19 ก.พ. 2569 | 14:28 น.

KEY
POINTS
AI ไม่ใช่ ‘ความได้เปรียบ’ ของบางองค์กรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น ‘มาตรฐานใหม่’ ของตลาดแรงงานโลก
บนเวที ‘Future Trends Ahead Summit 2026’ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ในหัวข้อ ‘Future of Jobs: Humans, AI & the New Workforce’ คุณกิตติศักดิ์ เกษบุรี ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และสื่อสารองค์กรจาก ‘Jobbkk’ ฉายภาพทิศทางแรงงานปี 2026 อย่างชัดเจนว่า องค์กรที่ยังมอง AI เป็นทางเลือก กำลังตามหลังตลาดไปแล้วหนึ่งก้าว
คุณกิตติศักดิ์อ้างอิงผลสำรวจปี 2024–2025 ว่า บริษัทชั้นนำทั่วโลกกว่า 75% มีการนำ AI เข้ามาใช้งานร่วมกับคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด ระบบปฏิบัติการ หรือการจัดการข้อมูล
“ย้อนกลับไปสามปีที่แล้ว ใครใช้ AI ถือว่าได้เปรียบ แต่วันนี้ปี 2026 ทุกคนใช้มันเรียบร้อยแล้ว มันกลายเป็น New Standard ของคนทำงานในองค์กร” เขากล่าว
ความเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนผ่านข้อมูลบนแพลตฟอร์มของ Jobbkk เอง โดยเมื่อสามปีก่อนมีตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 120,000 ตำแหน่ง และในปี 2025 ที่ผ่านมา ตำแหน่งงานใหม่บนแพลตฟอร์มเติบโตอีก 12%
ที่น่าสนใจคือ สายงานเทคโนโลยีมีอัตราเติบโตของจำนวนตำแหน่งสูงถึง 27% รองลงมาคือสายการตลาด และสายวิศวกรรม
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า งานไม่ได้หายไปเพราะ AI แต่ “เนื้อหาของงานยังอยู่ ทว่าทักษะที่ต้องการเปลี่ยนไป”
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่เขาย้ำคือ ความกลัวว่า AI จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ อาจไม่ใช่คำถามที่ถูกต้องนัก
“เรื่องของการถูกแทนที่ด้วย AI ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่มันคือการที่เราจะปรับตัวให้ทันอย่างไรมากกว่า”
เขาอธิบายว่า ตำแหน่งงานจำนวนมากยังคงอยู่ แต่มีการเพิ่มเงื่อนไขใหม่เข้าไปใน Job Description เช่น ความสามารถในการใช้เครื่องมือ AI การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ
ในอีกด้านหนึ่ง รายงานจาก World Economic Forum ระบุว่า ภายในปี 2030 ทักษะจำนวนมากที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจล้าสมัยลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการทั่วโลกส่งสัญญาณกังวลเรื่องช่องว่างทักษะของแรงงาน
คำถามจึงไม่ใช่ “AI จะมาไหม” แต่คือ “เราจะเป็นนักบินหรือผู้โดยสาร”
“ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการ องค์กรของเราจะมีนักบิน หรือแค่ผู้โดยสาร กลับกันในฐานะคนทำงาน คุณจะเป็นผู้โดยสารหรือว่านักบิน” เขาทิ้งคำถามกลางเวที
จากข้อมูลบนแพลตฟอร์มและแนวโน้มการจ้างงาน คุณกิตติศักดิ์สรุป 3 กลุ่มงานที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในยุคที่ AI กลายเป็นมาตรฐาน
1. กลุ่มงานที่ “ควบคุมเทคโนโลยี” ได้
กลุ่มแรกไม่จำกัดอยู่แค่โปรแกรมเมอร์ แต่รวมถึงทุกสายงานที่สามารถใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็น HR การตลาด ฝ่ายขาย หรือฝ่ายปฏิบัติการ ล้วนต้องใช้ AI เป็นเครื่องมือ
“คนที่มีทักษะในการใช้งาน AI สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้เป็นอย่างดี จะทำให้องค์กรมีผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น”
ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการพัฒนา Smart Security ของ Sansiri ผ่านระบบ LIV-24 ที่ต้องอาศัยวิศวกรและทีมเทคโนโลยีในการออกแบบ ควบคุม และดูแลระบบอัจฉริยะ บทบาทของวิศวกรจึงไม่ได้จำกัดอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่ขยายสู่การออกแบบโซลูชันที่ผสาน AI เข้ากับประสบการณ์ลูกบ้าน
2. กลุ่มงานบริการ–สุขภาพ ในสังคมผู้สูงวัย
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ความต้องการบริการที่มี ‘Human Touch’ ยังคงมีความสำคัญ แต่จะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีมากขึ้น
เขายกตัวอย่าง N Health ในเครือ BDMS ที่พัฒนาตำแหน่งงานใน 4 กลุ่มหลัก ตั้งแต่สายวิทยาศาสตร์การแพทย์ เทคโนโลยี AI วิศวกรรมหุ่นยนต์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ
AI และ Robotics เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา แต่ยังต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยควบคุมและตัดสินใจ
“ถ้าเราไม่มีข้อมูล เราจะไม่สามารถใช้ข้อมูลจริงในการกำหนดทิศทางการทำงานได้” เขากล่าว
3. กลุ่มงานเศรษฐกิจสีเขียวและความยั่งยืน
อีกหนึ่งเทรนด์ที่ถูกจับตาคือเศรษฐกิจสีเขียวและการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ แม้ในไทยอาจยังไม่มีข้อกำหนดเข้มงวดเท่าต่างประเทศ แต่ทิศทางโลกกำลังขับเคลื่อนสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน
นักลงทุนรายใหญ่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การลดของเสีย และการสร้างผลกำไรควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มงานด้านนี้จึงมีแนวโน้มเติบโตตามแรงกดดันด้าน ESG และนโยบายระหว่างประเทศ
ในภาคการเงิน เขายกตัวอย่าง KBTG ซึ่งอยู่เบื้องหลังระบบดิจิทัลของ ธนาคารกสิกรไทย โดยตำแหน่งงานที่เติบโตสูงคือสาย Business Analyst, Data Analyst และ Data Engineer
AI ช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้มนุษย์ใช้เวลาน้อยลงกับงานซ้ำซ้อน และมากขึ้นกับการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และการคาดการณ์อนาคต
ในสาย HR เอง บริษัทอย่าง HumanSoft พัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยบริหารจัดการเงินเดือน ภาษี และการสรรหาบุคลากร ทำให้บทบาทของ HR เปลี่ยนจากงานเอกสาร ไปสู่การวางกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคล ตำแหน่งอย่าง Product Manager ซึ่งต้องเชื่อมระหว่าง IT และผู้ใช้งาน จึงกลายเป็นที่ต้องการสูง
นอกจากกลุ่มงานที่เติบโต คุณกิตติศักดิ์ยังสรุป 6 ทักษะสำคัญที่แรงงานควรเร่งพัฒนา
เขาเน้นว่า คนทำงานยุคใหม่ควรมองตัวเองเหมือนผู้ประกอบการภายในองค์กร เข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจ และสร้างผลงานที่เชื่อมโยงกับผลกำไรหรือคุณค่าขององค์กรโดยตรง
ช่วงท้ายของการบรรยาย เขาทิ้งข้อคิดสำคัญต่อผู้บริหารองค์กร “การที่องค์กรสร้างหรือ Reskill ทักษะให้กับพนักงาน ถูกกว่าและดีกว่าการ Recruit คนใหม่แน่นอน”
ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณและการแข่งขันที่รุนแรง การลงทุนพัฒนาคนในองค์กรอาจเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ในโลกที่ AI กลายเป็นมาตรฐานใหม่ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่ใคร แต่คือใครจะเรียนรู้และปรับตัวได้เร็วกว่า
และเมื่อเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีเริ่มเลือนรางลง ตลาดแรงงานปี 2026 จึงไม่ใช่สนามของคนที่เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นสนามของคนที่ “พร้อมเปลี่ยนแปลง” มากที่สุด
เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า, ตะวัน ฤกษ์ล้วน (The People Junior)