกิจ คาแรคเตอร์สุดน่ารักที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อให้แบรนด์เป็นที่จดจำได้ง่ายขึ้น กลับเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อเพิ่มเอกลักษณ์และยอดขายให้กับศิลปิน

เพิ่มมูลค่า เพิ่มเอกลักษณ์ เพิ่มความผูกพัน

การใช้มาสคอตเริ่มแพร่หลายมากขึ้นจนเข้ามาสู่วงการเคป๊อป (K-pop) ในปี 2012 วงบอยแบนด์อย่างบีเอพี (B.A.P.) เดบิวต์พร้อมเปิดตัว ‘มาโทกิ’ (Matoki) เจ้ากระต่ายสวมหน้ากาก ทหารจากดาวเคราะห์มาโตที่ติดอยู่ในโลกมนุษย์เพราะยานอวกาศตก และมีเป้าหมายใหม่คือการครองโลก

มากกว่านั้น มาโทกิยังเป็นตัวละครที่แทนนิสัยและคาแรคเตอร์เฉพาะตัวของสมาชิกแต่ละคน ทำให้เกิดการพัฒนาไปเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าอื่น ๆ ที่แสดงถึงความเป็นบีเอพี เช่น แท่งไฟ หน้าปกอัลบั้ม ตัวละครในเกม รวมไปถึงเว็บตูน

‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

ขณะเดียวกันแฟนคลับยังวาดภาพแฟนอาร์ต หรือจัดกิจกรรมแฟนคาเฟ่ธีมมาโทกิ มาสคอตตัวนี้จึงเป็นเหมือนของแทนใจระหว่างแฟนคลับกับศิลปิน เกิดเป็นคอมมูนิตี้ของแฟนคลับที่ทำให้ความเป็นแฟนด้อมเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดปี 2024 บังยงกุก (Bang Yongguk) หนึ่งในสมาชิกของบีเอพีก็โพสต์ภาพมาโทกิผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวเป็นสัญญาณการกลับมาของวง มาโทกิจึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมใจระหว่างศิลปินและแฟนคลับว่า ความทรงจำและตัวตนของบีเอพียังคงอยู่

แม้ว่าสุดท้ายมาโทกิจะไม่ได้เป็นมาสคอตยอดนิยม แต่ก็ถือว่าครั้งแรก ๆ ที่มาสคอตเข้าสู่วงการบันเทิงที่เริ่มใช้การตลาดผ่านมาสคอต

สมาชิกใหม่ ขยายฐานแฟนคลับ

มาสคอตในวงการ K-Pop มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ ‘บีทีเอส’ (BTS) บอยกรุ๊ประดับโลกไปคอลแลปกับ ‘ไลน์เฟรนด์’ (Line Friends) ในปี 2017 เพื่อผลิตคาแรคเตอร์อย่าง ‘บีทีทูวัน’ (BT21) สร้างตัวแทนของสมาชิกเพื่อสื่อสารกับแฟนคลับ

บีทีทูวันเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในเชิงพาณิชย์และบนโลกดิจิทัล มียอดดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ในไลน์สูงถึง 8 ล้านครั้งทันทีที่เปิดตัว และขยายไปสู่ ‘จักรวาลบีทีทูวัน’ (BT21 UNIVERSE) ในปี 2019 อีกทั้งยังมีการคอลแลปกับ โอลีฟ ยัง (Olive Young) แบรนด์เครื่องสำอางเกาหลี และยังมีขายหน้าร้านขายของสะสมซึ่งตั้งอยู่ทั่วโลก ทั้งในเกาหลี ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ

ความสำเร็จของ BT21 ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ผู้คนทั่วไปสนใจมาสคอตมากยิ่งขึ้น และทำให้วงรุ่นใหม่ ๆ ผลิตมาสคอตตามสไตล์ของตัวเอง บางวงศิลปินก็เป็นคนออกแบบ บางวงค่ายออกแบบให้ หรือเกิดจากความร่วมมือทางธุรกิจกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ 

‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

มาสคอตส่วนใหญ่ ศิลปินจะเป็นคนร่วมสร้างสรรค์ โดยหลักการออกแบบจากอีโมจิเวลาแฟนคลับพูดถึงศิลปินบนโซเชียลมีเดียจนนำไปสู่การพัฒนาคาแรคเตอร์ประจำตัวที่เป็นเอกลักษณ์ และน่าจดจำ

อย่างเช่น ‘โทกี’ (Tokki) มาสคอตกระต่ายสุดน่ารักจากวงนิวจีนส์ (NewJeans) มีที่มาจากชื่อแฟนคลับอย่างบันนี่ส์ (Bunnies) เจ้ากระต่ายขนปุยตัวนี้ เป็นที่ถูกใจของแฟนคลับจนเกิดการคอลแลปกับไลน์ และออกมาเป็นสินค้าที่ระลึกอย่างตุ๊กตา ‘บุนีนี’ (Bunini) ที่จะแยกตามสีของสมาชิกแต่ละคน

‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

ในขณะที่มาสคอตประจำเมมเบอร์อย่าง ‘ดลลี่’ หรือ ‘ซง ยงดล’ (Song Yongdol) จากวงไรซ์ (RIIZE) ที่มีรูปร่างเป็นหิน เพราะคำว่า ‘ซอก’ จากชื่อของ ‘อึนซอก’ ในภาษาเกาหลีสามารถแปลว่าหินได้  ทั้งนี้ดลลี่ยังถูกที่เป็นที่พูดถึงอยู่ในโลกโซเชียลมีเดียสักพักหนึ่ง จนเกิดเป็นกระแสในวงการ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามาสคอตสามารถเพิ่มฐานแฟนคลับ และเพิ่มความน่าสนใจให้กับศิลปินได้จริง

‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

นอกจากนี้ ไอดอลกรุ๊ปอื่น ๆ ก็พยายามสร้างมาสคอตที่เป็นตัวแทนของวงขึ้นมาด้วยความคิดสร้างสรรค์ของสมาชิกหรือการไปร่วมมือกับธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ RRR ร่วมกับวงไรซ์ (RIIZE) ที่ร่วมมือกับ ‘กาเกา’ แอปพลิเคชันแชทของเกาหลีใต้ ทรูซ (TRUZ) จากวงเทรเชอร์ (TREASURE) หรือ วิดจี (WDZY) จากวงอิทจี (ITZY) ที่ร่วมมือกับไลน์  หรือวงที่สร้างมาสคอตโดยค่ายเองอย่าง เลิฟลี่ซ์ (Lovelys) จากวงทไวซ์ (Twice)

‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม ‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

มาสคอตเกือบทั้งหมดในวงการเคป๊อปจะมีความเฉพาะตัวบางอย่างที่คล้ายกับศิลปินเจ้าของคาแรคเตอร์ เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยงและเสริมภาพตัวแทนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ามาสคอตอาจกลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานใหม่ของวงการบันเทิง

จากเกาหลีสู่ไทย เมื่อมาสคอตก้าวเข้ามาในโลกของ ‘คู่จิ้น’

นอกจากมาสคอตจะประสบความสำเร็จในวงการเคป๊อปแล้ว อิทธิพลของการสร้างคาแรคเตอร์ยังส่งมาถึงประเทศไทยเช่น ‘น้องหมีเนย’ ของแบรนด์ขนม ButterBear ที่กลายเป็นศิลปินตัวจิ๋วและมีฐานแฟนคลับทั่วเอเชีย ‘กล้วยกรุงศรี’ ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่เคยเป็นไวรัลเรื่องเต้นแรงเมื่อหลายปีก่อน หรือมาสคอตที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานอย่าง ‘พี่อุ่นใจ’ ของเอไอเอส ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามาสคอตสามารถทำให้แบรนด์มีบุคลิกที่จับต้องได้ และถูกจดจำได้ง่ายมากขึ้น.

ปี 2568 มาสคอตเดินทางมาถึงวงการ ‘ซีรีส์วาย’ ค่าย GMMTV ที่มี ‘โพก้าซัง’ (Polcasan) ที่แฟนคลับเรียกว่า ‘ยัยซัง’ ลูกของคู่จิ้นอย่าง ‘เตนิว’ หรือเต-ตะวัน วิหครัตน์ และนิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณนำทัพเพื่อน ๆ มาสคอตตัวอื่นบุกตลาด 

‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

จีเอ็มเอ็มทีวีมองมาสคอตเป็นมากกว่า ‘ตัวแทน’ ของศิลปิน ทุกคาแรคเตอร์ถูกมองในฐานะ ‘อินฟลูเอนเซอร์’ มีช่องทางการสื่อสารของตัวเอง คุยกับพ่อ-พ่อ แม่-แม่ คุณลุงคุณป้าในค่าย ทำให้มาสคอตดูมีชีวิตวางบทบาทให้เป็นเด็กวัยอนุบาลที่เป็น ‘ลูก’ ของคู่จิ้นนั้น ๆ หลายคนที่อาจไม่ได้ตามศิลปินมาก่อน เมื่อพบเจอความน่ารักของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในร่างคาแรคเตอร์ก็อาจจะ ‘โดนตก’ และกลายเป็นแฟนคลับคนใหม่ของจีเอ็มเอ็มทีวีก็เป็นได้

อีกทั้งข้อดีของการผลักดันให้คาแรคเตอร์ขึ้นมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ยังทำให้ข้อจำกัดด้านคิวงานลดลง ค่ายสามารถรับงานหรือคอลแลปกับแบรนด์ต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว เป็นพรีเซนเตอร์หรือออกงานโชว์ตัวได้ โดยที่ไม่ต้องผูกติดอยู่กับศิลปิน แต่อัตลักษณ์ของศิลปินคู่นั้น ๆ ยังคงอยู่ เป็นการนำทรัพยากรที่มีอยู่ออกมาสร้างมูลค่าทางการตลาดได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

มากกว่าการตลาด คือการสร้าง ‘ครอบครัว’

เมื่อมาสคอตถูกทำให้อยู่ในฐานะลูกของคู่จิ้นแล้ว คำถามต่อมาคงหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่า

“จะทำอย่างไรกับคาแรคเตอร์เหล่านั้น หากคู่จิ้นแยกทางกัน?”

ล่าสุด GMMTV ออกแถลงการณ์ว่า ‘วินนี่สตางค์’ หรือวินนี่-ธนวินท์ ผลเจริญรัตน์ และสตางค์-กิตติภพ เสรีวิชยสวัสดิ์ ตัดสินใจร่วมกันในการยุติการทำงานคู่อย่างเป็นทางการ หลังจากได้พูดคุยและคำนึงถึงแนวทางการทำงานและเป้าหมายในอนาคตของทั้งสอง

ประกาศดังกล่าว นอกจากจะทำให้แฟนคลับรู้สึกเศร้าเสียใจแล้ว ยังเกิดการพูดคุยถึงทิศทางของ ‘สำรวย’ หรือมาสคอตตัวแทนของทั้งคู่ ว่าจะถูกลบเลือนให้หายไปหรือไม่

แม้จะไม่ได้มีประกาศอย่างชัดเจนว่าเส้นทางของสำรวยจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เราเชื่อว่า สำรวยไม่ได้หายไปไหน เพราะยังคงมีรายชื่อและสินค้าที่ระลึกอยู่ในกลุ่มของมาสคอตจีเอ็มเอ็ม และล่าสุดสำรวยก็ยังมีการออกงานเดี่ยวคู่กับสตางค์อยู่

‘มาสคอต’ กลยุทธ์การตลาดที่มีชีวิตและสร้างความผูกพันในโลกแฟนด้อม

นอกจากนี้ เหล่านักแสดงและคาแรคเตอร์ตัวอื่น ๆ ออกมาพูดถึงสำรวยในโซเชียลมีเดียว่า พร้อมจะดูแลสำรวยแทน ‘ป๊ะป๋าวินนี่และพ่อพ่อสตางค์’ ประกอบกับการเรียกร้องของแฟนคลับที่พร้อมจะดูแลสำรวยต่อไป แสดงให้เห็นว่าคาแรคเตอร์ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อได้ด้วยแรงซัพพอร์ตจากแฟนคลับ 

ในวงการบันเทิง มาสคอตอาจเป็นเครื่องมือเพิ่มรายได้ในทางธุรกิจ เป็นผลผลิตทางการตลาด ที่ช่วยสร้างมูลค่าและเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร แต่สำหรับแฟนคลับแล้ว มาสคอตเป็นตัวแทนของความทรงจำ ความผูกพัน และประสบการณ์ที่พวกเขาได้มีร่วมกับศิลปิน

มาสคอตจึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมผู้คนในแฟนด้อมเข้าด้วยกัน และกลายเป็น ‘สมาชิกคนใหม่’ ที่ทำให้แฟนด้อมกลายเป็นครอบครัวที่มีสายใยแน่นแฟ้นกว่าเดิม

 

อ้างอิง

Mascot (มาสคอต) คืออะไร? ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจได้อย่างไร? / Vithita Animator

เนิร์สเซอรีไหนไม่มีหนูถือว่าพลาดมาก! พามารู้จักแก๊งลูกหลานมาสคอต GMMTV / mangozero

ซดให้ยับ จับตุ๊กตาให้รวย! เจาะลึก 2 บิ๊กมูฟ ONEE เมื่อรายการโซเชียลขึ้นทีวี และ Mascots กลายเป็นสินทรัพย์ทำเงิน / MODERNIST

The Makings of BT21’s Global Success: Brand Merchandise / DKshop

The Power of Mascots in Elevating Brand Narratives / THE BRANDING JOURNAL

matoki / Namu Wiki

Boy band Riize collaborates with Kakao characters / Celeb Confirmed

RIIZE's ‘WE LITTLE RIIZE’ pop-up event in Seoul draws 12,000 fans / allkpop

K-pop’s Character Craze: From BT21 to SKZOO / PULP MAGAZINE

ABOUT BT21 / BT21

CHARACTERS / BT21

Ronald McDonald

From Mr. Met to the Phillie Phanatic, mascots are yet another lesson in American marketing / THE CULTURE CRUSH

비에이피, 마토끼 공개 ‘방용국 살인미소+시시마토’ 관심 / fnnews