ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ แกร็บยังคงสนับสนุนให้คนขับและไรเดอร์สามารถให้บริการด้วยรถ EV ผ่าน 2 โปรแกรมหลัก นั่นคือ
- โปรแกรม “เช่าครบจบบนแอป”: แกร็บผนึกจับมือกับ 5 พันธมิตรผู้ให้บริการเช่าแท็กซี่ไฟฟ้า อันได้แก่
อีวีเซเว่น (EV7) ช.พัฒนาแท็กซี่ สหกรณ์สยามแท็กซี่ สหกรณ์มิตรแท้แท็กซี่ และ พี-ไบค์ (P-bike) เปิดให้บริการเช่ารถแท็กซี่ไฟฟ้าเพื่อให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน Grab ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นที่ 800 บาทต่อวัน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ สลีกอีวี (SLEEK EV) เปิดให้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้บริการเดลิเวอรี ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นที่ 125 บาทต่อวัน
- โปรแกรม “ผ่อนขับรับรถ”: โดยแกร็บได้ผนึกความร่วมมือกับ 2 พันธมิตรใหม่อย่าง ซีแอล แอนด์ วี กรุ๊ป คาร์เร้นท์ (CL & V GROUP CAR RENT) และ บอร์โรว์ โมบิลิตี้ (โดย บี ออโต้เฮาส์) (BORROW MOBILITY By B Autohaus) เปิดโอกาสให้คนขับแกร็บสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ โดยพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากประวัติในการให้บริการ ด้วยอัตราผ่อนจ่ายรายวันเริ่มต้นที่ 600 บาท ในระยะสัญญา 5 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์อื่นๆ อาทิ ประกันรถยนต์สาธารณะ (ชั้น1) ฟรีค่าบำรุงรักษาตามรอบ รับประกันแบตเตอรี่พิเศษสูงสุด 8 ปีหรือ 600,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนยางฟรี 4 เส้นต่อปี ตลอดระยะเวลา 5 ปี (20 เส้น) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ อีเอ็ม มอเตอร์ (EM Motor) เพื่อให้ไรเดอร์สามารถเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ ด้วยอัตราผ่อนจ่ายรายวันเริ่มต้นเพียง 105 บาท ในระยะสัญญา 2-3 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ ฟรีค่าเปลี่ยนยาง 1 คู่ (2 เส้น) และผ้าเบรค 4 คู่ (8 ชิ้น) เป็นต้น
นอกจากนี้ แกร็บยังพยายามเพิ่มการเข้าถึงสถานีชาร์จ EV เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับคนขับผ่านการผนึกพันธมิตรกับสถานีชาร์จชั้นนำที่มีเครือข่ายจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น สถานี Sharge โดย บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด สถานี Spark EV ที่ตั้งในสถานีบริการน้ำมันบางจาก (BCP) และ สถานี Altervim Super Charge
โครงการ Grab EV ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจ “GrabForGood” ที่มุ่งส่งเสริมให้คนขับแกร็บเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ที่มีคาร์บอนต่ำหรือเป็นศูนย์ เพื่อบรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ให้ได้ภายในปี 2583 ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในสำนักงาน การปรับรูปแบบการดำเนินงานและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ แกร็บ ประเทศไทย ยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม (Winning Sustainable Impact) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเป้าหมายหลักของการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีเป้าหมาย